ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > การทำยาธาตุอบเชย

การทำยาธาตุอบเชย


 ยาธาตุอบเชย

ส่วนผสม 
เปลือกอบเชย 50 กรัม
เปลือกสมุลแว้ง 50 กรัม 
ชะเอมเทศ 50 กรัม 

ดอกกานพลู 50 กรัม 
การบูร 1 ช้อนชา 
เมนทอล 1 ช้อนชา 
น้ำ 7,000 ซีซี

วิธีเตรียม 
นำสมุนไพรทั้ง 4 อย่าง ต้มน้ำประมาณ 15 นาที จากนั้นตั้งทิ้งไว้พออุ่น จึงเติมการบูร และเมนทอล

วิธีใช้
ผู้ใหญ่ ครั้งละ 2-3 ช้อนโต๊ะ เด็กลดลงตามส่วน รับประทานหลังอาหาร หรือทุก 2-3 ชั่วโมง เมื่อมีอาการปวดท้อง จุกเสียด แน่นเฟ้อ

อีกสูตร...จ้า
ท้องอืดท้องเฟ้อเมื่อไร ใครๆก็นึกถึงยาธาตุเป็นอันดับแรก แล้วรู้หรือไม่ว่ายานี้ทำจากสมุนไพรไม่กี่ชนิดเท่านั้นแถมทำไม่ยาก ลองปรุงไว้ใช้ยามเมื่อลมส่วนเกินในลำไส้มาเยือน

ส่วนผสม
- ลูกกระวาน / เปลือกสมุลแว้ง / อบเชยเทศ/ ชะเอมเทศชนิดละ10กรัม
- การบูร 2 กรัม
- เกล็ดสะระแหน่(เมนทอล) 1 กรัม
- น้ำเปล่า1.5ลิตร
- น้ำตาลทรายแดงหรือน้ำผึ้งสำหรับแต่งรส100กรัม
วิธีทำ
1. ล้างตัวยาทุกอย่างให้สะอาด (ยกเว้นการบูรและเกล็ดสะระแหน่) กานพลูแยกมาล้างต่างหาก โดยนำใส่ตะแกรงแล้วเปิดน้ำผ่านสักพักเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำมันหอมระเหย สมุล-แว้งหากมีฝุ่นสีดำเกาะติดอยู่ให้ใช้มีดขูดออกให้หมด
2. จากนั้นนำลูกกระวานและกานพลูมาบุบในครกพอแตกแล้วแยกพักไว้ ส่วนตัวยาอื่นๆ (ยกเว้นการบูรและเกล็ดสะระแหน่) นำมาสับด้วยมีดหรือตัดด้วยกรรไกรตัดกิ่งให้เป็นชิ้นเล็กๆ
3. ต้มน้ำในหม้อสเตนเลสปิดฝารอจนเดือดจัดใส่สมุนไพรต่างๆลงไป(ยกเว้นกระวานและกานพลู)ปิดฝาหรี่ไฟต้มนาน 20 นาทีใส่กระวานและกานพลู ปิดฝาหม้อหรี่ไฟให้อ่อน ต้มประมาณ 45 นาทีห้ามเปิดฝาเด็ดขาด
4. เมื่อได้เวลาแล้วปิดไฟ นำมากรองเอาแต่น้ำแล้วเติมน้ำตาลลงไป คนให้ละลาย พักให้อุ่น ผสมการบูรและเกล็ดสะระแหน่เข้าด้วยกันคนจนละลายแล้วใส่ลงในน้ำยาที่กรองไว้คนพอเข้ากันอีกครั้ง รินใส่ขวดแก้วให้ถึงคอขวด ปิดฝาเก็บไว้ใช้ได้ 1 เดือน เมื่อมีอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ให้รับประทานยาธาตุอบเชยครั้งละ 3 - 5 ช้อนโต๊ะ


ผู้ตั้งกระทู้ อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2012-11-15 06:32:00 IP : 14.207.130.77


1

ความเห็นที่ 1 (3386011)

 นำ้สมุนไพรบำรุงหัวใจ

เติมความชุ่มชื่นให้หัวใจด้วยเครื่องดื่มอุ่นๆ กรุ่นกลิ่นหอมจรุงจิตจากสมุนไพรไทย 4 ชนิด
ทั้งเกสรบัวหลวงช่วยบำรุงหัวใจ 
คำฝอยและฝางเสนมีสรรพคุณฟอกเลือดและบำรุงโลหิต
ใบเนียม


เพิ่มเติมใบเนียมสมุนไพรชั้นสูงที่ชาววังนิยมนำมาย่างบนไฟอ่อนให้หอมแล้วนำมาอบร่ำผ้าแพร อบขนม ทำน้ำอบน้ำปรุง กวนกับน้ำมันมะพร้าวใช้ทาปากกันริมฝีปากแห้งจากการเคี้ยวหมาก หรือม้วนแล้วเสียบแทนต่างหู ความหอมของใบเนียมนั้นละมุนละไม ช่วยบำรุงดวงจิตเมื่อได้สูดดม

เครื่องดื่มถ้วยนี้จึงเหมาะสำหรับบำรุงหัวใจและปรับสภาพอารมณ์ให้สงบได้ดี

แก้วที่ใช้ ถ้วยชาหรือถ้วยกาแฟ

เตรียม 20 นาที ปรุง 30 นาที

ส่วนผสม (สำหรับ 4 ถ้วย)

เกสรบัวหลวงแห้ง 7 กรัม

ดอกคำฝอยแห้ง 7 กรัม

แก่นฝางเสน 7 กรัม

ใบเนียมสดย่างไฟอ่อนจนหอม 5 ใบ

น้ำเปล่า 5 ถ้วย

น้ำผึ้งตามชอบ

วิธีทำ

1 ล้างแก่นฝางให้สะอาด สับเป็นท่อนเล็ก พักไว้ เก็บสิ่งสกปรกออกจากเกสรบัวและดอกคำฝอย

2 ต้มน้ำให้เดือด ใส่แก่นฝางลงไปต้มนาน 2 นาที จากนั้นใส่เกสรบัวและดอกคำฝอยลงไป ปิดฝาต้มต่ออีก 10 นาที

3 เปิดฝาหม้อ ใส่ใบเนียมลงไป ปิดฝาต้มต่ออีก 5 นาที ปิดไฟ ยกลงจากเตา แล้วเทส่วนผสมผ่านกระชอน เพื่อกรองกากสมุนไพรทิ้ง ใส่น้ำผึ้งลงคนผสม

4 รินเครื่องดื่มที่ได้ใส่ถ้วย ดื่มทุกเช้าก่อนอาหาร หรือก่อนนอน

TIPS

- ต้นเนียมมีจำหน่ายตามร้านขายต้นสมุนไพรทั่วไป แต่ค่อนข้างหายาก จึงอาจไม่มีขายประจำ หากหาไม่ได้ให้ใช้ใบเตยแทนได้ โดยนำใบเตยสดมาซอยเป็นชิ้นเล็กๆให้ได้ปริมาณ 1 ถ้วย

- แก่นฝางเสนมีจำหน่ายตามร้านขายยาสมุนไพรไทยทั่วไป

- กากสมุนไพรที่เหลือ คนโบราณนิยมนำไปเทไว้ที่โคนต้นไม้ใหญ่ เรียกวิธีนี้ว่า “จำเริญ” โดยไม่นำไปทิ้งถังขยะ เพราะถือว่าสมุนไพรมีบุญคุณ ต้องนำไปวางในสถานที่ที่เหมาะสม
ผู้แสดงความคิดเห็น อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-11-19 18:36:25 IP : 14.207.190.125


ความเห็นที่ 2 (3388785)

 ตำรับยาธาตุ

แผนไทยนั้นมีหลายขนานด้วยกันในที่นี้ขอนำเสนอตำรับยาธาตุที่ได้ผ่านการท้าพิสูจน์มาแล้วจากกระบวนการวิจัยทางคลีนิกของการแพทย์แผนใหม่ นั่นคือ

ยาธาตุอบเชย ซึ่งมีสูตรตำรับดังนี้

เปลือกอบเชย        50     กรัม               เปลือกสมุลแว้ง      50     กรัม 

ชะเอมเทศ           50     กรัม                ดอกกานพลู              50     กรัม

การบูร                    1   ช้อนชา                  เมนทอล                     1      ช้อนชา

น้ำ                             7,000 ซีซี

วิธีเตรียม น้ำสมุนไพรทั้ง 4 อย่าง ต้มน้ำประมาณ 15 นาที จากนั้นตั้งทิ้งไว้พออุ่น จึงเติมการบูรและเมนทอล

วิธีใช้ ผู้ใหญ่ ครั้งละ 2-3 ช้อนโต๊ะ เด็กลดลงตามส่วน รับประทานหลังอาหาร หรือทุก 2-3 ชั่วโมง เมื่อมีอาการปวดท้อง จุกเสียด แน่นเฟ้อ
                ภาษิตโบราณสิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่ามือคลำ สิบมือคลำไม่เท่าทำวิจัยเอง

ดังนั้นเพื่อพิสูจน์ว่าสรรพคุณของยาธาตุอบเชยตำรับนี้ดีแค่ไหน คณะวิจัยกลุ่มใหญ่ประกอบด้วยทีมแพทย์ เภสัชกร พยาบาลวิชาชีพ เจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน เจ้าพนักงานเภสัชกรรม และแพทย์แผนไทยประยุกต์จากโรงพยาบาลชุมชนถึง 6 แห่ง รวมทั้งคณะแพทย์ศิริราชพยาบาล และกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกของกระทรวงสาธารณะสุขได้จับมือสามัคคีกันทำวิจัยทางคลินิกในหัวข้อเรื่องประสิทธิผลและความปลอดภัยของยาธาตุอบเชยในการรักษาภาวะอาหารไม่ย่อยที่ ไม่ทราบสาเหตุ (functional dyspepsia)”
               ผลปรากฏว่า ผู้ป่วยร้อยละ 82.3 ที่ได้รับยาธาตุอบเชย พึงพอใจต่อผลการักษา และและผู้ป่วยร้อยละ 86 ที่ได้รับยาไซเมธิโคนก็พึงพอใจต่อผลการรักษาเช่นกัน

แม้ว่าผลการรักษาของยาไทย ยาฝรั่ง ออกมา วิน-วิน สูสีกัน แต่ค่ารักษาด้วยยาไทยถูกกว่าเกือบ 3 เท่า

ในยุคที่กำลังโปรโมทเศรษฐกิจพอเพียงอย่างนี้ คนไทยเราก็ต้องเลือกรักษาด้วยยาไทย

ซึ่งถ้าหากไม่สามารถหาสมุนไพรได้ครบสูตร จะใช้เปลือกอบเชยเทศ เพียงอย่างเดียวก็ได้ โดยใช้ขนาด 15 กรัมต้มในน้ำ 1 ลิตร ให้ดือดนาน 5-10 นาที ใช้รับประทานแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยย่อยได้ผลดีเช่นกัน

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-12-06 08:36:15 IP : 171.7.13.42


ความเห็นที่ 3 (3388865)

 ๑. การกลั่นบอระเพ็ด สูตรยาหมอพื้นบ้าน จังหวัดขอนแก่น

วิธีการทำ
1. นำบอระเพ็ดล้างน้ำให้สะอาดแล้วหั่นเป็นท่อนๆ ประมาณ 1 เซนติเมตร
2. นำบอระเพ็ดที่หั่นแล้วใส่ในไหหรือหม้อดิน แล้วเทน้ำใส่พอท่วม หมักไว้ประมาณ 2-3 วัน
3. เมื่อครบ 3 วันให้สังเกตว่าน้ำจะมีสีเขียว เกิดฟอง และชิมรสจะมีรสขม
4. นำบอระเพ็ดที่หมักไปใส่ในหม้อกลั่น โดยการกลั่นควรใช้สายที่ยาวที่สุดเพราะจะทำให้ได้ปริมาณน้ำที่มากที่สุด ประมาณ 10-20 เมตร

** หมายเหตุ การกลั่นบอระเพ็ดที่วิธีการโบราณ แต่ไม่นิยมเพราะลงทุนสูง ปัจจุบันนิยมรับประทานสดๆ คือประมาณ 1 องคุลี (ข้อนิ้วมือข้อสุดท้าย) รับประทานในตอนเช้า

 
ผู้แสดงความคิดเห็น อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-12-06 15:30:30 IP : 171.7.13.42


ความเห็นที่ 4 (3388866)

 

การทำน้ำด่าง

 

การทำน้ำด่าง สูตรยาหมอพื้นบ้าน จังหวัดขอนแก่น

ต้นไม้ที่ใช้
- ต้นสะแก
- งวงตาล
- ขี้เหล็ก
- เถาดั่ง (เป็นพืชจำพวกเถา-เครือ)
- ไม้ไผ่

วิธีการทำน้ำด่างจากถ่าน
1. นำไม้ไปเผาให้เป็นถ่าน แล้วทุบให้เป็นก้อนเล็กๆ
2. นำถ่านใส่ในหม้อดินหรือไห (ห้ามใส่ในภาชนะที่เป็นโลหะเพราะจะทำให้เกิดสนิม)
3. เติมน้ำลงในไหหรือหม้อดินให้ท่วมถ่านแล้วกวนประมาณ 5-10 รอบ ตั้งทิ้งไว้ 12 ชั่วโมงหรือ 1 วัน
4. กรองเอาน้ำใส่ๆ แล้วตั้งทิ้งไว้ให้ตกตะกอนแล้วกรองอีกรอบหนึ่ง จากนั้นนำน้ำที่ได้ใส่ในขวดแก้วเก็บไว้เพื่อใช้

วิธีการทำน้ำด่างจากขี้เถ้า
1. นำไม้ไปเผาให้เป็นขี้เถ้า แล้วนำขี้เถ้าที่ได้ใส่ในหม้อดินหรือไห
2. เทน้ำใส่พอท่วมคนประมาณ 5-10 รอบตั้งทิ้งไว้ 12 ชั่วโมงหรือ 1 วัน
3. กรองเอาน้ำใสๆ แล้วตั้งทิ้งไว้ให้ตกตะกอนแล้วกรองอีกรอบหนึ่ง จากนั้นนำน้ำที่ได้ใส่ในขวดแก้วเก็บไว้เพื่อใช้

ประโยชน์ของน้ำด่าง
1. ใช้เป็นน้ำกระสายยา
2. ใช้เป็นยาห้ามถ่าย
3. ใช้ซักเสื้อผ้า
4. ใช้แช่ผ้าให้ขาว
5. ใช้อาบน้ำชำระร่างกายแทนสบู่

 
ผู้แสดงความคิดเห็น อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-12-06 15:33:13 IP : 171.7.13.42


ความเห็นที่ 5 (3388868)

 การทำน้ำมันเสลดพังพอน สูตรยาหมอพื้นบ้าน จังหวัดขอนแก่น

ส่วนประกอบ
1. เสลดพังพอนตัวเมีย 1 กิโลกรัม
2. เสลดพังพอนตัวผู้ 1 กิโลกรัม
3. ไพล 1 กิโลกรัม
4. ขมิ้นชัน 1 กิโลกรัม
5. ขมิ้นอ้อย 1 กิโลกรัม
6. น้ำมันถั่วเหลืองหรือน้ำมะพร้าว 2 ลิตร
7. เมนทอล 50 กรัม
8. การบูร 100 กรัม

วิธีการทำ
1. นำเสลดพังพอนตัวผู้-ตัวเมีย ล้างน้ำให้สะอาดหั่นเป็นท่อนๆ ยาวประมาณ 3-4 เซนติเมตร จากนั้นไปให้ผึ่งให้แห้ง
2. นำไพล ขมิ้นชัน ขมิ้นอ้อย ล้างน้ำให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นบางๆ ผึ่งแดดให้แห้ง
3. นำสมุนไพรทั้งหมดที่แห้งแล้วใส่ในหม้อเคลือบหรือกะทะ เทน้ำมันใส่ให้ท่วม แล้วนำไปตั้งทอดสมุนไพรจนกรอบ จะได้น้ำมันที่มีสีเขียว
4. นำน้ำมันที่ได้กรองด้วยผ้าขาว ทิ้งไว้ให้อุ่น
5. นำเมนทอลและการบูร เทลงในน้ำมันที่อุ่นๆ แล้วคนให้เข้ากัน
6. นำน้ำมันที่ผสมเรียบร้อยแล้วบรรจุใส่ภาชนะ

สรรพคุณ
1. แก้ผด ผื่น คันตามผิวหนัง
2. บรรเทาอาการคันในร่มผ้า โดยใช้ทา 2-3 วัน อาการคันจะลดลง และ 5-6 วัน ผิวหนังจะเป็นสีดำและหลุดลอกอก
3. บรรเทาอาการคันหนังศีรษะ ให้ทาแทนน้ำมันหมักผม
4. แก้พิษแมลง สัตว์ กัดต่อย
5. แก้แผลเรื้อรัง
6. แก้ริดสีดวงทวาร

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-12-06 15:38:10 IP : 171.7.13.42


ความเห็นที่ 6 (3388870)

 การทำปูนจากเปลือกหอย สูตรยาหมอพื้นบ้าน จังหวัดขอนแก่น

วิธีที่ 1
- นำเปลือกหอยแครงไปล้างน้ำให้สะอาดแล้วนำไปใส่ในหม้อดิน ตังไฟจนให้เปลือกหอยแคลงสุกจนกรอบ แล้วนำน้ำราดให้หายร้อน จากนั้นเปลือกหอยจะละลายกลายเป็นปูนขาว

วิธีที่ 2
- นำเปลือกหอยแครงไปล้างน้ำให้สะอาด แล้วนำไปเผาในเตาถ่าน ให้เปลือกหอยแครงสุกจนขาว จากนั้นนำเปลือกหอยแครงที่สุกแล้วไปล้างน้ำ นำใส่ในถ้วยกระเบื้อง ใส่น้ำพอท่วมปิดปากถ้วยด้วยใบตอง ทิ้งไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง

ประโยชน์
1. ใช้เป็นปูนกินกับหมาก
2. ใช้ทำน้ำปูนใสเพื่อแช่มัน หรือฟักทอง ฯลฯ ให้แข็งก่อนนำไปทำของหวาน
3. ใช้น้ำปูนใสล้างเหล็กหรือโลหะเพื่อป้องกันการเกิดสนิม

 
ผู้แสดงความคิดเห็น อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-12-06 15:42:28 IP : 171.7.13.42


ความเห็นที่ 7 (3388871)

 ตำรับยาป้องกันผมหงอกก่อนวัย ของผู้ใหญ่วิบูลย์ เข็มเฉลิม

(บันทึกของแผ่นดิน ๑ หญ้า ยา สมุนไพร ใกล้ตัว)

ส่วนประกอบ
ต้นกะเม็ง ว่านเปราะหอม ว่านสาวหลง น้ำมันมะพร้าว พาราฟิน วาสลิน หัวน้ำหอมกลิ่นที่ชอบ

วิธีทำ
หั่นซอยต้นกะเม็งเหมือนซอยต้นหอมใส่ลงกระทะ เติมน้ำพอท่วมตั้งไฟปานกลาง เคี่ยวจนนำเหลือน้อย เอากากออก ส่วนว่านต่างๆ นั้นหั่นบางๆ ทอดในน้ำมันมะพร้าวจนเหลืองเกรียม เอากากออก นำน้ำกะเม็งผสมใส่ในน้ำมันมะพร้าวเคี่ยวต่อไป ไล่น้ำออกจนหมด (น้ำมันไม่กระเด็น) ใส่วาสลีน พาราฟิน เคี่ยวไฟอ่อนๆ พอละลายหมดทดลองตักหยดลงในน้ำ ถ้าแข็งตัวดี ยกลงใส่หัวน้ำหอม คนให้เข้ากันแล้วปิดฝารอให้อุ่นตักหยอดใส่กระปุก แต่ถ้าเหลวเกินไปทยอยใส่พาราฟิน ทดลองตักหยดอีกครั้งจนแข็งตัว

 
ผู้แสดงความคิดเห็น อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-12-06 15:45:16 IP : 171.7.13.42


ความเห็นที่ 8 (3388872)

 ยาดองบอระเพ็ด สูตรยาหมอพื้นบ้าน จังหวัดขอนแก่น

ส่วนประกอบ
1. บอระเพ็ด 1 กิโลกรัม
2. พริกไทยดำ 0.5 กิโลกรัม
3. เกลือ 100 กรัม
4. กระเทียม 0.5 กิโลกรัม

วิธีการทำ
1. นำบอระเพ็ดล้างน้ำให้สะอาดหั่นเป็นท่อนๆ แล้วทุบพอแหลก ผึ่งลมให้แห้ง
2. นำกระเทียมล้างน้ำให้แล้วนำไปนึ่งด้วยไอน้ำ (นึ่งเพื่อเป็นการฆ่าเชื้อโรค)
3. นำส่วนประกอบทั้งหมดใส่ในไหหรือหม้อดิน แล้วทิ้งไว้ 2-3 วัน
4. เมื่อเวลาผ่านไป 2-3 วัน สังเกตดูว่าส่วนผสมเข้ากันดีหรือยัง โดยใช้การชิมรสจะมีรส ขม เผ็ด เค็ม และมีกลิ่นกระเทียม
5. เมื่อส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดีแล้วนำมาใส่ในหม้อกลั่น โดยการกลั่นควรใช้สายที่ยาวที่สุดเพราะจะทำให้ได้ปริมาณน้ำที่มากที่สุด ประมาณ 10-20 เมตร
(การกลั่นให้กลั่นจนหม้อไม่มีกลิ่น ถ้าจะกลั่นรอบ 2 ให้เติมน้ำ)

 
ผู้แสดงความคิดเห็น อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-12-06 15:47:58 IP : 171.7.13.42


ความเห็นที่ 9 (3388881)

 ยาคูณธาตุ สูตรยาหมอพื้นบ้านของป้าละไมและป้าเหมียน

ชุมชนไทยพวน ต.ดงกระทงยาม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

1.ปีเปียแดง (เจตมูลเพลิงแดง)
2.สะค้าน ตัวยา 4 ชนิดนี้คำนวณปริมาณการใช้ด้วยวิธีการคูณธาตุ
3.ดีปลี
4.อีเริด (ช้าพลู)
5.เครือกอฮอ (บอระเพ็ด) 7 แว่น
6.ขิง 7 แว่น
7.มะตูม 7 แว่น
8.พริกไทย จำนวนเท่าอายุ

วิธีการคูณธาตุ
ธาตุดิน มีค่าเท่ากับ 21
ธาตุน้ำ มีค่าเท่ากับ 12
ธาตุลม มีค่าเท่ากับ 6
ธาตุไฟ มีค่าเท่ากับ 4

นำธาตุทั้ง 4 บวกด้วยอายุของตัวเอง หารด้วย 7
ผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นเศษ
เท่ากับ 5 หมายถึงพอดี ให้ใส่ตัวยา 1 ส่วน
น้อยกว่า 5 หมายถึงธาตุหย่อน ให้เพิ่มตัวยาอีก 1 ส่วน
มากกว่า 5 หมายถึงธาตุกำเริบ ให้ลดตัวยาลงจาก 1 ส่วนเหลือครึ่งเดียว
เท่ากับ 0 หมายถึงธาตุล้ม

ตัวอย่างการคำนวณ
ธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ
21 12 6 4
อายุ 25 25 25 25
46 37 31 29
หารด้วย 7 4 2 3 1

 
ผู้แสดงความคิดเห็น อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-12-06 15:53:45 IP : 171.7.13.42


ความเห็นที่ 10 (3389719)

 มาทำครีมแก้ไฟไหม้นำ้ร้อนลวก...กันนะ

โครงการ ทดลอง
ทำน้ำมันชันตะเคียนและชันสน ต่อยอดบัวหิมะ

ส่วนประกอบ
1. น้ำมันมะพร้าวประมาณ 500 ซีซี

2. น้ำปูนใส 200 – 300 ซีซี
3. ดินสอพองสะตุดีแล้ว 30 กรัม( แป้งจีนหาไม่ได้ )
4. พิมเสน 15 กรัม
5. ชันสนและชันตะเคียนอย่างละ 30 กรัม

วิธีทำ
1. นำน้ำปูนใสค่อยๆเติมลงไปในน้ำมันมะพร้าวกวนให้เข้ากันจนเป็นครีมขาวๆตามที่เราพอใจ
2. ขั้นต่อไปให้ใส่ดินสอพองบดเป็นผงลงไป กวนให้เข้ากันดี จากนั้นใส่ชันสนและชันตะเคียนบดเป็นผงลงไปในตะแกรง กรองให้ละเอียดมากที่สุด กวนให้เข้ากันดี ใส่พิมเสน กวนให้เข้ากันดี จากนั้นนำไปตากแดดให้ร้อน เพื่อป้องกันการแยกตัว กวนบ่อยๆนำไปบรรจุกระปุกเก็บไว้ใช้ได้นานหลายเดือน

หมายเหตุ
สัดส่วนแต่ละอย่างที่ให้ไว้นี้โดยประมาณ (ถ้าเติมน้ำปูนใสมากไปก็จะเป็นครีมมากขึ้น) ในตำราดั้งเดิมไม่ได้บอกว่าใส่อะไรเท่าๆไหร่ บอกแต่ว่าใส่พอสมควร เวลาใส่สมุนไพรทีละอย่างกวนให้เข้ากันก่อน ใส่อันไหนก่อนอันไหนหลังก็ได้

สรรพคุณ


น้ำด่างมีรสฝาดจะช่วยสมานแผลทำให้บริเวณที่เกิดอักเสบ ทำให้แผลรัดตัว แห้งเร็ว 
น้ำมันมะพร้าวจะช่วยนำตัวยาซึมสู่ผิวหนังได้ดี 
โดยดินสอพองจะมีคุณสมบัติเย็นช่วยดูดซับพิษที่เกิดไฟไหม้ น้ำเหลืองน้ำหนอง 
ส่วนชันสน ชันตะเคียนช่วยรักษาอาการอักเสบของบาดแผล
พิมเสนและการบูร เสริมฤทธิ์ยา
น้ำปูนใส พวกนี้มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ และทำให้แผลแห้ง

แหล่งที่มา เกษตรกรรมธรรมชาติ ฉ.5/2546

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-12-12 19:11:54 IP : 171.6.216.119



1


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล *
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2011 All Rights Reserved.