ReadyPlanet.com


สมุนไพรแก้ภูมิแพ้(จำเค้ามา)


 สมุนไพรเดี่ยวที่น่าสนใจในการทำอาการภูมิแพ้หรือหวัดให้ อาการลดลงได้เป็นอย่างดี คือ ฟ้าทะลายโจร

การกินปริมาณต้องได้ เช่น การกิน มือหนึ่งต้องประมาณ 3-6 กรั ม (3 กรัมประมารณ 10 แคปซุล # 1 วันละสี่มื้อ กินสัก 10 วัน

แล้วค่อย ลดลงเหลือวัน 2-3 แคปซุล/วัน

หาก กินวิตามินซีหรือวิตามินเกลือแร่รวม ร่วมด้วยจะเกิดผลดีมาก

ผลข้างเคียงในการกินฟ้าทะลายโจรปริมาณสูง อาจมีผื่นหรือหนามหรือผลึกแหลมเหมือนขน ๆ ขึ้นตามตัว

แก้ไขโดยเวลาอาบน้ำ ใช้ผ้าขนหนูผื่นเล็กชุบน้ำถูไปมาให้หลุดออก ประมาณ วัน 2 วันผลึกเหล่านี้จะลดลง

ส่วนอาการที่บอกกันต่อมาว่ากินฟ้าทะลายโจรมาก ๆทำให้มือเท้าเย็นหรือเข่าอ่อนทำนองนี้ ก็ให้กินน้ำขิงหรืออาหารเผ็ดร้อนหรือกินสหัศธารา สัก 2 แคปซูลก็ช่วยได้ เป็นอย่างดี อีกประการถ้ามีอาการแพ้ฟ้าทะลายโจรก็ห้ามรับประทาน ลองไปทำดูคุณภาพชีวิตน่าจะดีกว่าเดิม 



ผู้ตั้งกระทู้ อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2013-01-12 14:18:18 IP : 171.7.23.254


1

ความคิดเห็นที่ 1 (3394560)

 อาการที่ระบุเป็นกลุ่มภูมิแพ้ในระบบทางเดินหายใจ มีสมุนไพรตำรับที่อยากแนะนำคือ

ตรีผลา ส่วนสมุนไพรเดี่ยว ได้แก่ ฟ้าทะลายโจร มะรุม บอระเพ็ด หญ้าปักกิ่ง (ต้องระวังการใช้ในเด็ก และการรับประทานติดต่อกัน)

สมุนไพรที่มีน้ำมันหอมระเหยช่วยลดอาการแพ้ หวัด คัดจมูก ควรใช้สูดดม เช่น การขยี้-ทุบ-บุบให้เกิดกลิ่น ได้แก่ ผักแพว หอม กระเทียม กานพลู

สมุุนไพรรับประทาน เช่น พริกหวาน ผักพลูคาว/คาวตอง ขมิ้นชัน ขิง กระเพรา สะเดา โหระพา ยอดส้มป่อย น้ำมะนาว

สมุนไพรหลายชนิดที่กล่าวมา มีงานวิจัยสนับสนุนว่าช่วยยับยั้งเชื้อไวรัสไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ รวมทั้งสายพันธุ์ใหม่ อาทิ พลูคาว กระเทียม ขมิ้นชัน และยังกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน เช่น กระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาว ทีเซลล์

กินอาหารให้เป็นยา

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-01-12 14:21:06 IP : 171.7.23.254


ความคิดเห็นที่ 2 (3394561)

 ส่วนประกอบ


ขิงแห้ง 30 กรัม
ดอกดีปลีแบบแห้ง 30 กรัม
เหง้าตะไคร้แห้ง 30 กรัม
ใบหนุมานประสานกายแบบสด 40 ใบ

วิธีใช้

เอาตัวยาทั้งหมดน้ำมาต้มรวมกัน ใส่น้ำกะตามสายตา

แล้วดื่มขณะอุ่น เช้า- เย็น ก่อนอาหารครั้งละครึ่งแก้ว กินไปเรื่อยๆทุกวัน จนกว่ายาจะจืด จึงเปลี่ยนยาใหม่

จะเป็นยาช่วยแก้โรคภูมิแพ้ หลอดลมอักเสบ มีเสมหะมากได้ โดยจะขับเสมหะออกหมด ทำให้หายใจโล่ง

ซึ่งสูตรนี้สามารถทำดื่มได้กับทุกธาตุเจ้าเรือน สมัยก่อนหมอยาพื้นบ้านนิยมใช้รักษาผู้มีอาการโรคภูมิแพ้อย่างแพร่หลาย

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-01-12 14:22:57 IP : 171.7.23.254


ความคิดเห็นที่ 3 (3394562)

 สมุนไพรบรรเทาหวัดคัดจมูก


          อย่ามองข้ามสมุนไพรไทย ๆ รอบรั้วบ้านไปนะคะ เพราะยังมีสมุนไพรไทยหลากหลายชนิด ที่มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการคัดจมูกและแก้ น้ำมูกไหลได้อย่างดี เริ่มต้นจาก

           พริก ใช้ต้นพริก (ยกเว้นเม็ดพริก) ล้างน้ำให้สะอาด สับเป็นท่อนสั้น ๆ และตากแดดจนแห้ง ประมาณ 15 กรัม ต้มกับน้ำเปล่า 1 ลิตร จนเดือด รินเฉพาะน้ำดื่มก่อนอาหาร ครั้งละ 1 แก้ว เช้า-เย็น จะช่วยให้คุณหายใจสะดวกขึ้นทันที

           ฟ้าทะลายโจร นำใบแก่และกิ่งสดล้างน้ำให้สะอาด สับเป็นท่อนสั้น ๆ ประมาณ 300 –500 กรัม (ปรับปริมาณได้ตามความต้องการ) ตากแดดให้แห้ง นำมาบดเป็นผง ผสมกับน้ำผึ้งเล็กน้อยปั้นเป็นเม็ดลูกกลอนขนาดปลายก้อย หรือใส่แคปซูลเพื่อความสะดวกในการกิน ใช้รับประทานก่อนอาหารครั้งละ 3 เม็ด เช้า-เย็น ช่วยบรรเทาอาการหวัดคัดจมูกและแก้เจ็บคอได้

           หญ้าใต้ใบ ไม้ต้นเล็ก ๆ มีรสขมเย็น ใช้ต้นสดประมาณ 3 ต้น ล้างน้ำให้สะอาด หั่นเป็นท่อนสั้น ๆ ต้มกับน้ำ 1 ลิตร รอจนเดือด กรองด้วยผ้าขาวบางเอาแต่น้ำ ดื่มก่อนอาหาร ครั้งละ 1 แก้ว เช้า-เย็น แก้หวัดคัดจมูกและทำให้น้ำมูกแห้ง

           กระเทียม ควรปรุงอาหารด้วยกระเทียมจะช่วยลดอาการคัดจมูก หรือกินกระเทียมสด ๆ ครั้งละ 7 กลีบ พร้อมมื้ออาหาร ทุกวัน

           หอมเล็ก นำหอมเล็ก 1 หัว ปอกเปลือก กินพร้อมอาหารเป็นประจำทุกวัน จะช่วยป้องกันหวัดและบรรเทาอาการคัดจมูกได้ หรือถ้ายังไม่หาย ใช้หอมเล็ก 4-5 หัวทุบพอแตกต้มกับน้ำ 1 ลิตร รอเดือดยกลง เทน้ำใส่ชามใบใหญ่ จึงก้มหน้าลงให้ห่างชามพอประมาณ ใช้ผ้าขนหนูคลุมศีรษะและชามไว้ สูดไอระเหยเข้าทางจมูกประมาณ 5-10 นาที จะรู้สึกโล่งจมูก นอกจากนี้ ยังใช้หอมเล็กต้มน้ำอาบแก้คัดจมูกได้เช่นกันค่ะ โดยนำหอมเล็ก 3 หัว ทุบพอแตก ใบมะขาม 1 กำมือ และเปลือกส้มโอประมาณครึ่งลูก ต้มกับน้ำ 3 ลิตร พอน้ำเดือดยกลง รอจนอุ่น (ทดสอบโดยใช้นิ้วจุ่มว่าร้อนไปหรือไม่) จึงอาบแทนน้ำเปล่า ด้วยสรรพคุณทางยาของสมุนไพรเหล่านี้จึงช่วยบรรเทาหวัดและลดน้ำมูก

           ขิง นำขิงแก่ 1 แง่ง หั่นเป็นแว่นบาง ๆ ต้มกับน้ำ 1 ลิตรประมาณ 5 นาที เสร็จแล้วตักขิงออก ดื่มขณะยังอุ่น ๆ ครั้งละ 1 แก้ว ช่วงเช้า กลาง และเย็น จะช่วยลดน้ำมูกได้

           ตะไคร้ ใช้ตะไคร้ 3-4 ต้น บุบให้แตก ต้มกับน้ำ 1 ลิตร จนเดือด ยกลง รินเฉพาะน้ำจิบบ่อย ๆ ตลอดวัน ช่วยแก้อาการน้ำมูกไหลจากหวัดได้เช่นกัน 

โล่งจมูก ด้วยยาดมสูตรธรรมชาติ

          ส่วนผสมมีดังนี้ คือ เกล็ดสะระแหน่ (เมนทอล) หนัก 5 บาท (1 บาทเทียบเท่ากับน้ำหนัก 15 กรัม) การบูรหนัก 1 บาท และพิมเสนหนัก 1 บาท

          วิธีทำง่าย ๆ โดยใช้ภาชนะที่เป็นแก้ว เช่น โหลแก้ว ใส่การบูรและพิมเสนลงไปก่อน หลังจากนั้นใส่เกร็ดสะระแหน่ตามไป ปิดฝาและเขย่าสักพักจนสารต่าง ๆ ละลายกลายเป็นน้ำ ตักแบ่งใส่ขวดแก้วขนาดเล็ก ไว้ใช้สูดดมแก้หวัดคัดจมูก และทำให้หายใจโล่งสบาย

หลากนิสัยควรรู้ เพื่อป้องกัน+ดูแลอาการคัดจมูก

          ทางที่ดีที่สุด คุณควรป้องกันตัวเองไว้ก่อน ด้วยวิธีดูแลรักษาตนเองที่เหมาะสม และหากเกิดมีอาการคัดจมูกและน้ำมูกไหลไม่หยุดแล้ว อย่าลืมปรับพฤติกรรมเสียใหม่ เพื่อป้องกันมิให้อาการลุกลามหรือเกิดโรคแทรกซ้อน เริ่มต้นง่าย ๆ ดังนี้

           ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำสบู่และน้ำเปล่า โดยเฉพาะหลังใช้ห้องน้ำสาธารณะหรือในช่วงที่ต้องทำงาน หรืออยู่ร่วมกับคนป่วย

           อยู่ให้ห่างไกลจากบริเวณที่มีควันบุหรี่ ควันบุหรี่จะทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อช่องจมูก หรือถ้าคุณสูบบุหรี่อยู่ก็เป็นเวลาที่สมควรจะเลิกสูบบุหรี่แล้วค่ะ

           ไม่ควรสั่งน้ำมูกอย่างรุนแรง เพราะอาจทำให้เกิดแรงดันย้อนกลับ จึงทำให้เชื้อไวรัสกลับขึ้นไปตามโพรงจมูกได้ ควรสั่งน้ำมูกจากรูจมูกทีละข้าง เพื่อให้มีแรงดันย้อนกลับน้อยที่สุด

           ถ้ารูจมูกเกิดการอักเสบแล้ว ควรทาวาสลินบาง ๆ รอบรูจมูกเพื่อป้องกันอาการแสบจมูก หรือใช้ผ้าเช็ดหน้าที่ทำจากผ้าฝ้ายธรรมชาติ ชุบชาคาโมไมล์ประคบไว้สัก 1-2 นาที 

           หากเป็นหวัดคัดจมูกควรพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่หักโหมงานเกินไป พร้อมกับกินอาหารที่มีประโยชน์ อย่างอาหารชีวจิต และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 
ผู้แสดงความคิดเห็น อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-01-12 14:26:25 IP : 171.7.23.254


ความคิดเห็นที่ 4 (3394563)

 ตัวยาของตำรับยาปราบชมพูทวีปนั้นใช้ตัวยาจำนวนมาก ในแต่ละแห่งก็อาจมีการลดเพิ่มตัวยาที่ต่างกัน แต่ส่วนใหญ่ใช้คล้ายๆ กัน สำหรับตัวยาของป้าถวายมีส่วนประกอบยา 26 ชนิด ดังนี้

1) ลูกจันทน์ หนัก 1 เฟื้อง 2) ดอกจันทน์ หนัก 1 สลึง 3) การบูร หนัก 1 สลึง 4) ลูกกระวาน หนัก ๑ สลึง ๑ เฟื้อง 5) ดีปลี หนัก 2 สลึง 1 เฟื้อง 6) ลูกพิลังกาสา หนัก 3 สลึง 7) รำพันหางหมู หนัก 3 สลึง 1 เฟื้อง 8) เทียนแดง หนัก 5 สลึง 1 เฟื้อง 9) เทียนตาตั๊กแตน หนัก 6 สลึง 1 เฟื้อง 10) เทียนแกลบ หนัก 7 สลึง


11) ขิงแห้ง หนัก 7 สลึง 1 เฟื้อง 12) ลูกสมอเทศ หนัก 9 สลึง 13) หัวบุกรอ หนัก 9 สลึง 1 เฟื้อง 14) กานพลู หนัก 10 สลึง 15) โกฐสอ หนัก 1 บาท 16) โกฐเขมา หนัก 1 บาท 1 เฟื้อง 17) เทียนดำ หนัก 1 บาท 1 สลึง 18) เทียนขาว หนัก 1 บาท 1 สลึง 19) ว่านน้ำทั้งห้า หนัก 1 บาท 3 สลึง 20) เจตมูลเพลิง หนัก 2 บาท

21) ลูกสมอไทย หนัก 2 บาท 22) หัสคุณเทศ หนัก 5 บาท 1 สลึง 1 เฟื้อง 23) เหงือกปลาหมอ หนัก 30 บาท 24) พริกไทยล่อน หนัก 30 บาท 3 สลึง 1 เฟื้อง 25) ใบกัญชาเทศ หนัก 31 บาท 2 สลึง 1 เฟื้อง 26) เกลือสินเธาว์ หนัก 1 บาท

วิธีปรุงยาให้นำตัวยาทั้งหมดตากแห้งบดเป็นผง ผสมนม เนย น้ำผึ้ง ปั้นเป็นลูกกลอนเท่าเมล็ดในเม็ดนุ่น รับประทานครั้งละ 2-3 เม็ด ก่อนอาหาร วันละ 2 เวลา เช้า-เย็น กินต่อเนื่องสัก 1 สัปดาห์ ข้อสังเกตเมื่อกินยานี้จะมีอาการร้อนวูบวาบตามตัวไม่ต้องตกใจ ข้อแนะนำ เมื่อกินยาตำรับนี้ให้งดกินยาอื่น

จากการเก็บข้อมูลผลการรักษาคนไข้ในโรงพยาบาล พบว่า ยาปราบชมพูทวีป โรคภูมิแพ้นี้สามารถลดอาการของโรคภูมิแพ้ได้ดีพอสมควร

ใครที่มีอาการกำเริบก็จะช่วยให้อาการหายเร็วขึ้น ซึ่งทุกวันนี้คนไทยป่วยด้วยโรคภูมิแพ้กันจำนวนมาก ยาชมพูทวีปจึงเป็นตำตอบได้ดีในระดับหนึ่ง เนื่องจากการดูแลรักษาโรคภูมิแพ้ให้ได้ผลอย่างดีนั้น นอกจากกินยาแล้ว จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนอาหารการกิน ปรับปรุงสุขลักษณะอื่นๆ รวมถึงหมั่นออกกำลังกายด้วย

และแม้ว่าตำรับยานี้จะมีความยุ่งยากในการเตรียมยา เพราะต้องใช้ตัวยาจำนวนมากและใช้เวลาในการเตรียมยาก็ตาม แต่ถ้าเราส่งเสริมสนับสนุนกันอย่างเป็นระบบ อุปสรรคหลายอย่างก็จะลดหายไป สมุนไพรก็จะเป็นหนทางการพึ่งตนเองของประเทศได้มากขึ้น
ผู้แสดงความคิดเห็น อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-01-12 14:29:09 IP : 171.7.23.254


ความคิดเห็นที่ 5 (3394564)

 ช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย จึงทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน เพราะในวันหนึ่งๆ มีทั้งอากาศหนาว,ร้อน,ฝนตก

 

ทำให้เป็นภูมิแพ้ บางท่านเป็นหนักก็จะมีอาการหอบหืด ดิฉันมีสูตรยาสมุนไพรมาฝาก (ได้ลองกับตัวเองแล้ว) ได้ผลดีมากๆ   เพราะเวลาเป็นทรมานมากๆ จะหายใจลำบาก เวลานอนก็นอนไม่ได้เพราะหายใจไม่สะดวก
 
สมุนไพรที่ใช้มีดังนี้จ้า
   1.  หอมแดง  1  หัว  (ขนาดเท่าหัวแม่มือผู้ป่วย)
   2.  กระเทียม           (ขนาดเท่าหัวแม่มือผู้ป่วย)
   3.  ขิง                    เหมือนกับข้อ1-2
   4.  มะนาว   3-4  ลูก
   5.  น้ำผึ้ง    2-3  ช้อนโต๊ะ
 
หอมแดง, กระเทียม, ขิง ที่เอาเปลือกออกแล้ว โขลกรวมกัน(ถ้ามีเครื่องปั่นก็ใช้วิธีปั่น)ให้ละเอียด
มะนาวบีบเอาน้ำ นำมาผสมรวมกันกับหอมแดง กระเทียม ขิง และน้ำผึ้ง  
 
ป.ล. ควรทำทีละมากๆหน่อย กะปริมาณเพราะสูตรข้างบนนี้เฉพาะดื่มครั้งเดียว ถ้าทำมากเก็บแช่ตู้เย็นไว้ดื่มทุกวันดื่มเวลาไหนก็ได้วันละกี่ครั้งก็ได้ เพราะสมุนไพรมีแต่ประโยชน์ไม่มีโทษ   
ผู้แสดงความคิดเห็น อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-01-12 14:31:23 IP : 171.7.23.254


ความคิดเห็นที่ 6 (3395925)

 ตำรับยารักษาโรคหอบหืด

ยาฝนแก้อาการ ไอ หืด เสลดติดคอ (หมอประภาส มาศขาว อ.กุดชุม จ.ยโสธร)

๑. รากพริกป่า (ครุฑน้อย , พุดน้อย , พุดป่า, เขาควาย, พริกผี ) ๑ คืบ
๒. น้ำมะนาว เป็นน้ำกระสายยา
วิธีใช้ ใช้รากพริกป่า ฝนกับหินให้เห็นเป็นสียาผสมกับน้ำมะนาว จิบบ่อยๆขณะมีอาการ ข้อมูลจาก หลวงพ่อเมียก วัดโคกกะเพอ จ. สุรินทร์
เหง้า ของต้น เอื้องหมายนา แช่ในน้ำตาลโตนด ๗ วัน กินวันละครึ่งแก้ว ก่อนนอน

 

ตำรับกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์

ขนานที่ ๑

เอาผมคน จำนวนมากพอสมควร นำมาล้างให้สะอาด ตากแดดให้แห้ง บดเป็นผงผสมสุราพอประมาณ ดื่มครั้งละ ๑ ถ้วยชาจีน วันละครั้ง ( ไม่ควรกินขณะโรคหืดกำเริบ) ประมาณ ๗ วัน ( ใช้ได้ผลดีในกรณีที่เป็นไม่เกิน ๕ ปี)

 

ขนานที่ ๒

ใช้แก่นลั่นทมจำนวนมากพอสมควร สับให้ละเอียดนำมาต้มใส่น้ำพอสมควร กรองเอาน้ำออกแล้วเคี่ยวให้เป็นยางเหนียว (พอปั้นเป็นลูกกลอนได้) ผสมกับสุรา ปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเมล็ดพุดซา

 

ขนานที่ ๓

แมงป่องช้าง ๘ ตัว นำมาคั่วไฟให้กรอบ บดให้ละเอียด ผสมกับสุรา ดื่มครั้งละ ๑ ถ้วยชาจีน วันละ ๒-๓ ครั้ง

 

ขนานที่ ๔

นำเนื้อหมู ๓ ชั้น ใส่ไว้ในรังมดแดง ๒๐ ชั่วโมง นำเอาเนื้อหมูมาสับให้ละเอียดแกงกับยอดตำลึง กินทั้งเนื้อและน้ำยา ๒-๓ ครั้ง

 

ขนานที่ ๕

๑. ใบหนาด ๔ ใบ
๒. รากมะดัน หนัก ๑๐ บาท
๓. สารส้ม หนัก ๑ บาท
นำมาตำให้เป็นผง ชงน้ำร้อนดื่มต่างน้ำชา

 

ขนานที่ ๖

ใช้ต้นตำแย ทั้ง ๕ จำนวนมากพอสมควร ล้างให้สะอาด ตำให้ละเอียด คั้นเอาน้ำ นำมาผสมกับน้ำผึ้ง อย่างละเท่ากัน ดื่มครั้งละ ๑ แก้ว

 

ขนานที่ ๗

ใช้ลูกใต้ใบ ทั้ง ๕ จำนวนมากพอสมควร ตำให้ละเอียด ผสมน้ำต้มสุก คั้นเอาน้ำ ดื่มครั้งละ ๑ ถ้วยชาจีน วันละ ๑ ครั้ง เป็น เวลา ๓ วัน

 

ขนานที่ ๘

๑. ข้าวหมาก ๑ ถ้วยชาจีน
๒. หนังปลากระเบน ( เผาจนกรอบแล้วนำมาบดละเอียด) หนัก ๑ บาท
นำมาผสมกัน ใช้กินให้หมดทั้งถ้วยเพียงครั้งเดียว

 

ขนานที่ ๙

เนื้อจระเข้สด จำนวนมากพอสมควร นำมาผัดกับพริกเครื่องแกง ผสมกับสุราพอสมควร กินพร้อมกับข้าวสุก เพียง ๓-๔ ครั้ง

 

ขนานที่ ๑๐

เมล็ดบวบที่ตากแดดให้แห้ง แกะเอาเฉพาะเนื้อข้างใน ตำให้ละเอียดผสมกับสุรา ใช้ดื่ม ๓ ครั้ง
- ครั้งที่๑ เนื้อในเมล็ดบวบ หนัก ๑ สลึง ผสมกับสุรา ๑ ก๊ง ดื่มให้หมด
- ครั้งที่ ๒ เอาเนื้อในเมล็ดบวบ หนัก ๒ สลึง ผสมกับสุรา ๑ ก๊ง ดื่มให้หมด ห่างจากครั้งแรก เว้น ๑ วัน
- ครั้งที่ ๓ เนื้อในเมล็ดบวบ หนัก ๓ สลึง ผสมกับสุรา ๑ ก๊ง ดื่มให้หมด ห่างจากครั้งที่ ๒ เว้น ๑ วัน
หมายเหตุ กินยาขนานนี้แล้วจะทำให้เกิดการอาเจียน จนรังหืดออกมา

 

ขนานที่ ๑๑

ยาสูบ และ ปูนขาว อย่างละเท่ากัน ไข่ไก่ ๒-๓ ฟอง ( ใช้เฉพาะไข่ขาว) นำมาคลุกเคล้ากันให้ดี พอกกลางหลังบริเวณ กระเบนเหน็บ หลังพอกยา จะเกิดอาการอาเจียนออกมาเป็นสีขาว เหลือง และเขียวอ่อน รังหืดจะออกมาพร้อมกับอาเจียนสีเขียวอ่อน เมื่อรังหืดออกมาแล้วให้แกะยาที่พอกออกทันที
หมายเหตุ ในระหว่างอาเจียนให้ดื่มน้ำมะพร้าวอ่อน

 

ขนานที่ ๑๒

ไข่ไก่สด (ชนิดที่มีเชื้อตัวผู้ ฟักเป็นตัวได้) ๑ ฟอง ผสมน้ำส้มสายชู ๒ ช้อนโต๊ะ กวนให้เข้ากัน กินก่อนอาหารเช้าทุกวัน เป็นเวลา ๑๕ วัน (ถ้าเป็นมากให้กิน เช้า – เย็น)อาการจะดีขึ้น และให้กินต่อขนครบ ๙๐ วัน

 

ขนานที่ ๑๓

๑. เถาวัลย์เปรียง ๒ สลึง ( ๑ บาท ๑ สลึง)
๒. ใบมะคำไก่ ๒ สลึง ( ๒ บาท ๒ สลึง)
๓. ฝาง ๒ สลึง ( ๒ บาท ๒ สลึง)
๔. หัวแห้วหมู ๒ สลึง ( ๒ บาท ๒ สลึง)
๕. แก่นแสมสาร ๖ สลึง ( ๖ บาท ๒ สลึง)
นำมาต้ม ดื่มครั้งละ ๑ ถ้วยชาจีน ประมาณ ๔-๕ ครั้ง

 

ขนานที่ ๑๔

๑. ขมิ้นอ้อย
๒. ยาสูบ
๓. ปูนขาว
นำมาอย่างละหนัก ๘ บาท ตำให้ละเอียด พอกที่หน้าแข้ง ประมาณ ๓๐ นาที จะทำให้อาเจียนเอาเชื้อหืดออกหมด

 

ขนานที่ ๑๕

ใบต้นตองแตก ๕ ใบ ลงอักขระพระเจ้า ๕พระองค์ ( นะ โม พุท ธา ยะ ) ทุกใบ ตำให้ละเอียด คั้นเอาน้ำยามาผสมกับน้ำปูนขาว ปั้นเป็นเม็ดขนาดเท่าไข่จิ้งจก กินกับน้ำผึ้งวันละครั้งเพียง ๓ วัน

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-01-18 18:30:00 IP : 171.7.107.168


ความคิดเห็นที่ 7 (3395926)

                                                                                                    ขนานที่ ๑๖

๑. หัวกระชาย
๒. ผิวมะกรูด
๓. ต้นการบูร ทั้ง๕
๔. กระเพราแดง
๕. ขิง
นำมาอย่างละเท่ากัน ตากแดดให้แห้ง บดให้เป็นผง ผสมกับน้ำผึ้ง และปั้นเป็นลูกกลอน ขนาดเท่าเม็ดพุดซา กินครั้งละ ๒ เม็ด ก่อนอาหาร เช้า – เย็น

 

ขนานที่ ๑๗

ปูแสมดองเค็ม ๕ ตัวนำมาคั่วให้เกรียม บดให้ละเอียดผสมน้ำข้าวต้ม ๓ ช้อนโต๊ะ กินวันละ ๓ เวลา

 

ขนานที่ ๑๘

๑. เถาวัลย์เปรียง หนัก ๓ บาท
๒. ผักเป็ดแดง หนัก ๓ บาท
๓. ต้นสำมะงา หนัก ๓ บาท
๔. การบูร หนัก ๑ บาท
นำมาต้มใส่น้ำ ๑ส่วน สุรา ๑ ส่วน ดื่มก่อนอาหาร เช้า-เย็น

 

ขนานที่ ๑๙

๑. หัวข่า ๑ กำมือ
๒. ใบมะกา ๑ กำมือ
๓. ข้าวเปลือกข้าวเจ้า ๓ หยิบมือ
นำมาต้มดื่ม วันละ ๒ เวลา เช้า-เย็น เป็นเวลา ๓๐ วัน

 

ขนานที่ ๒๐

๑. หัวกระเทียม ๑๐๘ กลีบ
๒. พริกไทยล่อน ๑๐๘ เม็ด
๓. หัวแห้วหมู ๑๐๘ หัว
นำมาตำให้ละเอียด ผสมกับน้ำผึ้ง ปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเมล็ดข้าวโพด กินครั้งละ ๒-๓ เม็ด วันละ ๓ เวลา เช้า เย็น ก่อนนอน

 

ตำรับยาขนานอื่นๆ

ขนานที่ ๑

๑. ดอกลำโพง ๑ ส่วน
๒. ใบมะฝ่อ ๑ ส่วน
นำมาหั่นรวมกัน เอาเลือดแรด ละลายกับน้ำตาลโตนด เคล้ายาให้ทั่ว แล้วตากแดดให้แห้ง เมื่อจะสูบ ผสมการบูรพอควร ใช้ใบตองแห้งมวนสูบทุกวัน

 

ขนานที่ ๒

๑. ใบตำลึง ๑ กำมือ ตำคั้นเอาน้ำ
๒. จุนสี สะตุ ๑ สลึง
บดเป็นผงผสมในน้ำตำลึงกินแก้หืด

 

ขนานที่ ๓

๑. ยาดำ ๑ บาท
๒. มะเขือขื่น ตำคั้นให้ได้น้ำ ๑ ถ้วยชาจีน
๓. ไพล ตำคั้นให้ได้น้ำ ๑ ถ้วยชาจีน
๔. มะพร้าว ๑ ซีก ขูด คั้นเอาแต่น้ำ
นำยาทั้ง๔ มากวนแล้วปั้นเป็นลูกกลอน

 

ขนานที่ ๔

จันทน์แดง ผสมกับจุนสีสะตุ ๑ สลึง

 

ขนานที่ ๕

เปลือกหอยอีรุม ฝนกับน้ำปูนใส

 

ขนานที่ ๖

รกคน นำมาทาเกลือแล้วย่างไฟ บดให้เป็นผงโรยบนข้าวให้กิน

 

ขนานที่ ๗

กระเทียม หัวหญ้าแห้วหมู พริกไทย อย่างละเท่ากัน บดเป็นผง ผสมกับน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอน ขนาดเท่าเม็ดมะเขือพวง กินครั้งละ ๒-๓ เม็ด เช้า-เย็น

 

ขนานที่ ๘

๑. ฝาหอยแครง หรือ หอยแลงภู่ หรือหอยกาบ หรือหอยโข่ง หรือหอยขม หนัก ๓๐ บาท บดเป็นผง
๒. ยาสูบหนัก ๓๐ บาท บดให้ละเอียด
นำยาทั้ง ๒ มาผสมน้ำ แล้วพอก บริเวณ สะบักลงมาถึงเอวทั้ง ๒ ข้าง ห้ามพอกบนกระดูกสันหลังในขณะที่หอบ เมื่ออาเจียนออกให้ลอกออก แล้วเอาสัปปะรด มาสับเป็นชิ้นเล็กๆ ผสมเกลือ เอาผ้าขาวบางห่อ ให้น้ำหยดลงใส่ภาชนะ รองน้ำดื่ม

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-01-18 18:31:38 IP : 171.7.107.168


ความคิดเห็นที่ 8 (3395927)

 หวัดเรื้อรัง , ไอเรื้อรัง

ขนานที่ ๑

ต้นโทงเทงแห้ง หนัก ๓๓ บาท บดเป็นผง ผสมกับน้ำตาลกรวดทำให้เป็นน้ำเชื่อมประมาณครึ่งขวดน้ำปลา กินครั้งละ ๓ ช้อนโต๊ะ วันละ ๓ เวลา หลังอาหาร

 

ขนานที่ ๒

๑. เทียน ทั้ง ๕ หนักอย่างละ ๑ บาท
๒. สมอทั้ง ๓ หนัก อย่างละ ๑ บาท
๓. มะขามป้อม ๑ บาท
๔. รากช้าพลู ๑ บาท
๕. แก่นสน ๑ บาท
๖. แก่นขี้เหล็ก ๑ บาท
๗. ยาดำ ๑ บาท
๘. ใบมะขาม ๑ บาท
นำมาต้มให้น้ำพอเดือด กินครั้งละ ค่อนแก้ว ก่อนอาหาร เช้า – เย็น

 

ขนานที่ ๓

ใบชุมเห็ดเทศ นำมาย่างจนเกรียมด้วยไฟอ่อนๆ ใช้ชงเป็นน้ำชา กินวันละ ๒ แก้ว

 

ขนานที่ ๔

๑. หัวอุตพิดสด พอสมควร
๒. กระเทียม ๗ กลีบ
๓. พริกไทยร่อน ๗ เม็ด
๔. ดีปลี ๗ ดอก
นำมาตำให้ละเอียด ผสมกับน้ำผึ้ง ปั้นให้เป็นลูกกลอน ขนาด เท่าเมล็ดข้าวโพด กินวันละ ๑ เม็ด

 

ขนานที่ ๕

ใบหนุมานประสานกาย ประมาณ ๑๐ ใบ ต้มกับน้ำจนเดือด กินแทนน้ำ

 

ขนานที่ ๖ ตำรับของ หมอ ชอย สุขพินิจ อ. กาบเชิง จ. สุรินทร์

๑. แก่นสน ๓ ชิ้น (๑ ชิ้น ขนาดเท่า ๑ นิ้วชี้มือ)
๒. ต้น ปีบ ๓ ชิ้น
๓. รากและหัวต้นเลา (ลาว ต้นอ้อ, เขมร ต้นแตรง) ๓ หัว
๔. ย่านาง ทั้ง ๕ ๓ เครือ
นำมาต้มพอเดือด กินครังละ ๑ แก้ว วันละ ๓ เวลา

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-01-18 18:33:17 IP : 171.7.107.168


ความคิดเห็นที่ 9 (3395928)

 ผู้เรียบเรียงไม่แน่ใจว่าในอดีตจะเรียกกลุ่มอาการเหล่านี้ว่าโรคภูมิแพ้หรือไม่ เพราะว่าในคำรายาพื้นบ้านไม่ค่อยมีโรคภูมิแพ้ให้เห็น แต่จะมียารักษาโรคหืด ลมพิษ ไอเรื้อรัง โรคหวัด

ที่น่าจะจัดอยู่ในกลุ่มโรคภูมิแพ้ได้ สาเหตุที่ตำรายาโบราณ หรือหมอพื้นบ้านไม่ค่อยเขียนถึง อาจเป็นเพราะในอดีตไม่ค่อยจะมีผู้ ป่วยโรคภูมิแพ้ หลักฐานที่สนับสนุนสมมุติฐานนี้ คือ อัตราป่วยโรคภูมิแพ้ของประเทศกำลังพัฒนา พบน้อยกว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่างน้อย ๒-๓ เท่า

เด็กที่เกิดในครอบครัวที่มีลูกหลายคนและเป็นโรคภูมิแพ้ ลูกคนท้ายๆ มักจะไม่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ ทฤษฏีหนึ่งที่น่าเชื่อถือ คือ เอ็นโดท๊อกซิน Endotoxin ในฝุ่นจะกระตุ้นการทำงานของ T-helper 1cell ซึ่งช่วยลดการแพ้สารกระตุ้นต่างๆ ได้ ข้อสังเกตของผู้เขียนเองก็พบว่า เด็กที่เกิดในครอบครัวที่มีฐานะทั้งการศึกษาหรือการเงินดีมักจะเป็นโรคภูมิแพ้ หรือหอบหืดได้บ่อย ข้อมูลเหล่านี้น่าจะเป็นประโยชน์ในการเลี้ยงดูบุตร เพื่อป้องกัน หรือลดการป่วยด้วยโรคภูมิแพ้ได้บ้าง

ประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียน(นพ. เอกชัย)ในการใช้สมุนไพรพื้นบ้าน มีไม่มากนัก โดยส่วนตัวคิดว่าถ้าผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ หรือ หอบหืดจะดีขึ้น หรือหายได้ คงไม่ใช่จากยาสมุนไพรอย่างเดียว แต่ต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ทำให้ภูมิคุ้มกันโรคทำงานด้อยประสิทธิภาพลงด้วย ได้แก่ การควบคุมอารมณ์ที่ดีขึ้น การกินอาหารที่เหมาะสมกับร่างกาย การออกกำลัง การลดปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น สุรา บุหรี่ สารเคมี เป็นต้น

ตำรับยาที่ใช้รักษาโรคภูมแพ้บ่อยๆ คือ ยาปราบชมพูทวีป ซึ่งมีใช้ในโรงพยาบาลชุมชนหลายแห่ง สามารถลดอาการกำเริบของโรคภูมิแพ้ได้ดีพอสมควร ถ้ามีอาการกำเริบ ก็จะทำให้การหายเร็วขึ้น ยานี้มีประสบการทั้งที่ใช้ในครอบครัว และคนไข้ของผู้เขียน ข้อเสียของยาตำรับนี้คือ ใช้ตัวยาประกอบจำนวนมาก ประมาณ ๕๐ รายการ ซึ่งเตรียมยาก และสิ้นเปลืองพอควร

ประสบการณ์ที่ได้จากคนไข้ของผู้เขียนบางคนที่ใช้วิธีอื่นแล้วได้ผลดี เช่น เด็กที่เป็นโรคหอบหืด ไม่นาน ผู้ปกครองจะย่างเนื้อตุ๊กแก ให้สุก แล้วป้อนให้เด็กกิน พบว่าเด็กจำนวนหนึ่งหายป่วยได้

ผู้ป่วยรายหนึ่งอายุ ๗๐ ปีที่เป็นโรคหอบหืด และถุงลมโป่งพอง กินยาขยายหลอดลมเป็นประจำ และมักมีอาการข้างเคียงจากยาด้วย เมื่อมีโอกาสทดลองกินเนื้อจระเข้ที่ปรุงสุก ระยะหนึ่ง สามารถหยุดยาได้ระยะหนึ่งเป็นเวลาหลายเดือนโดยไม่มีอาการ เมื่อมีอาการก็ใช้ยาในขนาดที่น้อยลงมาก

อีกตัวอย่างในคนไข้หอบหืดเป็นมาหลายปี ใช้ยาอยู่หลายชนิดทั้งกิน พ่นยา และฉีดยาขยายหลอดลมเป็นประจำ หลังจากกิน เหง้าของเอื้องหมายนา ประมาณ ๑ สัปดาห์ ก็สามารถลดยาขยายหลอดลมได้หลายชนิด จนหยุดยาได้

ส่วนตัวผู้เขียนเองเป็นลมพิษเรื้อรัง จากการแพ้เหงื่อ หลังเล่นกีฬาจะมีผื่นลมพิษขึ้นเป็นประจำตั้งแต่เป็นนักศึกษาแพทย์ ได้ทดลองกินยาตำรับหนึ่งของหลวงพ่อเมียก แห่งวัดโคกกะเพอ จ.สุรินทร์ กินอยู่ประมาณ ๓ สัปดาห์ ผื่นลมพิษหายไปประมาณ ๒ ปี โดยไม่กำเริบ นานๆ ครั้งจะมีผื่นขึ้นบ้างแต่เป็นปริมาณน้อย และหายเองโดยไม่ต้องใช้ยา ตำรับที่ใช้มีแก่นฝางเสน เป็นยาหลัก หลวงพ่ออธิบายว่า สาเหตุของโรคเกิดจากเลือดเสีย หรือเลือดเป็นพิษ ดังนั้นจึงต้องฟอกเลือดเสีย และขับออก ต่อมาจึงบำรุงโลหิตตาม ปัจจัยอื่นๆที่ผู้เขียนเปลี่ยนแปลงด้วย คือ ลดอาหารที่เป็นของทอดและมันลง รวมทั้งการขับถ่ายที่ดีขึ้น

โดยสรุปแล้วผู้เขียนเชื่อว่าสามารถนำมาใช้รักษา หรือบรรเทาอาการโรคภูมิแพ้ ต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้ามีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจในคำอธิบายการเกิดโรคหรืออาการภูมิแพ้ของการแพทย์พื้นบ้าน และวิธีคิดในการใช้ยาแต่ละประเภท แล้วนำมาศึกษาวิจัยทางคลินิกต่อไป มีตัวอย่างที่น่ายินดีคือ นักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า สามารถนำ กานพลู และอบเชย มาใช้ในการกำจัด ไรฝุ่น ที่เป็นสาเหตุ การแพ้ส่วนใหญ่ได้สำเร็จ นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ดังนั้นผู้เขียนจึงรวบรวมตัวอย่างตำรับยาที่ใช้ในการรักษาโรคภูมิแพ้มาจำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นตัวอย่างในการใช้ประโยชน์ในอนาคต

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-01-18 18:38:44 IP : 171.7.107.168


ความคิดเห็นที่ 10 (3395968)

 ภูมแพ้  อีกขนาน

ตัวยาก็มี...มีฟ้าทะลายโจร 800 กรัม

ใบหนุมาณประสานกาย 4000 กรัม

ตรีผลา สิ่งละ 140 กรัม

หัวแห้วหมูู 100 กรัม

ลูกมะแว้งต้น 100 กรัม

หากอากาศเปลื่อนแปลงให้เพิ่ม ใบอังกาบเหลือง 800 กรัม กำมะถันแดง 8 กรัม กระเทียมแห้ง 45 กรัม

บดผงบรรจุแคปซูลเบอร์ 1 อัตราส่วนน้ำหนักคนทานยานี้ 15 กิโลต่อ 1 แคปซููล

ทานก่อนอาหาร 20 นาทีทาน 3 เวลา เช้า กลางวันเย็น

กินร่วมกับวิตามิลซีจะหายเร็ว

สรรพคุณแก้ภูมิแพ้ แพ้ฝุ่น แพ้อากาศ ผื่นคัน

ข้อแนะนำไม่ทานนำ้เย็น ของมันๆหรือของทอด, เผ็ดจัด,เค็มจัดจ๊ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-01-19 19:05:35 IP : 171.7.107.168


ความคิดเห็นที่ 11 (3427009)

 มีน้ำสกัดจากผลไม้แนะนำค่ะเพราะตัวเองเป็นภูมิแพ้เหมือนกันต้องทานยาแพ้ทุกอย่างไม่ว่าจะแพ้อากาศ แพ้ทางผิวหนัง หายค่ะไม่ต้องทานยาอีกเลยค่ะดีสุดๆค่ะสนใจสอบถามรายละเอียดได้นะคะ 0895326591 หรือ 0865611637 ค่ะ ชื่อสุวภัทรค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น สุวภัทร วันที่ตอบ 2013-08-01 22:50:26 IP : 124.120.254.88


ความคิดเห็นที่ 12 (3438444)

อยากได้ยาแก้ภูมิแพ้ไม่รู้มีหรือ ป่าว 0806797005

ผู้แสดงความคิดเห็น kang (nongkong-dot-com-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-10-18 21:51:23 IP : 118.172.250.178


ความคิดเห็นที่ 13 (3564590)

ใช้สมุนไพรรักษาภูมิแพ้ จำพวก หอมแดง กระเทียม ขมิ้นชัน สามารถรักษาภูมิแพ้ได้ผลดีมากๆ ค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น นานา วันที่ตอบ 2015-11-22 12:37:58 IP : 110.78.144.23


ความคิดเห็นที่ 14 (3569321)

Recently two months, Dior, Prada http://www.allpurse.ru  and added all-embracing affluence brands are generally broadcast abundance in Shanghai, upgrades flagship store. It is a accepted actuality that alone searching acceptable because you are cutting a artist dress and blow aggregate is not on the appropriate clue is useless. To abstain this, you can buy a replica designer handbags which is affluent in quality. You can adore the abstracted affluence cast now at http://www.skypurse.com Women consistently wish to abrasion the best and appropriately attending attractive, but abominably and inevitably, there are alone a baby admeasurement of women who accept got abundant money to accomplish the state. It is about important to be able to acquaint the aberration amid the two categories of replica handbags accessible in the market. About they are the aboriginal on the account with items accepting unaffordable prices, With amount tags of bags of dollars getting absolutely commonplace. That not abridged change by any means. http://www.bagsky.ru/Sunglass-27.html  The designer handbags are of course very amiable, they are available http://www.tophandbags.ru in various vibrant colors, and the replica handbag is perfect for holding all your needy materials. Women who want to accessorize the bag with their dress may need more than a couple of bags. Now as there are varieties in uk replica handbag you can just match your handbag with your attire.

ผู้แสดงความคิดเห็น denn (sdf-at-sdf-dot-dfg)วันที่ตอบ 2016-01-10 22:57:49 IP : 113.64.172.15



1


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล *
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2011 All Rights Reserved.