ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > บัญชียาหลักแห่งชาติ (สมุนไพร) ...

บัญชียาหลักแห่งชาติ (สมุนไพร) พ.ศ.2555


 ประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ

เรื่อง บัญชียาหลักแห่งชาติ
พ.ศ. ๒๕๕๕
อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๘ (๔) แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการ
พัฒนาระบบยาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้กำหนดให้คณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ มีอำนาจ
หน้าที่ในการจัดทำบัญชียาหลักแห่งชาติ เพื่อให้บัญชียาหลักแห่งชาติมีการปรับปรุงแก้ไข ตามสภาพ
ของปัญหาสุขภาพ วิทยาการ และข้อมูลเกี่ยวกับยาที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่องทันสถานการณ์
คณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ จึงออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิก
(๑) ประกาศคณะกรรมการแห่งชาติด้านยา เรื่อง บัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๑
ลงวันที่ ๒๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑
(๒) ประกาศคณะกรรมการแห่งชาติด้านยา เรื่อง บัญชียาหลักแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑
ลงวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑
(๓) ประกาศคณะกรรมการแห่งชาติด้านยา เรื่อง บัญชียาหลักแห่งชาติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๑
ลงวันที่ ๒๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑
(๔) ประกาศคณะกรรมการแห่งชาติด้านยา เรื่อง บัญชียาหลักแห่งชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๒
ลงวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒
(๕) ประกาศคณะกรรมการแห่งชาติด้านยา เรื่อง บัญชียาหลักแห่งชาติ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๒
ลงวันที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒
(๖) ประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ เรื่อง บัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓
ลงวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๓
(๗) ประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ เรื่อง บัญชียาหลักแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๕๓ ลงวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๓
(๘) ประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ เรื่อง บัญชียาหลักแห่งชาติ (ฉบับที่ ๓)
พ.ศ. ๒๕๕๔ ลงวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๔
(๙) ประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ เรื่อง บัญชียาหลักแห่งชาติ (ฉบับที่ ๔)
พ.ศ. ๒๕๕๔ ลงวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๔
ข้อ ๒ ให้ใช้รายการยาในบัญชีแนบท้ายประกาศฉบับนี้เป็นยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ
ทั้งนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๕
พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา
รองนายกรัฐมนตรี
ประธานกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ
รายการบัญชียาหลักแห่งชาติ
ท้ายประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ เรื่อง บัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๕
รายการบัญชียาหลักแห่งชาติ ประกอบด้วย
(๑) บัญชียาสำหรับโรงพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุข
(๒) บัญชียาจากสมุนไพร
“บัญชียาสำหรับโรงพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุข” หมายความว่า รายการ
ยาแผนปัจจุบันสำหรับใช้ในโรงพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุข ตามภาคผนวก ๑
ซึ่งประกอบด้วยบัญชีย่อย ๕ บัญชี ได้แก่ บัญชี ก บัญชี ข บัญชี ค บัญชี ง และบัญชี จ รวมทั้ง
รายการยาเภสัชตำรับโรงพยาบาล ตามภาคผนวก ๒
บัญชี ก หมายความว่า รายการยามาตรฐานที่ใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาพที่
พบบ่อย มีหลักฐานชัดเจนที่สนับสนุนการใช้ มีประสบการณ์การใช้ในประเทศไทยอย่างพอเพียง
และเป็นยาที่ควรได้รับการเลือกใช้เป็นอันดับแรกตามข้อบ่งใช้ของยานั้น
บัญชี ข หมายความว่า รายการยาที่ใช้สำหรับข้อบ่งใช้หรือโรคบางชนิดที่ใช้ยาในบัญชี ก
ไม่ได้ หรือไม่ได้ผล หรือใช้เป็นยาแทนยาในบัญชี ก ตามความจำเป็น
บัญชี ค หมายความว่า รายการยาที่ต้องใช้ในโรคเฉพาะทาง โดยผู้ชำนาญ หรือผู้ที่ได้รับ
มอบหมายจากผู้อำ นวยการของสถานพยาบาลนั้นๆ โดยมีมาตรการกำ กับการใช้
ซึ่งสถานพยาบาลที่ใช้จะต้องมีความพร้อม ตั้งแต่การวินิจฉัยจนถึงการติดตามผลการรักษา
เนื่องจากยากลุ่มนี้ เป็นยาที่ถ้าใช้ไม่ถูกต้อง อาจเกิดพิษหรือเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยหรือเป็นสาเหตุ
ให้เกิดเชื้อดื้อยาได้ง่าย หรือเป็นยาที่มีแนวโน้มในการใช้ไม่ตรงตามข้อบ่งชี้หรือไม่คุ้มค่าหรือมี
การนำไปใช้ในทางที่ผิด หรือมีหลักฐานสนับสนุนการใช้ที่จำกัด หรือมีประสบการณ์การใช้ใน
ประเทศไทยอย่างจำกัด หรือมีราคาแพงกว่ายาอื่นในกลุ่มเดียวกัน
บัญชี ง หมายความว่า รายการยาที่มีหลายข้อบ่งใช้ แต่มีความเหมาะสมที่จะใช้เพียงบาง
ข้อบ่งใช้ หรือมีแนวโน้มจะมีการสั่งใช้ยาไม่ถูกต้อง หรือเป็นรายการยาที่มีราคาแพง จึงเป็นกลุ่ม
ยาที่มีความจำเป็นต้องมีการระบุข้อบ่งใช้และเงื่อนไขการสั่งใช้ยา การใช้บัญชียาหลักแห่งชาติไป
อ้างอิงในการเบิกจ่ายควรนำข้อบ่งใช้และเงื่อนไขการสั่งใช้ไปประกอบในการพิจารณาอนุมัติการ
เบิกจ่ายจึงจะก่อประโยชน์สูงสุด
ทั้งนี้ยาในบัญชี ง จำเป็นต้องใช้สำหรับผู้ป่วยบางราย แต่อาจทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วย
หรือก่อปัญหาเชื้อดื้อยาที่ร้ายแรง การสั่งใช้ยาซึ่งต้องให้สมเหตุผลเกิดความคุ้มค่าสมประโยชน์
-๒-
จะต้องอาศัยการตรวจวินิจฉัยและพิจารณาโดยผู้ชำนาญเฉพาะโรคที่ได้รับการฝึกอบรม
ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องจากสถานฝึกอบรม หรือได้รับวุฒิบัตร หรือหนังสืออนุมัติจากแพทยสภา
หรือทันตแพทยสภาเท่านั้น และโรงพยาบาลจะต้องมีระบบการกำกับประเมินและตรวจสอบ
การใช้ยา (Drug Utilization Evaluation, DUE) โดยต้องมีการเก็บข้อมูลการใช้ยาเหล่านั้นเพื่อ
ตรวจสอบในอนาคตได้
บัญชี จ หมายความว่า
บัญชี จ(๑) รายการยาสำหรับโครงการพิเศษของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงาน
ของรัฐ ที่มีการกำหนดวิธีการใช้และการติดตามประเมินการใช้ยาตามโครงการ โดยมีหน่วยงานนั้น
รับผิดชอบ และมีการรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลัก
แห่งชาติเป็นระยะตามความเหมาะสม เพื่อพิจารณาจัดเข้าประเภทของบัญชีย่อยอื่นในบัญชียา
หลักต่อไปเมื่อมีข้อมูลเพียงพอ
บัญชี จ(๒) รายการยาสำหรับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นเฉพาะ ให้เข้าถึงยาได้อย่างสมเหตุผล
และคุ้มค่า ซึ่งมีการจัดกลไกกลางเป็นพิเศษในกำกับการใช้ยาภายใต้ความรับผิดชอบร่วมกันของ
ระบบประกันสุขภาพ ซึ่งดูแลโดยกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง สำนักงานประกันสังคม
กระทรวงแรงงาน สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมี
แนวทางกำกับการใช้ยาตามภาคผนวก ๓
“รายการยาสำหรับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นเฉพาะ” ตามบัญชี จ(๒) หมายความว่า ยาที่
จำเป็นต้องใช้สำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย โดยยามีความเหมาะสมที่จะใช้เพียงบางข้อบ่งใช้ หรือมี
แนวโน้มจะมีการสั่งใช้ยาไม่ถูกต้อง หรือ เป็นยาที่ต้องอาศัยความรู้ ความชำนาญเฉพาะโรค หรือ
ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และ เป็นยาที่มีราคาแพงมาก หรือส่งผลอย่างมากต่อความสามารถในการ
จ่ายทั้งของสังคมและผู้ป่วย จึงต้องมีระบบกำกับและอนุมัติการสั่งใช้ยา (authorized system)
ที่เหมาะสม โดยหน่วยงานสิทธิประโยชน์หรือหน่วยงานกลางที่ได้รับมอบหมาย ทั้งนี้ เพื่อให้
เป็นไปตามข้อบ่งใช้และเงื่อนไขการสั่งใช้ยา จึงจะก่อประโยชน์สูงสุด โรงพยาบาลจะต้องมี
ระบบการกำกับประเมินและตรวจสอบการใช้ยา และมีเก็บข้อมูลการใช้ยาเหล่านั้น เพื่อให้
ตรวจสอบโดยกลไกกลางในอนาคตได้
“บัญชียาจากสมุนไพร” หมายความว่า รายการยาจากสมุนไพรที่เป็นยาแผนไทยหรือยา
แผนโบราณ และยาพัฒนาจากสมุนไพร ซึ่งมีตัวยาในสูตรตำ รับ และรายละเอียดตาม
ภาคผนวก ๔ โดยมีรายการยาจากสมุนไพรที่แนบรายการเภสัชตำรับโรงพยาบาลรวมอยู่แล้ว
“เภสัชตำรับโรงพยาบาล” หมายความว่า รายการยาที่โรงพยาบาลสามารถผลิตขึ้นใช้
ภายในโรงพยาบาลตามเภสัชตำรับของโรงพยาบาล หรือตามที่ระบุในภาคผนวก ๒ หรือยาจาก
สมุนไพรที่ปรากฏรวมอยู่ในบัญชียาจากสมุนไพรด้วย


ผู้ตั้งกระทู้ อาจารย์อุ๊ (au_karawek-at-yahoo-dot-co-dot-th) :: วันที่ลงประกาศ 2013-01-17 16:31:55 IP : 58.9.192.214


1

ความเห็นที่ 1 (3395669)

 ภาคผนวก 4

บัญชียาจากสมุนไพร
กลุ่มที่ 1 ยาแผนไทยหรือยาแผนโบราณ 50 รายการ
1.1 ยารักษากลุ่มอาการทางระบบไหลเวียนโลหิต (แก้ลม)
(1) ยาหอมทิพโอสถ ยาผง ยาเม็ด
ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
(2) ยาหอมเทพจิตร ยาผง ยาเม็ด
ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
(3) ยาหอมนวโกฐ ยาผง ยาเม็ด
ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
(4) ยาหอมแก้ลมวิงเวียน ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
(5) ยาหอมอินทจักร์ ยาผง ยาเม็ด
ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
1.2 ยารักษากลุ่มอาการทางระบบทางเดินอาหาร
1.2.1 กลุ่มยาขับลม บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ
(1) ยาธาตุบรรจบ ยาแคปซูล ยาผง ยาลูกกลอน
ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)
(2) ยาธาตุอบเชย ยาน้ำ (รพ.)
(3) ยาเบญจกูล ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาลูกกลอน
ยาแคปซูล (รพ.) ยาชง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
(4) ยาประสะกะเพรา ยาผง ยาเม็ด
ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
(5) ยาประสะกานพลู ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด
ยาผง (รพ.)
(6) ยาประสะเจตพังคี ยาแคปซูล ยาผง
ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
(7) ยามันทธาตุ ยาผง ยาเม็ด
ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
(8) ยามหาจักรใหญ่ ยาเม็ด
ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
(9) ยาวิสัมพยาใหญ่ ยาผง
(10) ยาอภัยสาลี ยาลูกกลอน ยาเม็ด
161
1.2.2 กลุ่มยาบรรเทาอาการท้องผูก
(1) ยาถ่ายดีเกลือฝรั่ง ยาแคปซูล ยาเม็ด
(2) ยาธรณีสันฑะฆาต ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาลูกกลอน
ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.)
1.2.3 กลุ่มยาบรรเทาอาการท้องเสีย
(1) ยาธาตุบรรจบ ยาแคปซูล ยาผง ยาลูกกลอน
ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)
(2) ยาเหลืองปิดสมุทร ยาเม็ด
ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
1.2.4 กลุ่มยาบรรเทาริดสีดวงทวารหนัก
(1) ยาผสมเพชรสังฆาต ยาแคปซูล
ยาแคปซูล (รพ.)
(2) ยาริดสีดวงมหากาฬ ยาเม็ด ยาลูกกลอน
ยาแคปซูล (รพ.)
1.3 ยารักษากลุ่มอาการทางสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา
(1) ยาประสะไพล ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาลูกกลอน
ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)
(2) ยาปลูกไฟธาตุ ยาแคปซูล (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)
(3) ยาไฟประลัยกัลป์ ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด
ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
(4) ยาไฟห้ากอง ยาผง
ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
(5) ยาเลือดงาม ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.)
(6) ยาสตรีหลังคลอด ยาต้ม (รพ.)
1.4 ยาแก้ไข้
(1) ยาเขียวหอม ยาผง
ยาเม็ด (รพ.) ยาผง (รพ.)
(2) ยาจันทน์ลีลา ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด
ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
(3) ยาประสะจันทน์แดง ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด
ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
(4) ยาประสะเปราะใหญ่ ยาผง ยาเม็ด
ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
(5) ยามหานิลแท่งทอง ยาเม็ด
ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
(6) ยาห้าราก ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด
162
1.5 ยารักษากลุ่มอาการของระบบทางเดินหายใจ
1.5.1 ยาบรรเทาอาการไอ
(1) ยาแก้ไอผสมกานพลู ยาลูกกลอน (รพ.)
(2) ยาแก้ไอผสมมะขามป้อม ยาน้ำ (รพ.)
(3) ยาแก้ไอผสมมะนาวดอง ยาลูกกลอน (รพ.)
(4) ยาแก้ไอพื้นบ้านอีสาน ยาน้ำ (รพ.)
(5) ยาตรีผลา ยาลูกกลอน ยาเม็ด
ยาแคปซูล (รพ.) ยาชง (รพ.)
(6) ยาประสะมะแว้ง ยาเม็ด
ยาผง (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)
(7) ยาอำมฤควาที ยาผง ยาลูกกลอน
ยาผง (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)
1.5.2 ยาบรรเทาอาการหวัด
(1) ยาปราบชมพูทวีป ยาแคปซูล (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)
1.6 ยาบำรุงโลหิต
(1) ยาบำรุงโลหิต ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด
ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
1.7 ยารักษากลุ่มอาการทางกล้ามเนื้อและกระดูก
1) ยาสำหรับรับประทาน
(1) ยากษัยเส้น ยาลูกกลอน (รพ.)
(2) ยาแก้ลมอัมพฤกษ์ ยาผง (รพ.)
(3) ยาธรณีสันฑะฆาต ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาลูกกลอน
ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.)
(4) ยาผสมโคคลาน ยาชง (รพ.) ยาต้ม (รพ.)
(5) ยาผสมเถาวัลย์เปรียง ยาลูกกลอน (รพ.)
(6) ยาสหัศธารา ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาลูกกลอน
ยาแคปซูล (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)
2) ยาสำหรับใช้ภายนอก
(1) ยาขี้ผึ้งไพล ยาขี้ผึ้ง(รพ.)
(2) ยาประคบ ยาประคบสมุนไพร(สด/แห้ง) (รพ.)
1.8 ยาบำรุงธาตุ ปรับธาตุ
(1) ยาตรีเกสรมาศ ยาชง (รพ.)
(2) ยาตรีพิกัด ยาแคปซูล (รพ.)
(3) ยาเบญจกูล ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาลูกกลอน
ยาแคปซูล (รพ.) ยาชง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
(4) ยาปลูกไฟธาตุ ยาแคปซูล (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)
ผู้แสดงความคิดเห็น อาจารย์อุ๊ (au_karawek-at-yahoo-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2013-01-17 16:53:04 IP : 58.9.192.214


ความเห็นที่ 2 (3395670)

 กลุ่มที่ 2 ยาพัฒนาจากสมุนไพร 21 รายการ

2.1 ยารักษากลุ่มอาการของระบบทางเดินอาหาร
(1) ยากล้วย ยาผง (รพ.)
(2) ยาขมิ้นชัน ยาแคปซูล ยาเม็ด
ยาแคปซูล (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
(3) ยาขิง ยาแคปซูล ยาชง
ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาชง (รพ.)
(4) ยาชุมเห็ดเทศ ยาแคปซูล ยาชง
ยาแคปซูล (รพ.) ยาชง (รพ.)
(5) ยาฟ้าทะลายโจร ยาแคปซูล ยาเม็ด ยาลูกกลอน
ยาแคปซูล (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)
(6) ยามะขามแขก ยาแคปซูล (รพ.) ยาชง (รพ.)
2.2 ยารักษากลุ่มอาการของระบบทางเดินหายใจ
(1) ยาฟ้าทะลายโจร ยาแคปซูล ยาเม็ด ยาลูกกลอน
ยาแคปซูล (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)
2.3 ยารักษากลุ่มอาการทางระบบผิวหนัง
(1) ยาทิงเจอร์ทองพันชั่ง ทิงเจอร์ (รพ.)
(2) ยาทิงเจอร์พลู ทิงเจอร์ (รพ.)
(3) ยาบัวบก ยาครีม
ยาครีม (รพ.)
(4) ยาเปลือกมังคุด ยาน้ำใส (รพ.)
(5) ยาพญายอ ยาครีม ยาโลชัน สารละลาย (สำหรับป้ายปาก)
ยาโลชัน (รพ.) สารละลาย (สำหรับป้ายปาก) (รพ.)
ยาขี้ผึ้ง (รพ.) ทิงเจอร์ (รพ.)
2.4 ยารักษากลุ่มอาการทางกล้ามเนื้อและกระดูก
1) ยาสำหรับรับประทาน
(1) ยาเถาวัลย์เปรียง ยาแคปซูล (รพ.)
2) ยาสำหรับใช้ภายนอก
(1) ยาพริก ยาเจล
ยาครีม (รพ.) ยาเจล(รพ.) ยาขี้ผึ้ง (รพ.)
(2) ยาไพล ยาครีม
(3) ยาน้ำมันไพล ยาน้ำมัน (รพ.)
2.5 ยารักษากลุ่มอาการทางระบบทางเดินปัสสาวะ
(1) ยากระเจี๊ยบแดง ยาชง (รพ.)
(2) ยาหญ้าหนวดแมว ยาชง (รพ.)
164
2.6 ยาแก้ไข้ แก้ร้อนใน
(1) ยาบัวบก ยาแคปซูล (รพ.) ยาชง (รพ.)
(2) ยามะระขี้นก ยาแคปซูล (รพ.) ยาชง (รพ.)
(3) ยารางจืด ยาแคปซูล (รพ.) ยาชง (รพ.)
(4) ยาหญ้าปักกิ่ง ยาแคปซูล (รพ.) ยาชง (รพ.)
2.7 ยาถอนพิษเบื่อเมา
(1) ยารางจืด ยาชง (รพ.)
2.8 ยาลดความอยากบุหรี่
(1) ยาหญ้าดอกขาว ยาชง (รพ.)
หมายเหตุ
1. รายละเอียดของยาแต่ละรายการตามภาคผนวก 5
2. รพ. ในเครื่องหมายวงเล็บ หมายถึง รูปแบบยาจากสมุนไพรที่เป็นเภสัชตำรับโรงพยาบาล
ผู้แสดงความคิดเห็น อาจารย์อุ๊ (au_karawek-at-yahoo-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2013-01-17 16:54:13 IP : 58.9.192.214


ความเห็นที่ 3 (3395676)

 ภาคผนวก 5

รายละเอียดรายการยาตามบัญชียาจากสมุนไพร
กลุ่มที่ 1 ยาแผนไทยหรือยาแผนโบราณ 50 รายการ
1.1 ยารักษากลุ่มอาการทางระบบไหลเวียนโลหิต (แก้ลม)
(1) ยาหอมทิพโอสถ ยาผง ยาเม็ด ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 142 กรัม ประกอบด้วย
1. ดอกพิกุล ดอกบุนนาค ดอกสารภี ดอกมะลิ เกสรบัวหลวง ดอกกระดังงา
ดอกจำปา ดอกบัวจงกลนี หัวแห้วไทย กระจับ แก่นฝาง แก่นจันทน์แดง แก่นจันทน์ขาว
แก่นจันทน์เทศ กฤษณา เปลือกชะลูด เปลือกอบเชย เปลือกสมุลแว้ง แก่นสนเทศ
เหง้าว่านนํ้า เหง้ากระชาย หัวเปราะหอม ดอกคำไทย รากชะเอมเทศ แก่นสุรามฤต
ลำต้นข่าต้น ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ หนักสิ่งละ 4 กรัม
2. โกฐสอ โกฐเขมา โกฐหัวบัว โกฐเชียง โกฐจุฬาลัมพา โกฐกระดูก โกฐก้านพร้าว
โกฐพุงปลา โกฐชฎามังสี หนักสิ่งละ 2 กรัม
3. เทียนดำ เทียนแดง เทียนขาว เทียนข้าวเปลือก เทียนตาตั๊กแตน เทียนเยาวพาณี
เทียนสัตตบุษย์ เทียนเกล็ดหอย เทียนตากบ หนักสิ่งละ 1 กรัม
4. พิมเสน หนัก 2 กรัม การบูร หนัก 1 กรัม
ข้อบ่งใช้ แก้ลมวิงเวียน
ขนาดและวิธีใช้ ชนิดผง
รับประทานครั้งละ 1 – 1.4 กรัม ละลายน้ำกระสายยา เมื่อมีอาการ ทุก 3 - 4 ชั่วโมง
ไม่ควรเกินวันละ 3 ครั้ง
น้ำกระสายยาที่ใช้
น้ำดอกไม้หรือน้ำสุก
ชนิดเม็ด
รับประทานครั้งละ 1 – 1.4 กรัม เมื่อมีอาการ ทุก 3 - 4 ชั่วโมง
ไม่ควรเกินวันละ 3 ครั้ง
ข้อห้ามใช้ -
ข้อควรระวัง - ควรระวังการรับประทานร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเป็นลิ่ม (anticoagulant) และ
ยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets)
- ควรระวังการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของตับ
ไต เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษได้
- ควรระวังการใช้ยาในผู้ป่วยที่แพ้ละอองเกสรดอกไม้
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม -
(2) ยาหอมเทพจิตร ยาผง ยาเม็ด ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 366 กรัม ประกอบด้วย
1. ดอกพิกุล ดอกบุนนาค ดอกสารภี เกสรบัวหลวง ดอกบัวขม ดอกบัวเผื่อน
หนักสิ่งละ 4 กรัม ดอกมะลิ หนัก 183 กรัม
166
2. ผิวมะกรูด ผิวมะงั่ว ผิวมะนาว ผิวส้มตรังกานูหรือส้มจุก ผิวส้มจีน ผิวส้มโอ
ผิวส้มเขียวหวาน หนักสิ่งละ 4 กรัม ผิวส้มซ่า หนัก 28 กรัม
3.โกฐสอ โกฐเขมา โกฐหัวบัว โกฐเชียง โกฐจุฬาลัมพา โกฐกระดูก โกฐก้านพร้าว
โกฐพุงปลา โกฐชฎามังสี หนักสิ่งละ 4 กรัม
4. เทียนดำ เทียนแดง เทียนขาว เทียนข้าวเปลือก เทียนตาตั๊กแตน เทียนเยาวพาณี
เทียนสัตตบุษย์ เทียนเกล็ดหอย เทียนตากบ หนักสิ่งละ 4 กรัม
5. ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ ลูกกระวาน ดอกกานพลู แก่นจันทน์แดง แก่นจันทน์ขาวหรือ
แก่นจันทน์ชะมด กฤษณา กระลำพัก ขอนดอก เปลือกชะลูด เปลือกอบเชย
หัวเปราะหอม รากแฝกหอม หนักสิ่งละ 2 กรัม
6. พิมเสน หนัก 4 กรัม การบูร หนัก 1 กรัม
ข้อบ่งใช้ แก้ลมกองละเอียด ได้แก่ อาการหน้ามืด ตาลาย สวิงสวาย (อาการที่รู้สึกใจหวิววิงเวียน
คลื่นไส้ ตาพร่าจะเป็นลม) ใจสั่น และบำรุงดวงจิตให้ชุ่มชื่น
ขนาดและวิธีใช้ ชนิดผง
รับประทานครั้งละ 1 - 1.4 กรัม ละลายน้ำสุก
เมื่อมีอาการ ทุก 3 - 4 ชั่วโมง ไม่ควรเกินวันละ 3 ครั้ง
ชนิดเม็ด
รับประทานครั้งละ 1 - 1.4 กรัม เมื่อมีอาการ ทุก 3 - 4 ชั่วโมง ไม่ควรเกินวันละ 3 ครั้ง
ข้อห้ามใช้ -
ข้อควรระวัง - ควรระวังการรับประทานร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเป็นลิ่ม (anticoagulant) และ
ยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets)
- ควรระวังการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของตับ
ไต เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษได้
- ควรระวังการใช้ยาในผู้ป่วยที่แพ้ละอองเกสรดอกไม้
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม -
(3) ยาหอมนวโกฐ ยาผง ยาเม็ด ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
สูตรตำรับยา ในผงยา 212 กรัม ประกอบด้วย
1. โกฐสอ โกฐเขมา โกฐหัวบัว โกฐเชียง โกฐจุฬาลัมพา โกฐกระดูก โกฐก้านพร้าว
โกฐพุงปลา โกฐชฎามังสี หนักสิ่งละ 4 กรัม
2. เทียนดำ เทียนแดง เทียนขาว เทียนข้าวเปลือก เทียนตาตั๊กแตน เทียนเยาวพาณี
เทียนสัตตบุษย์ เทียนเกล็ดหอย เทียนตากบ หนักสิ่งละ 4 กรัม
3. เปลือกสมุลแว้ง หญ้าตีนนก รากแฝกหอม เปลือกชะลูด หัวเปราะหอม
กระลำพัก ขอนดอก เนื้อไม้กฤษณา หนักสิ่งละ 4 กรัม
4. เหง้าขิงแห้ง ดอกดีปลี รากเจตมูลเพลิงแดง เถาสะค้าน รากช้าพลู หนักสิ่งละ 3 กรัม
5. หัวแห้วหมู ลูกกระวาน ดอกกานพลู ดอกจันทน์ ลูกจันทน์ เปลือกอบเชยญวน
ลูกผักชีลา แก่นสน หนักสิ่งละ 4 กรัม
6. แก่นสักขี ลูกราชดัด ลูกสารพัดพิษ แก่นจันทน์เทศ แก่นจันทน์แดง ลูกกระดอม
เถาบอระเพ็ด หนักสิ่งละ 4 กรัม
7. เกสรบัวหลวง ดอกบุนนาค ดอกพิกุล ดอกสารภี ดอกมะลิ หนักสิ่งละ 4 กรัม
167
8. เนื้อลูกมะขามป้อม เนื้อลูกสมอพิเภก รากชะเอมเทศ หนักสิ่งละ 4 กรัม
9. พิมเสน หนัก 1 กรัม
ข้อบ่งใช้ 1. แก้ลมวิงเวียน คลื่นเหียน อาเจียน (ลมจุกแน่นในอก) ในผู้สูงอายุ
2. แก้ลมปลายไข้ (หลังจากฟื้นไข้แล้วยังมีอาการ เช่น คลื่นเหียน วิงเวียน
เบื่ออาหาร ท้องอืด และอ่อนเพลีย)
ขนาดและวิธีใช้ ชนิดผง
รับประทานครั้งละ 1 - 2 กรัม ละลายน้ำกระสาย เมื่อมีอาการ ทุก 3 - 4 ชั่วโมง
ไม่ควรเกินวันละ 3 ครั้ง
น้ำกระสายยาที่ใช้
 กรณี แก้ลมวิงเวียน คลื่นเหียน อาเจียน (ลมจุกแน่นในอก) ในผู้สูงอายุ
ใช้น้ำลูกผักชี (15 กรัม) หรือเทียนดำ (15 กรัม) ต้มเป็นน้ำกระสายยา
 กรณีแก้ลมปลายไข้ (หลังจากฟื้นไข้แล้วยังมีอาการเช่น คลื่นเหียน วิงเวียน
เบื่ออาหาร ท้องอืด อ่อนเพลีย) ใช้ก้านสะเดา (33 ก้าน หรือ 15 กรัม) ลูกกระดอม
(7 ลูก หรือ 15 กรัม) และเถาบอระเพ็ด (7 องคุลี หรือ 15 กรัม) ต้มเป็นน้ำ
กระสายยา
 ถ้าหาน้ำกระสายยาไม่ได้ ให้ใช้น้ำสุกแทน
ชนิดเม็ด
รับประทานครั้งละ 1 - 2 กรัม ทุก 3 - 4 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ
ไม่ควรเกินวันละ 3 ครั้ง
ข้อห้ามใช้ - ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีไข้
ข้อควรระวัง - ควรระวังการรับประทานร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเป็นลิ่ม (anticoagulant) และ
ยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets)
- ควรระวังการใช้ยาในผู้ป่วยที่แพ้ละอองเกสรดอกไม้
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม ในสูตรตำรับได้ตัดไคร้เครือออก เนื่องจากมีข้อมูลงานวิจัยบ่งชี้ว่าไคร้เครือที่ใช้และมีการ
จำหน่ายในท้องตลาด เป็นพืชในสกุล Aristolochia ซึ่งพืชในสกุล Aristolochia
มีรายงานพบว่าก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อไต (nephrotoxicity) และเมื่อปี ค.ศ. 2002
องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้พืชสกุล Aristolochia เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์
(4) ยาหอมแก้ลมวิงเวียน ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 225 กรัมประกอบด้วย
1. รากชะเอมเทศ หนัก 32 กรัม แก่นจันทน์เทศ หนัก 24 กรัม
2. ดอกกานพลู โกฐเชียง โกฐหัวบัว รากแฝกหอม เกสรบัวหลวง หนักสิ่งละ 12 กรัม
3. เปลือกสมุลแว้ง หนัก 10 กรัม เปลือกอบเชยญวน เปลือกอบเชยเทศ กฤษณา
กระลำพัก โกฐจุฬาลัมพา โกฐพุงปลา เปลือกชะลูด หนักสิ่งละ 8 กรัม
4. พิมเสน ขอนดอก ดอกบุนนาค ดอกพิกุล ดอกสารภี หนักสิ่งละ 6 กรัม
5. เถามวกแดง 5 กรัม น้ำประสานทองสะตุ แก่นจันทน์แดง หนักสิ่งละ 4 กรัม
ข้อบ่งใช้ แก้ลมวิงเวียน อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ
ขนาดและวิธีใช้ รับประทานครั้งละ 600 มิลลิกรัม – 1 กรัม ละลายน้ำสุก เมื่อมีอาการ ทุก 3 - 4
ชั่วโมง ไม่ควรเกินวันละ 3 ครั้ง
168
ข้อห้ามใช้ -
ข้อควรระวัง - ควรระวังการรับประทานร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเป็นลิ่ม (anticoagulant) และ
ยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets)
- ควรระวังการใช้กับผู้ป่วยที่มีประวัติแพ้เกสรดอกไม้
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม -
(5) ยาหอมอินทจักร์ ยาผง ยาเม็ด ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 98 กรัม ประกอบด้วย
เถาสะค้าน รากช้าพลู เหง้าขิง ดอกดีปลี รากเจตมูลเพลิงแดง ลูกผักชีลา โกฐสอ
โกฐเขมา โกฐก้านพร้าว โกฐพุงปลา โกฐจุฬาลัมพา โกฐเชียง โกฐกักกรา โกฐน้ำเต้า
โกฐกระดูก เทียนดำ เทียนขาว เทียนแดง เทียนข้าวเปลือก เทียนเยาวพาณี แก่นจันทน์
แดง แก่นจันทน์เทศ เถามวกแดง เถามวกขาว รากย่านาง เปลือกชะลูด เปลือกอบเชย
เปลือกสมุลแว้ง กฤษณา กระลำพัก เถาบอระเพ็ด ลูกกระดอม กำยาน ขอนดอก
ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ ลูกกระวาน ดอกกานพลู ลำพันแดง ดอกสารภี ดอกพิกุล
ดอกบุนนาค ดอกจำปา ดอกกระดังงา ดอกมะลิ ดอกคำไทย แก่นฝางเสน ดีวัว พิมเสน
หนักสิ่งละ 2 กรัม
ข้อบ่งใช้ 1. แก้ลมบาดทะจิต
2. แก้คลื่นเหียนอาเจียน
3. แก้ลมจุกเสียด
ขนาดและวิธีใช้ ชนิดผง
รับประทานครั้งละ 1 - 2 กรัม ละลายน้ำกระสายยา ทุก 3 - 4 ชั่วโมง ไม่ควรเกิน
วันละ 3 ครั้ง
น้ำกระสายยาที่ใช้
 กรณีแก้ลมบาดทะจิต ใช้น้ำดอกมะลิ
 กรณีแก้คลื่นเหียนอาเจียน ใช้น้ำลูกผักชี เทียนดำต้ม ถ้าไม่มีใช้น้ำสุก
 กรณีแก้ลมจุกเสียด ใช้น้ำขิงต้ม
ชนิดเม็ด
รับประทานครั้งละ 1 - 2 กรัม ทุก 3 - 4 ชั่วโมง ไม่ควรเกินวันละ 3 ครั้ง
ข้อห้ามใช้ ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์
ข้อควรระวัง - ควรระวังการรับประทานร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเป็นลิ่ม (anticoagulant) และ
ยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets)
- ควรระวังการใช้กับผู้ป่วยที่มีประวัติแพ้เกสรดอกไม้
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม ในสูตรตำรับได้ตัดไคร้เครือออก เนื่องจากมีข้อมูลงานวิจัยบ่งชี้ว่าไคร้เครือที่ใช้และมีการ
จำหน่ายในท้องตลาด เป็นพืชในสกุล Aristolochia ซึ่งพืชในสกุล Aristolochia
มีรายงานพบว่าก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อไต (nephrotoxicity) และเมื่อปี ค.ศ. 2002
องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้พืชสกุล Aristolochia เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์
ผู้แสดงความคิดเห็น อาจารย์อุ๊ (au_karawek-at-yahoo-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2013-01-17 17:35:30 IP : 58.9.192.214


ความเห็นที่ 4 (3395677)

 1.2 ยารักษากลุ่มอาการทางระบบทางเดินอาหาร

1.2.1 กลุ่มยาขับลม บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ
(1) ยาธาตุบรรจบ ยาแคปซูล ยาผง ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 104 กรัม ประกอบด้วย
1. เนื้อลูกสมอไทย หนัก 16 กรัม
2. โกฐก้านพร้าว หนัก 8 กรัม
3. เหง้าขิง โกฐเขมา โกฐพุงปลา โกฐเชียง โกฐสอ เทียนดำ เทียนขาว เทียนสัตตบุษย์
เทียนเยาวพาณี เทียนแดง ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ ดอกกานพลู เปลือกสมุลแว้ง
ลูกกระวาน ลูกผักชีลา ใบพิมเสนต้น ดอกดีปลี หัวเปราะหอม การบูร หนักสิ่งละ 4 กรัม
ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ
ขนาดและวิธีใช้ ชนิดผง
ผู้ใหญ่
รับประทานครั้งละ 1 กรัม ละลายน้ำกระสายยา วันละ 3 ครั้ง
ก่อนอาหาร เมื่อมีอาการ
เด็ก อายุ 6 - 12 ปี
รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม ละลายน้ำกระสายยา วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร
เมื่อมีอาการ
น้ำกระสายยาที่ใช้
• กรณีแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ใช้กระเทียม 3 กลีบ ทุบชงน้ำร้อนหรือใช้ใบกะเพรา
ต้มเป็นน้ำกระสายยา
• ถ้าหาน้ำกระสายยาไม่ได้ให้ใช้น้ำสุกแทน
ชนิดลูกกลอน และชนิดแคปซูล
ผู้ใหญ่
รับประทานครั้งละ 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร เมื่อมีอาการ
เด็ก อายุ 6 - 12 ปี
รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร เมื่อมีอาการ
ข้อห้ามใช้ ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีไข้
ข้อควรระวัง - ควรระวังการรับประทานร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเป็นลิ่ม (anticoagulant) และ
ยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets)
- ควรระวังการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของตับ
ไต เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษได้
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม ในสูตรตำรับได้ตัดไคร้เครือออก เนื่องจากมีข้อมูลงานวิจัยบ่งชี้ว่าไคร้เครือที่ใช้และมีการ
จำหน่ายในท้องตลาด เป็นพืชในสกุล Aristolochia ซึ่งพืชในสกุล Aristolochia
มีรายงานพบว่าก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อไต (nephrotoxicity) และเมื่อปี ค.ศ. 2002
องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้พืชสกุล Aristolochia เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์
170
(2) ยาธาตุอบเชย ยาน้ำ (รพ.)
สูตรตำรับ ในยาน้ำ 100 มิลลิลิตร ประกอบด้วย
1.เปลือกอบเชยเทศ เปลือกสมุลแว้ง ลูกกระวาน ดอกกานพลู รากชะเอมเทศ
หนักสิ่งละ 800 มิลลิกรัม
2.เกล็ดสะระแหน่ การบูร หนักสิ่งละ 50 มิลลิกรัม
ข้อบ่งใช้ ขับลม บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ
ขนาดและวิธีใช้ รับประทานครั้งละ 15 - 30 มิลลิลิตร วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร
ข้อห้ามใช้ -
ข้อควรระวัง ควรระวังการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของตับ ไต
เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษได้
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม -
(3) ยาเบญจกูล ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาลูกกลอน ยาแคปซูล(รพ.) ยาชง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 100 กรัม ประกอบด้วย
ดอกดีปลี รากช้าพลู เถาสะค้าน รากเจตมูลเพลิงแดง เหง้าขิงแห้ง หนักสิ่งละ 20 กรัม
ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ
ขนาดและวิธีใช้ ชนิดชง
รับประทานครั้งละ 1.5 – 2 กรัม วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร
ชนิดผง
รับประทานครั้งละ 800 มิลลิกรัม – 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร
ชนิดลูกกลอน ชนิดเม็ด และชนิดแคปซูล
รับประทานครั้งละ 800 มิลลิกรัม – 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร
ข้อห้ามใช้ ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีไข้ และเด็กเล็ก
ข้อควรระวัง - ไม่ควรใช้ยานี้ในฤดูร้อน เนื่องจากอาจทำให้ไฟธาตุกำเริบ
- ไม่ควรรับประทานติดต่อกันนานเกิน 7 วัน
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม -
(4) ยาประสะกะเพรา ยาผง ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 92 กรัม ประกอบด้วย
1. ใบกะเพราแดง หนัก 47 กรัม
2. ผิวมะกรูด หนัก 20 กรัม
3. รากชะเอมเทศ มหาหิงคุ์ หนักสิ่งละ 8 กรัม
4. พริกไทยล่อน เหง้าขิง ดอกดีปลี หัวกระเทียม หนักสิ่งละ 2 กรัม
5. เกลือสินเธาว์ หนัก 1 กรัม
ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด
ขนาดและวิธีใช้ ชนิดผงและชนิดเม็ด
เด็ก อายุ 1 – 3 เดือน รับประทานครั้งละ 100 – 200 มิลลิกรัม
อายุ 4 – 6 เดือน รับประทานครั้งละ 200 – 300 มิลลิกรัม
171
อายุ 7 – 12 เดือน รับประทานครั้งละ 400 – 600 มิลลิกรัม
โดยนำยาละลายน้ำกระสายยา (ทิ้งไว้ให้ตกตะกอน แล้วใช้หลอดหยดดูดส่วนน้ำใส)
รับประทานวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น เมื่อมีอาการ
น้ำกระสายยาที่ใช้
• กรณีแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ใช้น้ำสุก หรือน้ำใบกะเพราต้ม
• กรณีแก้จุกเสียด ใช้ไพลเผาไฟพอสุก ฝนกับน้ำสุก
ชนิดเม็ด และชนิดแคปซูล
เด็ก อายุ 6 - 12 ปี (รพ.) รับประทานครั้งละ 1 กรัม วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น
เมื่อมีอาการ
ข้อห้ามใช้ ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีไข้
ข้อควรระวัง -
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม ชนิดเม็ดที่ใช้ละลายน้ำกระสายยา เป็นชนิดเม็ดแบบอัดเปียก
(5) ยาประสะกานพลู ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาผง (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 250 กรัม ประกอบด้วย
1. ดอกกานพลู หนัก 125 กรัม
2. เปลือกซิก หนัก 10 กรัม เหง้าขมิ้นชัน หนัก 8 กรัม เปลือกเพกา เปลือกขี้อ้าย
หนักสิ่งละ 4 กรัม
3. เหง้าขิงแห้ง ดอกดีปลี หนักสิ่งละ 3 กรัม เหง้าไพล รากเจตมูลเพลิงแดง เถาสะค้าน
รากช้าพลู หนักสิ่งละ 2 กรัม พริกไทยล่อน หนักสิ่งละ 1 กรัม เหง้าว่านน้ำ หัวกระชาย
การบูร หนักสิ่งละ 4 กรัม
4. รากแฝกหอม หัวเปราะหอม รากกรุงเขมา ใบกระวาน ลูกกระวาน ลูกผักชีลา
หนักสิ่งละ 4 กรัม ลูกจันทน์ หนักสิ่งละ 8 กรัม
5. เทียนดำ เทียนขาว โกฐสอ โกฐกระดูก หนักสิ่งละ 4 กรัม
6. รากข้าวสาร หนัก 8 กรัม รากแจง หนัก 4 กรัม
7. กำมะถันเหลือง หนัก 4 กรัม
ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการปวดท้อง จุกเสียด แน่นเฟ้อจากอาหารไม่ย่อย เนื่องจากธาตุไม่ปกติ
ขนาดและวิธีใช้ ชนิดผง
รับประทานครั้งละ 1 กรัม ละลายน้ำกระสายยา วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร เมื่อมีอาการ
น้ำกระสายยาที่ใช้
• ใช้ไพลเผาไฟพอสุกฝนกับน้ำปูนใสเป็นน้ำกระสาย
• ถ้าหาน้ำกระสายยาไม่ได้ให้ใช้น้ำสุกแทน
ชนิดเม็ด และชนิดแคปซูล
รับประทานครั้งละ 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร เมื่อมีอาการ
ข้อห้ามใช้ ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีไข้
ข้อควรระวัง - ควรระวังการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของตับ
ไต เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษได้
อาการไม่พึงประสงค์ -
172
ข้อมูลเพิ่มเติม ในสูตรตำรับได้ตัดไคร้เครือออก เนื่องจากมีข้อมูลงานวิจัยบ่งชี้ว่าไคร้เครือที่ใช้และมีการ
จำหน่ายในท้องตลาด เป็นพืชในสกุล Aristolochia ซึ่งพืชในสกุล Aristolochia
มีรายงานพบว่าก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อไต (nephrotoxicity) และเมื่อปี ค.ศ. 2002
องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้พืชสกุล Aristolochia เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์
(6) ยาประสะเจตพังคี ยาแคปซูล ยาผง ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 66 กรัม ประกอบด้วย
1. รากเจตพังคี หนัก 33 กรัม
2. เหง้าข่า หนัก 16 กรัม
3. รากระย่อม พริกไทยล่อน เถาบอระเพ็ด หนักสิ่งละ 2 กรัม
4. ดอกจันทน์ ลูกจันทน์ ลูกกระวาน ใบกระวาน ดอกกานพลู รากกรุงเขมา
เนื้อลูกสมอทะเล รากพญารากขาว เปลือกต้นหว้า เกลือสินเธาว์ การบูร หนักสิ่งละ 1 กรัม
ข้อบ่งใช้ แก้กษัยจุกเสียด ขับผายลม
ขนาดและวิธีใช้ ชนิดผง
รับประทานครั้งละ 1 กรัม ละลายน้ำสุก วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น ก่อนอาหาร
ชนิดเม็ดและชนิดแคปซูล
รับประทานครั้งละ 1 กรัม วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น ก่อนอาหาร
ข้อห้ามใช้ ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีไข้
ข้อควรระวัง - ควรระวังการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของตับ
ไต เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษได้
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม ในสูตรตำรับได้ตัดไคร้เครือออก เนื่องจากมีข้อมูลงานวิจัยบ่งชี้ว่าไคร้เครือที่ใช้และมีการ
จำหน่ายในท้องตลาด เป็นพืชในสกุล Aristolochia ซึ่งพืชในสกุล Aristolochia
มีรายงานพบว่าก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อไต (nephrotoxicity) และเมื่อปี ค.ศ. 2002
องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้พืชสกุล Aristolochia เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์
(7) ยามันทธาตุ ยาผง ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 93 กรัม ประกอบด้วย
1. เหง้าขิง ลูกเบญกานี หนักสิ่งละ 9 กรัม
2. โกฐสอ โกฐเขมา โกฐหัวบัว โกฐเชียง โกฐจุฬาลัมพา เทียนดำ เทียนแดง เทียนขาว
เทียนข้าวเปลือก เทียนตาตั๊กแตน ลูกผักชีล้อม ลูกผักชีลา หัวกระเทียม เปลือกสมุลแว้ง
เปลือกโมกมัน แก่นจันทน์แดง แก่นจันทน์เทศ ดอกกานพลู ดอกดีปลี รากช้าพลู
เถาสะค้าน รากเจตมูลเพลิงแดง พริกไทยล่อน ลูกจันทน์ การบูร หนักสิ่งละ 3 กรัม
ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้ธาตุไม่ปกติ
ขนาดและวิธีใช้ ชนิดผง
ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1 กรัม
เด็ก อายุ 6 - 12 ปี รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม
ละลายน้ำสุก วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร
173
ชนิดเม็ดและ ชนิดแคปซูล
ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร
เด็ก อายุ 6 - 12 ปี รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง
ก่อนอาหาร
ข้อห้ามใช้ - ห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบ เนื่องจากเป็นยารสร้อน ทำให้ลิ้น ปากแสบร้อนได้
- ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีไข้
ข้อควรระวัง - ควรระวังการรับประทานร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเป็นลิ่ม (anticoagulant) และ
ยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets)
- ควรระวังการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของตับ
ไต เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษได้
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม ในสูตรตำรับได้ตัดไคร้เครือออก เนื่องจากมีข้อมูลงานวิจัยบ่งชี้ว่าไคร้เครือที่ใช้และมีการ
จำหน่ายในท้องตลาด เป็นพืชในสกุล Aristolochia ซึ่งพืชในสกุล Aristolochia
มีรายงานพบว่าก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อไต (nephrotoxicity) และเมื่อปี ค.ศ. 2002
องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้พืชสกุล Aristolochia เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์
(8) ยามหาจักรใหญ่ ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 114 กรัม ประกอบด้วย
1. ใบกระพังโหม หนัก 60 กรัม
2. ยาดำสะตุ หนัก 8 กรัม
3. โกฐสอ โกฐเขมา โกฐพุงปลา โกฐก้านพร้าว โกฐกระดูก เทียนดำ เทียนแดง
เทียนขาว เทียนข้าวเปลือก เทียนเยาวพาณี เนื้อลูกสมอไทย เนื้อลูกสมอพิเภก
เนื้อลูกมะขามป้อม ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ ลูกกระวาน ดอกกานพลู รากชะเอมเทศ
เมล็ดโหระพา ลูกผักชีลา สารส้มสะตุ เหง้าขมิ้นอ้อย หัวกระเทียม หนักสิ่งละ 2 กรัม
ข้อบ่งใช้ 1.แก้ลมซาง
2.บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ
ขนาดและวิธีใช้ 1. แก้ลมซาง
ชนิดผงและชนิดเม็ด
เด็ก อายุ 1 – 5 ขวบ รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม – 1.5 กรัม ละลายน้ำสุก
เพิ่มและลดได้ตามส่วน วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น ก่อนอาหาร
2.บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ
ชนิดผงและชนิดเม็ด
เด็ก อายุ 1 – 5 ขวบ รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม – 1.5 กรัม ละลายน้ำสุก
เพิ่มและลดได้ตามส่วน วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น ก่อนอาหาร
ชนิดเม็ดและชนิดแคปซูล
เด็ก อายุ 6 – 12 ปี (รพ.) รับประทานครั้งละ 1.5 กรัม วันละ 2 ครั้ง
เช้าและเย็น ก่อนอาหาร
ข้อห้ามใช้ -
ข้อควรระวัง - ควรระวังการรับประทานร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเป็นลิ่ม (anticoagulant) และ
ยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets)
174
- หากรับประทานแล้วมีอาการท้องเสีย ควรหยุดรับประทานยา
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม ชนิดเม็ดที่ใช้ละลายน้ำกระสายยา เป็นชนิดเม็ดแบบอัดเปียก
(9) ยาวิสัมพยาใหญ่ ยาผง
สูตรตำรับ ในผงยา 108 กรัม ประกอบด้วย
1. ดอกดีปลี หนัก 54 กรัม
2. ลูกผักชีลา ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ หนักสิ่งละ 8 กรัม
3. ลูกกระวาน ดอกกานพลู โกฐสอ โกฐเขมา โกฐหัวบัว โกฐเชียง โกฐจุฬาลัมพา
เปลือกอบเชย เปลือกสมุลแว้ง เนื้อลูกสมอเทศ เนื้อลูกสมอไทย เหง้าว่านน้ำ
เถาบอระเพ็ด เหง้าขิงแห้ง รากพญารากขาว หนักสิ่งละ 2 กรัม
ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด
ขนาดและวิธีใช้ รับประทานครั้งละ 1 กรัม ละลายน้ำสุกหรือผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอน ทุก 4 ชั่วโมง
ข้อห้ามใช้ ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีไข้
ข้อควรระวัง - ควรระวังการรับประทานร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเป็นลิ่ม (anticoagulant) และ
ยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets)
- ควรระวังการใช้ร่วมกับยา phenytoin, propranolol, theophylline และ
rifampicin เนื่องจากตำรับนี้มีดอกดีปลีในปริมาณสูง
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม ในสูตรตำรับได้ตัดไคร้เครือออก เนื่องจากมีข้อมูลงานวิจัยบ่งชี้ว่าไคร้เครือที่ใช้และมีการ
จำหน่ายในท้องตลาด เป็นพืชในสกุล Aristolochia ซึ่งพืชในสกุล Aristolochia
มีรายงานพบว่าก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อไต (nephrotoxicity) และเมื่อปี ค.ศ. 2002
องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้พืชสกุล Aristolochia เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์
(10) ยาอภัยสาลี ยาลูกกลอน ยาเม็ด
สูตรตำรับ ในผงยา 181 กรัม ประกอบด้วย
1. หัศคุณเทศ หนัก 24 กรัม พริกไทยล่อน แก่นจันทน์เทศ หนักสิ่งละ 16 กรัม
รากเจตมูลเพลิงแดง หนัก 12 กรัม
2. หัวบุกรอ หนัก 15 กรัม เนื้อลูกสมอไทย เนื้อลูกสมอเทศ หนักสิ่งละ 13 กรัม
3. เทียนแดง หนัก 11 กรัม เทียนข้าวเปลือก หนัก 10 กรัม เทียนตาตั๊กแตน
หนัก 9 กรัม เทียนขาว หนัก 8 กรัม
4. โกฐเขมา หนัก 9 กรัม โกฐสอ หนัก 8 กรัม
5. เหง้าว่านน้ำ หนัก 7 กรัม ดอกกานพลู หนัก 4 กรัม ลูกกระวาน หนัก 3 กรัม
ดอกจันทน์ หนัก 2 กรัม ลูกจันทน์ หนัก 1 กรัม
6. ลูกพิลังกาสา หนัก 6 กรัม
ข้อบ่งใช้ บำบัดโรคลม บรรเทาอาการจุกเสียดแน่น
ขนาดและวิธีใช้ รับประทานครั้งละ 1.5 – 2 กรัม วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น ก่อนอาหาร
ข้อห้ามใช้ - ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีไข้
175
ข้อควรระวัง - ควรระวังในการรับประทานร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเป็นลิ่ม (anticoagulant)
และยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets)
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม -
 
ผู้แสดงความคิดเห็น อาจารย์อุ๊ (au_karawek-at-yahoo-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2013-01-17 17:38:11 IP : 58.9.192.214


ความเห็นที่ 5 (3395678)

 1.2.2 กลุ่มยาบรรเทาอาการท้องผูก

(1) ยาถ่ายดีเกลือฝรั่ง ยาแคปซูล ยาเม็ด
สูตรตำรับ ในผงยา 117 กรัม ประกอบด้วย
1. ดีเกลือฝรั่ง หนัก 60 กรัม ยาดำสะตุ หนัก 12 กรัม
2. ใบมะกา ใบมะขาม ใบส้มป่อย เนื้อในฝักคูน รากขี้กาแดง รากขี้กาขาว รากตองแตก
ฝักส้มป่อย เนื้อลูกสมอไทย เนื้อลูกสมอดีงู เถาวัลย์เปรียง หนักสิ่งละ 3 กรัม ขี้เหล็กทั้ง 5
หนัก 3 กรัม
3. หัวหอม หนัก 3 กรัม
4. หญ้าไทร ใบไผ่ป่า หนักสิ่งละ 3 กรัม
ข้อบ่งใช้ ใช้บรรเทาอาการท้องผูก ในผู้ที่ท้องผูกมาก หรือเรื้อรัง ที่ใช้ยาอื่นแล้วไม่ได้ผล
ขนาดและวิธีใช้ ชนิดเม็ด และชนิดแคปซูล
ครั้งแรก รับประทาน 1 กรัม วันละ 1 ครั้ง ก่อนนอน
ถ้าไม่ถ่าย วันต่อไป รับประทานเพิ่มเป็น 1.5 กรัม
แต่ไม่เกิน 2.5 กรัม ต่อวัน (ตามธาตุหนักธาตุเบา)
ข้อห้ามใช้ - ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ และเด็ก
- ห้ามใช้ในภาวะทางเดินอาหารอุดตัน (gastrointestinal obstruction/ileus)
- ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มีภาวะผิดปกติเฉียบพลันที่ทางเดินอาหาร (acute gastrointestinal
conditions) เช่น คลื่นไส้ อาเจียน
ข้อควรระวัง - เนื่องจากเป็นยาถ่ายอย่างแรง ไม่ควรใช้ยานี้ในผู้ป่วยอ่อนเพลียมากหรือมีภาวะขาดน้ำ
- เมื่อถ่ายแล้ว ให้เว้นอย่างน้อย 2 วัน แล้วจึงใช้ยานี้อีกครั้ง
- ควรระวังการใช้ยาในผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของไตหรือตับ
(renal/hepatic impairment) เนื่องจากยามีส่วนประกอบของแมกนีเซียม
อาการไม่พึงประสงค์ ปวดเสียดท้อง
ข้อมูลเพิ่มเติม -
(2) ยาธรณีสันฑะฆาต ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 160 กรัม ประกอบด้วย
1. พริกไทยล่อน หนัก 96 กรัม
2. ยาดำสะตุ หนัก 20 กรัม
3. เนื้อลูกสมอไทย มหาหิงคุ์ การบูร หนักสิ่งละ 6 กรัม
4. รงทอง (ประสะ) หนัก 4 กรัม
5. ผักแพวแดง (ทั้งต้น) เนื้อลูกมะขามป้อม หนักสิ่งละ 2 กรัม
6. ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ ลูกกระวาน ดอกกานพลู เทียนดำ เทียนขาว หัวดองดึง หัวบุก
หัวกลอย หัวกระดาดขาว หัวกระดาดแดง ลูกเร่ว เหง้าขิง รากชะเอมเทศ
รากเจตมูลเพลิงแดง โกฐกระดูก โกฐเขมา โกฐน้ำเต้า หนักสิ่งละ 1 กรัม
176
ข้อบ่งใช้ แก้เถาดาน ท้องผูก
ขนาดและวิธีใช้ ชนิดผง
รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม - 1 กรัม ละลายน้ำสุกหรือผสมน้ำผึ้ง ปั้นเป็น
ลูกกลอน วันละ 1 ครั้ง ก่อนอาหารเช้าหรือก่อนนอน
ชนิดเม็ด ชนิดลูกกลอน และชนิดแคปซูล
รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม - 1 กรัม วันละ 1 ครั้ง ก่อนอาหารเช้าหรือก่อนนอน
ข้อห้ามใช้ - ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีไข้ และเด็ก
ข้อควรระวัง - ควรระวังการรับประทานร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเป็นลิ่ม (anticoagulant) และ
ยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets)
- ควรระวังการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของตับ
ไต เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษได้
- ควรระวังการใช้ ร่วมกับยา phenytoin, propranolol, theophylline และ
rifampicin เนื่องจากตำรับนี้มีพริกไทยในปริมาณสูง
- ควรระวังการใช้ในผู้สูงอายุ
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม -
1.2.3 กลุ่มยาบรรเทาอาการท้องเสีย
(1) ยาธาตุบรรจบ ยาแคปซูล ยาผง ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 104 กรัม ประกอบด้วย
1. เนื้อลูกสมอไทย หนัก 16 กรัม
2. โกฐก้านพร้าว หนัก 8 กรัม
3. เหง้าขิง โกฐเขมา โกฐพุงปลา โกฐเชียง โกฐสอ เทียนดำ เทียนขาว เทียนสัตตบุษย์
เทียนเยาวพาณี เทียนแดง ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ ดอกกานพลู เปลือกสมุลแว้ง
ลูกกระวาน ลูกผักชีลา ใบพิมเสนต้น ดอกดีปลี หัวเปราะหอม การบูร หนักสิ่งละ 4 กรัม
ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการอุจจาระธาตุพิการ ท้องเสียชนิดที่ไม่เกิดจากการติดเชื้อ เช่น
อุจจาระไม่เป็นมูก หรือมีเลือดปนและท้องเสียชนิดที่ไม่มีไข้
ขนาดและวิธีใช้ ชนิดผง
ผู้ใหญ่
รับประทานครั้งละ 1 กรัม ละลายน้ำกระสายยา วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร
เมื่อมีอาการ
เด็ก อายุ 6 - 12 ปี
รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม ละลายน้ำกระสายยา วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร
เมื่อมีอาการ
น้ำกระสายยาที่ใช้
กรณีบรรเทาอาการอุจจาระธาตุพิการ ท้องเสียชนิดที่ไม่เกิดจากการติดเชื้อ
ใช้เปลือกแคหรือเปลือกสะเดา หรือเปลือกลูกทับทิมต้ม แทรกกับน้ำปูนใสเป็นน้ำ
กระสายยา
ถ้าหาน้ำกระสายยาไม่ได้ให้ใช้น้ำสุกแทน
177
ชนิดลูกกลอน และชนิดแคปซูล
ผู้ใหญ่
รับประทานครั้งละ 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร เมื่อมีอาการ
เด็ก อายุ 6 - 12 ปี
รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร เมื่อมีอาการ
ข้อห้ามใช้ - ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีไข้
ข้อควรระวัง - ควรระวังการรับประทานร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเป็นลิ่ม (anticoagulant) และ
ยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets)
- ควรระวังการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของตับ
ไต เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษได้
- ในกรณีท้องเสียชนิดที่ไม่เกิดจากการติดเชื้อ ใช้ไม่เกิน 1 วัน หากอาการไม่ดีขึ้น
ควรปรึกษาแพทย์
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม -
(2) ยาเหลืองปิดสมุทร ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 90 กรัม ประกอบด้วย
1. เหง้าขมิ้นชัน หนัก 30 กรัม
2. ชันย้อย ครั่ง สีเสียดเทศ เปลือกสีเสียดไทย ใบเทียน ใบทับทิม หัวแห้วหมู
เหง้าขมิ้นอ้อย เปลือกเพกา รากกล้วยตีบ หัวกระเทียมคั่ว ดอกดีปลี หนักสิ่งละ 5 กรัม
ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการท้องเสียชนิดที่ไม่เกิดจากการติดเชื้อ เช่น อุจจาระไม่เป็นมูก หรือมีเลือด
ปนและท้องเสียชนิดที่ไม่มีไข้
ขนาดและวิธีใช้ ชนิดผงและชนิดเม็ด
ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1 กรัม ละลายน้ำกระสายยา ทุก 3 – 5 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ
เด็ก อายุ 3 – 5 เดือน รับประทานครั้งละ 200 มิลลิกรัม
อายุ 6 – 12 เดือน รับประทานครั้งละ 300 – 400 มิลลิกรัม
อายุ 1 – 5 ขวบ รับประทานครั้งละ 500 – 700 มิลลิกรัม
อายุ 6 – 12 ปี รับประทานครั้งละ 800 มิลลิกรัม – 1 กรัม
ละลายน้ำกระสายยา ทุก 3 – 5 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ
น้ำกระสายยาที่ใช้
 ใช้น้ำเปลือกลูกทับทิมหรือเปลือกแคต้ม แทรกกับน้ำปูนใสเป็นน้ำกระสายยา
สำหรับเด็กเล็กให้บดผสมกับน้ำกระสายยา ใช้รับประทานหรือกวาดก็ได้
 ถ้าหาน้ำกระสายยาไม่ได้ ให้ใช้น้ำสุกแทน
ชนิดเม็ดและชนิดแคปซูล
เด็ก อายุ 6 – 12 ปี รับประทานครั้งละ 800 มิลลิกรัม – 1 กรัม เมื่อมีอาการ
ผู้ใหญ่ (รพ.) รับประทานครั้งละ 1 กรัม ทุก 3 - 5 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ
ข้อห้ามใช้ -
ข้อควรระวัง ใช้ไม่เกิน 1 วัน หากอาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม ชนิดเม็ดที่ใช้ละลายน้ำกระสายยา เป็นชนิดเม็ดแบบอัดเปียก
ผู้แสดงความคิดเห็น อาจารย์อุ๊ (au_karawek-at-yahoo-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2013-01-17 17:39:41 IP : 58.9.192.214


ความเห็นที่ 6 (3395679)

 1.2.4 กลุ่มยาบรรเทาริดสีดวงทวารหนัก

(1) ยาผสมเพชรสังฆาต ยาแคปซูล ยาแคปซูล (รพ.)
สูตรที่ 1
รูปแบบยา ยาแคปซูล ยาแคปซูล (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 100 กรัม ประกอบด้วย
เถาเพชรสังฆาต หนัก 70 กรัม รากอัคคีทวาร หนัก 20 กรัม โกฐน้ำเต้าหนัก 10 กรัม
ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการริดสีดวงทวารหนัก
ขนาดและวิธีใช้ รับประทานครั้งละ 1.2 กรัม วันละ 3 ครั้ง หลังอาหารทันที
ข้อห้ามใช้ -
ข้อควรระวัง - ควรระวังการใช้ยาในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร
อาการไม่พึงประสงค์ ท้องเสีย
ข้อมูลเพิ่มเติม -
สูตรที่ 2
รูปแบบ ยาแคปซูล (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 85 กรัม ประกอบด้วย
เถาเพชรสังฆาต หนัก 50 กรัม กะเม็ง (ทั้งต้น) หนัก 15 กรัม โกฐน้ำเต้า หัวกระชาย
หนักสิ่งละ 10 กรัม
ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการริดสีดวงทวารหนัก
ขนาดและวิธีใช้ รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม – 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง หลังอาหารทันที
ข้อห้ามใช้ -
ข้อควรระวัง ควรระวังการใช้ยาในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร
อาการไม่พึงประสงค์ ท้องเสีย มวนท้อง
ข้อมูลเพิ่มเติม -
(2) ยาริดสีดวงมหากาฬ ยาเม็ด ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 110 กรัม ประกอบด้วย
1. มดยอบคั่ว หนัก 5 กรัม
2. ขอบชะนางแดง (ทั้งต้น) ขอบชะนางขาว (ทั้งต้น) หนักสิ่งละ 5 กรัม
3. โกฐกักกรา โกฐสอ โกฐจุฬาลำพา โกฐก้านพร้าว โกฐพุงปลา หนักสิ่งละ 5 กรัม
4. เทียนดำ เทียนแดง เทียนขาว เทียนข้าวเปลือก เทียนตาตั๊กแตน หนักสิ่งละ 5 กรัม
5. แก่นสนเทศ ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ เถาสะค้าน เปลือกสมุลแว้ง ดอกดีปลี
พริกไทยล่อน เหง้าขิง เปลือกอบเชยเทศ หนักสิ่งละ 5 กรัม
ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการริดสีดวงทวารหนัก
ขนาดและวิธีใช้ รับประทานครั้งละ 800 มิลลิกรัม - 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร
ข้อห้ามใช้ -
ข้อควรระวัง - ควรระวังการรับประทานร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเป็นลิ่ม (anticoagulant) และ
ยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets)
- ควรระวังการใช้ยาในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร
อาการไม่พึงประสงค์ -
ผู้แสดงความคิดเห็น อาจารย์อุ๊ (au_karawek-at-yahoo-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2013-01-17 17:41:36 IP : 58.9.192.214


ความเห็นที่ 7 (3395680)

 1.3 ยารักษากลุ่มอาการทางสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา

(1) ยาประสะไพล ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 162 กรัม ประกอบด้วย
1. เหง้าไพล หนัก 81 กรัม
2. ผิวมะกรูด เหง้าว่านน้ำ หัวกระเทียม หัวหอม พริกไทยล่อน ดอกดีปลี เหง้าขิง เหง้า
ขมิ้นอ้อย เทียนดำ เกลือสินเธาว์ หนักสิ่งละ 8 กรัม
3. การบูร หนัก 1 กรัม
ข้อบ่งใช้ 1. ระดูมาไม่สม่ำเสมอหรือมาน้อยกว่าปกติ
2. บรรเทาอาการปวดประจำเดือน
3. ขับน้ำคาวปลาในหญิงหลังคลอดบุตร
ขนาดและวิธีใช้ กรณีระดูมาไม่สม่ำเสมอหรือมาน้อยกว่าปกติ
ชนิดผง
รับประทานครั้งละ 1 กรัม ละลายน้ำสุก วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร
เป็นเวลา 3 - 5 วัน เมื่อระดูมา ให้หยุดรับประทาน
ชนิดแคปซูล ชนิดเม็ด ชนิดลูกกลอน
รับประทานครั้งละ 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร
เป็นเวลา 3 - 5 วัน เมื่อระดูมา ให้หยุดรับประทาน
กรณีปวดประจำเดือน
ในกรณีที่มีอาการปวดประจำเดือนเป็นประจำ ให้รับประทานยา
ก่อนมีประจำเดือน 2 - 3 วันไปจนถึงวันแรกและวันที่สองที่มีประจำเดือน
ชนิดผง
รับประทานครั้งละ 1 กรัม ละลายน้ำสุก วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร
ชนิดแคปซูล ชนิดเม็ด ชนิดลูกกลอน
รับประทานครั้งละ 1 กรัมวันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร
กรณีขับน้ำคาวปลาในหญิงหลังคลอดบุตร
ชนิดผง
รับประทานครั้งละ 1 กรัม ละลายน้ำสุก วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร
ให้รับประทานจนกว่าน้ำคาวปลาจะหมด แต่ไม่เกิน 15 วัน
ชนิดลูกกลอน ชนิดเม็ด ชนิดแคปซูล
รับประทานครั้งละ 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร
ให้รับประทานจนกว่าน้ำคาวปลาจะหมด แต่ไม่เกิน 15 วัน
ข้อห้ามใช้ - ห้ามใช้ในหญิงตกเลือดหลังคลอด หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีไข้
- ห้ามรับประทานในหญิงที่มีระดูมากกว่าปกติ เพราะจะทำให้มีการขับระดูออกมามากขึ้น
ข้อควรระวัง - ควรระวังการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของ
ตับ ไต เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษได้
- กรณีระดูมาไม่สม่ำเสมอหรือมาน้อยกว่าปกติ ไม่ควรใช้ติดต่อกันนานเกิน 1 เดือน
180
- กรณีขับน้ำคาวปลาในหญิงหลังคลอดบุตร ไม่ควรใช้ติดต่อกันนานเกิน 15 วัน
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม -
(2) ยาปลูกไฟธาตุ ยาแคปซูล (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 100 กรัม ประกอบด้วย
1. พริกไทยล่อน หนัก 50 กรัม
2. ดอกดีปลี รากช้าพลู ผักแพวแดง (ทั้งต้น) เถาสะค้าน เหง้าขิงแห้ง ลูกผักชีล้อม
เหง้าว่านน้ำ หัวแห้วหมู ผิวมะกรูด ลูกพิลังกาสา หนักสิ่งละ 5 กรัม
ข้อบ่งใช้ กระตุ้นน้ำนม กระจายเลือดลมในหญิงหลังคลอด
ขนาดและวิธีใช้ รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม – 1.5 กรัม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร
ข้อห้ามใช้ ห้ามใช้ในหญิงตกเลือดหลังคลอด หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีไข้
ข้อควรระวัง - ควรระวังการใช้ ร่วมกับยา phenytoin, propranolol, theophylline และ
rifampicin เนื่องจากตำรับนี้มีพริกไทยในปริมาณสูง
อาการไม่พึงประสงค์ แสบร้อนยอดอก
ข้อมูลเพิ่มเติมอื่น ๆ แพทย์แผนไทยดั้งเดิม ใช้เป็นยาแทนการอยู่ไฟของหญิงหลังคลอด
(3) ยาไฟประลัยกัลป์ ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 71 กรัม ประกอบด้วย
1. รากเจตมูลเพลิงแดง สารส้มสะตุ แก่นแสมทะเล ผิวมะกรูด การบูร หนักสิ่งละ 6 กรัม
2. เหง้าขมิ้นอ้อย เหง้ากระทือ เหง้าข่า เหง้าไพล เปลือกมะรุม หนักสิ่งละ 5 กรัม
3. พริกไทยล่อน เหง้าขิง ดอกดีปลี หัวกระเทียม หนักสิ่งละ 4 กรัม
ข้อบ่งใช้ ขับน้ำคาวปลาในเรือนไฟ ช่วยให้มดลูกเข้าอู่
ขนาดและวิธีใช้ ชนิดผง
รับประทานครั้งละ 1 กรัม ละลายน้ำสุก วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร
ให้รับประทานจนกว่าน้ำคาวปลาจะหมด แต่ไม่เกิน 15 วัน
ชนิดเม็ด และชนิดแคปซูล
รับประทานครั้งละ 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร
ให้รับประทานจนกว่าน้ำคาวปลาจะหมด แต่ไม่เกิน 15 วัน
ข้อห้ามใช้ - ห้ามใช้ในหญิงตกเลือดหลังคลอด หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีไข้
- ห้ามใช้ในหญิงที่ผ่าคลอด เนื่องจากทำให้แผลหายช้า
ข้อควรระวัง - ควรระวังการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของตับ
ไต เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษได้
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม -
(4) ยาไฟห้ากอง ยาผง ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 100 กรัม ประกอบด้วย
รากเจตมูลเพลิงแดง เหง้าขิง พริกไทยล่อน สารส้มสะตุ ฝักส้มป่อย หนักสิ่งละ 20 กรัม
ข้อบ่งใช้ ขับน้ำคาวปลาในเรือนไฟ ช่วยให้มดลูกเข้าอู่
ขนาดและวิธีใช้ ชนิดผง
181
รับประทานครั้งละ 1 – 1.5 กรัม ละลายน้ำสุก วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร
ให้รับประทานจนกว่าน้ำคาวปลาจะหมด แต่ไม่เกิน 15 วัน
ชนิดเม็ดและชนิดแคปซูล
รับประทานครั้งละ 1 – 1.5 กรัม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร
ให้รับประทานจนกว่าน้ำคาวปลาจะหมด แต่ไม่เกิน 15 วัน
ข้อห้ามใช้ - ห้ามใช้ในหญิงตกเลือดหลังคลอด หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีไข้
- ห้ามใช้หญิงที่ผ่าคลอด เนื่องจากทำให้แผลหายช้า
ข้อควรระวัง -
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม -
(5) ยาเลือดงาม ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 102 กรัม ประกอบด้วย
1. เหง้าขิงแห้ง ตะไคร้บ้าน (ลำต้น) สะระแหน่ (ทั้งต้น) เหง้ากระชาย เหง้ากระทือ
ผิวมะกรูด ใบมะนาว รากและใบกะเพรา หัวกระเทียม เปลือกเพกา โกฐจุฬาลัมพา
ช้าพลู (ทั้งต้น) ลูกเร่วหอม ลูกจันทน์ ดอกกานพลู ดอกดีปลี เหง้าไพล พริกไทยล่อน
รากเจตมูลเพลิงแดง รากชะเอมเทศ หนักสิ่งละ 5 กรัม
2. พิมเสน การบูร หนักสิ่งละ 1 กรัม
ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการปวดประจำเดือน ช่วยให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ แก้มุตกิด
ขนาดและวิธีใช้ ชนิดผง
รับประทานครั้งละ 1 – 2 กรัม ละลายน้ำสุก วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร
ชนิดแคปซูล
รับประทานครั้งละ 1 – 2 กรัม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร
ข้อห้ามใช้ - ห้ามใช้ในหญิงตกเลือดหลังคลอด หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีไข้
ข้อควรระวัง ควรระวังการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของตับ ไต
เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษได้
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม -
(6) ยาสตรีหลังคลอด ยาต้ม (รพ.)
สูตรตำรับ ในยา 130 กรัม ประกอบด้วย
1. แก่นแกแล แก่นขนุน ว่านชักมดลูก แก่นฝางเสน เถาสะค้าน รากเจตมูลเพลิงแดง
ดอกดีปลี โกฐเชียง เถากำแพงเจ็ดชั้น หนักสิ่งละ 10 กรัม
2. พริกไทยล่อน รากช้าพลู ดอกคำฝอย ดอกมะลิ ดอกพิกุล ดอกบุนนาค ดอกสารภี
เกสรบัวหลวง หนักสิ่งละ 5 กรัม
ข้อบ่งใช้ ขับน้ำคาวปลา บำรุงเลือด ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็วในหญิงหลังคลอด
ขนาดและวิธีใช้ นำยาใส่น้ำพอท่วม ต้มด้วยไฟปานกลาง นานครึ่งชั่วโมง นำเฉพาะส่วนน้ำมารับประทาน
ครั้งละ 250 มิลลิลิตร วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร หรือดื่มแทนน้ำ
รับประทานติดต่อกัน 1 สัปดาห์หรือจนกว่าน้ำคาวปลาจะหมด แต่ไม่เกิน 15 วัน
ข้อห้ามใช้ - ห้ามใช้ในหญิงตกเลือดหลังคลอด หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีไข้
182
ข้อควรระวัง - ควรระวังในการรับประทานร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเป็นลิ่ม (anticoagulant)
และยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets)
- ควรระวังการใช้ยาในผู้ป่วยที่แพ้ละอองเกสรดอกไม้
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติมอื่น ๆ - แพทย์แผนไทยดั้งเดิม ใช้เป็นยาแทนการอยู่ไฟของหญิงหลังคลอด
- ยา 1 ห่อ ใช้ติดต่อกันประมาณ 5 - 7 วัน โดยให้อุ่นน้ำสมุนไพรทุกครั้งก่อนการ
รับประทานยา
 
ผู้แสดงความคิดเห็น อาจารย์อุ๊ (au_karawek-at-yahoo-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2013-01-17 17:43:21 IP : 58.9.192.214


ความเห็นที่ 8 (3395681)

 1.4 ยาแก้ไข้

(1) ยาเขียวหอม ยาผง ยาเม็ด (รพ.) ยาผง (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 90 กรัม ประกอบด้วย
ใบพิมเสน ใบผักกระโฉม ใบหมากผู้ ใบหมากเมีย ใบสันพร้าหอม รากแฝกหอม
หัวเปราะหอม แก่นจันทน์ขาวหรือจันทร์ชะมด แก่นจันทน์แดง ว่านกีบแรด ว่าน
ร่อนทอง เนระพูสี พิษนาศน์ มหาสดำ ดอกพิกุล ดอกบุนนาค ดอกสารภี เกสรบัวหลวง
หนักสิ่งละ 5 กรัม
ข้อบ่งใช้ 1. บรรเทาอาการไข้ ร้อนในกระหายน้ำ
2. แก้พิษหัด พิษอีสุกอีใส (บรรเทาอาการไข้จากหัดและอีสุกอีใส)
ขนาดและวิธีใช้ ชนิดผง
ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1 กรัม ละลายน้ำกระสายยา ทุก 4 – 6 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ
เด็ก อายุ 6 – 12 ปี
รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม ละลายน้ำกระสายยา
ทุก 4 – 6 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ
น้ำกระสายยาที่ใช้
กรณีบรรเทาอาการไข้ ร้อนในกระหายน้ำ ใช้น้ำสุก หรือน้ำดอกมะลิ
เป็นน้ำกระสายยา
กรณีแก้พิษหัด พิษอีสุกอีใส ละลายน้ำรากผักชีต้ม เป็นน้ำกระสายยา
ทั้งรับประทาน และชโลม
หมายเหตุ
การชโลมใช้ยาผงละลายน้ำ 1 ต่อ 3 แล้วชโลม (ประพรม) ทั่วตามตัวบริเวณที่
ตุ่มใสยังไม่แตก
ชนิดเม็ด
ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1 กรัม ทุก 4 – 6 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ
เด็ก อายุ 6 - 12 ปี
รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม ทุก 4 – 6 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ
ข้อห้ามใช้ -
ข้อควรระวัง - ควรระวังการใช้ยาในผู้ป่วยที่แพ้ละอองเกสรดอกไม้
- ไม่แนะนำให้ใช้ในผู้ที่สงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก เนื่องจากอาจบดบังอาการของ
ไข้เลือดออก
183
- หากใช้ยาเป็นเวลานานเกิน 3 วัน แล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม - ทางการแพทย์แผนไทย แนะนำให้ผู้ป่วยหัด อีสุกอีใส ห้ามรับประทานอาหารทะเล
ไข่ และน้ำเย็น เนื่องจากผิดสำแดง
- ในสูตรตำรับได้ตัดไคร้เครือออก เนื่องจากมีข้อมูลงานวิจัยบ่งชี้ว่าไคร้เครือที่ใช้และมี
การจำหน่ายในท้องตลาด เป็นพืชในสกุล Aristolochia ซึ่งพืชในสกุล Aristolochia
มีรายงานพบว่าก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อไต (nephrotoxicity) และเมื่อปี ค.ศ. 2002
องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้พืชสกุล Aristolochia เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์
(2) ยาจันทน์ลีลา ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 99 กรัม ประกอบด้วย
โกฐสอ โกฐเขมา โกฐจุฬาลัมพา แก่นจันทน์ขาวหรือจันทร์ชะมด แก่นจันทน์แดง ลูก
กระดอม เถาบอระเพ็ด รากปลาไหลเผือก หนักสิ่งละ 12 กรัม พิมเสน หนัก 3 กรัม
ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการไข้ตัวร้อน ไข้เปลี่ยนฤดู
ขนาดและวิธีใช้ ชนิดผง
ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1 - 2 กรัม ละลายน้ำสุก ทุก 3 - 4 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ
เด็ก อายุ 6 - 12 ปี
รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม – 1 กรัม ละลายน้ำสุก ทุก 3 - 4 ชั่วโมง
เมื่อมีอาการ
ชนิดเม็ด และชนิดแคปซูล
ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1 - 2 กรัม ทุก 3 - 4 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ
เด็ก อายุ 6 - 12 ปี
รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม – 1 กรัม ทุก 3 - 4 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ
ข้อห้ามใช้ -
ข้อควรระวัง - ไม่แนะนำให้ใช้ในผู้ที่สงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก เนื่องจากอาจบดบังอาการของ
ไข้เลือดออก
- หากใช้ยาเป็นเวลานานเกิน 3 วัน แล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม แนะนำให้ใช้ยาจันทน์ลีลาได้ในหญิงที่มีไข้ทับระดูหรือไข้ระหว่างมีประจำเดือน
(3) ยาประสะจันทน์แดง ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 64 กรัม ประกอบด้วย
1. แก่นจันทน์แดง หนัก 32 กรัม
2. รากเหมือดคน รากมะปรางหวาน รากมะนาว หัวเปราะหอม โกฐหัวบัว
แก่นจันทน์เทศ แก่นฝางเสน หนักสิ่งละ 4 กรัม
3. เกสรบัวหลวง ดอกบุนนาค ดอกสารภี ดอกมะลิ หนักสิ่งละ 1 กรัม
ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการไข้ตัวร้อน (ไข้พิษ) แก้ร้อนในกระหายน้ำ
ขนาดและวิธีใช้ ชนิดผง
ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1 กรัม ละลายน้ำกระสายยา ทุก 3 - 4 ชั่วโมง
เด็ก อายุ 6 - 12 ปี
รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม ละลายน้ำกระสายยา ทุก 3 - 4 ชั่วโมง
184
น้ำกระสายที่ใช้ ใช้น้ำสุก หรือน้ำดอกมะลิ
ชนิดเม็ด และชนิดแคปซูล
ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1 กรัม ทุก 3 - 4 ชั่วโมง
เด็ก อายุ 6 - 12 ปี รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม ทุก 3 - 4 ชั่วโมง
ข้อห้ามใช้ -
ข้อควรระวัง - ควรระวังการใช้ยาในผู้ป่วยที่แพ้ละอองเกสรดอกไม้
- ไม่แนะนำให้ใช้ในผู้ที่สงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก เนื่องจากอาจบดบังอาการของ
ไข้เลือดออก
- กรณีบรรเทาอาการไข้ ร้อนในกระหายน้ำ หากใช้ยาเป็นเวลานานเกิน 3 วันแล้วอาการ
ไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม -
(4) ยาประสะเปราะใหญ่ ยาผง ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 80 กรัม ประกอบด้วย
1. หัวเปราะหอม หนัก 40 กรัม
2. โกฐสอ โกฐเขมา โกฐหัวบัว โกฐเชียง โกฐจุฬาลัมพา เทียนดำ เทียนแดง เทียนขาว
เทียนข้าวเปลือก เทียนตาตั๊กแตน ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ ลูกกระวาน ดอกกานพลู
แก่นจันทน์เทศ แก่นจันทน์แดง ดอกบุนนาค ดอกสารภี ดอกพิกุล เกสรบัวหลวง
หนักสิ่งละ 2 กรัม
ข้อบ่งใช้ ถอนพิษไข้ตานซางสำหรับเด็ก
ขนาดและวิธีใช้ ชนิดผงและชนิดเม็ด
เด็ก อายุ 1 – 5 ปี
รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม – 1 กรัม ละลายน้ำกระสายยา ทุก 3 - 4 ชั่วโมง
น้ำกระสายยาที่ใช้
 น้ำดอกไม้เทศหรือน้ำสุก
ชนิดเม็ดและชนิดแคปซูล
เด็ก อายุ 6 – 12 ปี (รพ.) รับประทานครั้งละ 1 กรัม ทุก 3 - 4 ชั่วโมง
ข้อห้ามใช้ -
ข้อควรระวัง - ควรระวังในการรับประทานร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเป็นลิ่ม (anticoagulant)
และ ยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets)
- ควรระวังการใช้ยาในผู้ป่วยที่แพ้ละอองเกสรดอกไม้
- ไม่แนะนำให้ใช้ในผู้ที่สงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก เนื่องจากอาจบดบังอาการของ
ไข้เลือดออก
- หากใช้ยาเป็นเวลานานเกิน 3 วัน แล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม ชนิดเม็ดที่ใช้ละลายน้ำกระสายยา เป็นชนิดเม็ดแบบอัดเปียก
185
(5) ยามหานิลแท่งทอง ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 103 กรัม ประกอบด้วย
1. เนื้อในเมล็ดสะบ้ามอญ (สุม) หวายตะค้า (สุม) เมล็ดมะกอก (สุม) ลูกมะคำดีควาย (สุม)
ถ่านไม้สัก แก่นจันทน์แดง แก่นจันทน์เทศ ใบพิมเสน ใบย่านาง หมึกหอม หนักสิ่งละ 10 กรัม
2. เบี้ยจั่นคั่วให้เหลือง 3 กรัม
ข้อบ่งใช้ 1. แก้ไข้กาฬ หัด อีสุกอีใส (บรรเทาอาการไข้จากไข้กาฬ หัด และอีสุกอีใส)
2. แก้ร้อนในกระหายน้ำ
ขนาดและวิธีใช้ ชนิดผง
ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1.5 - 2 กรัม ละลายน้ำสุก วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น
ก่อนอาหาร
เด็ก อายุ 6 - 12 ปี รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม - 1 กรัม ละลายน้ำสุก
วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น ก่อนอาหาร
ชนิดเม็ดและชนิดแคปซูล
ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1.5 - 2 กรัม วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น ก่อนอาหาร
เด็ก อายุ 6 - 12 ปี
รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม - 1 กรัม วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น ก่อนอาหาร
ข้อห้ามใช้ -
ข้อควรระวัง - ไม่แนะนำให้ใช้ในผู้ที่สงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก เนื่องจากอาจบดบังอาการของ
ไข้เลือดออก
- หากใช้ยาเป็นเวลานานเกิน 3 วัน แล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม -
(6) ยาห้าราก ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด
สูตรตำรับ ในผงยา 100 กรัม ประกอบด้วย
รากย่านาง รากคนทา รากมะเดื่อชุมพร รากชิงชี่ รากไม้เท้ายายม่อม หนักสิ่งละ 20 กรัม
ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการไข้
ขนาดและวิธีใช้ ชนิดผง
ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1 – 1.5 กรัม ละลายน้ำสุก วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร
เมื่อมีอาการ
เด็ก อายุ 6 - 12 ปี
รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม – 1 กรัม ละลายน้ำสุก วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร
เมื่อมีอาการ
ชนิดเม็ด และชนิดแคปซูล
ผู้ใหญ่
รับประทานครั้งละ 1 – 1.5 กรัม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร เมื่อมีอาการ
เด็ก อายุ 6 - 12 ปี
รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม – 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร เมื่อมีอาการ
ข้อห้ามใช้ -
ข้อควรระวัง - ไม่แนะนำให้ใช้ในผู้ที่สงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก เนื่องจากอาจบดบังอาการของ
ไข้เลือดออก
186
- หากใช้ยาเป็นเวลานานเกิน 3 วัน แล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์
- ไม่แนะนำให้ใช้ในหญิงที่มีไข้ทับระดูหรือไข้ระหว่างมีประจำเดือน
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม -
ผู้แสดงความคิดเห็น อาจารย์อุ๊ (au_karawek-at-yahoo-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2013-01-17 17:44:54 IP : 58.9.192.214


ความเห็นที่ 9 (3395684)

 1.5 ยารักษากลุ่มอาการของระบบทางเดินหายใจ

1.5.1 ยาบรรเทาอาการไอ
(1) ยาแก้ไอผสมกานพลู ยาลูกกลอน (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 100 กรัม ประกอบด้วย
รากชะเอมเทศ หนัก 48 กรัม บ๊วย หนัก16 กรัม มะนาวดองแห้ง หนัก 10 กรัม
น้ำตาลกรวด หนัก 4 กรัม พิมเสน เกล็ดสะระแหน่ หนักสิ่งละ 3 กรัม เหง้าว่านน้ำ
ผลมะแว้งเครือ ดอกกานพลู เนื้อลูกสมอพิเภก เปลือกอบเชย เนื้อลูกมะขามป้อม
ดอกเก็กฮวย หล่อฮั่งก๊วย ผิวส้มจีน หนักสิ่งละ 2 กรัม
ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ
ขนาดและวิธีใช้ อมครั้งละ 200 - 300 มิลลิกรัม เมื่อมีอาการไอ ทุก 4 ชั่วโมง
ข้อห้ามใช้ -
ข้อควรระวัง ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยที่ท้องเสียง่าย เนื่องจากมะขามป้อมมีฤทธิ์เป็นยาระบาย
อาการไม่พึงประสงค์ ท้องเสีย
ข้อมูลเพิ่มเติม -
(2) ยาแก้ไอผสมมะขามป้อม ยาน้ำ (รพ.)
สูตรตำรับที่ 1 ในยา 100 มิลลิลิตร ประกอบด้วย
สารสกัดน้ำมะขามป้อมเข้มข้น ร้อยละ 40 60 มิลลิลิตร สารสกัดใบเสนียด 10
มิลลิลิตร
กลีเซอรีน 5 มิลลิลิตร เกลือแกง 0.5 มิลลิลิตร สารสกัดรากชะเอมเทศ 0.45 มิลลิลิตร
แอลกอฮอล์ ร้อยละ 95 0.05 มิลลิลิตร เกล็ดสะระแหน่ 0.01 มิลลิกรัม
สูตรตำรับที่ 2 ในยา 100 มิลลิลิตร ประกอบด้วย
สารสกัดน้ำมะขามป้อมเข้มข้น ร้อยละ 25 30 มิลลิลิตร มะนาวดองแห้ง 8 มิลลิกรัม
สารสกัดรากชะเอมเทศ 5 มิลลิลิตร ผิวส้มจีน 3.3 มิลลิกรัม บ๊วย 3 มิลลิกรัม
เนื้อลูกสมอพิเภก 3 มิลลิกรัม เนื้อลูกสมอไทย 1 มิลลิกรัม หล่อฮังก๊วย 2 มิลลิกรัม
เกล็ดสะระแหน่ 0.08 มิลลิกรัม น้ำตาลทรายแดง 40 มิลลิกรัม
ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ
ขนาดและวิธีใช้ จิบเมื่อมีอาการไอ ทุก 4 ชั่วโมง
ข้อห้ามใช้ ผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้
ข้อควรระวัง ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยที่ท้องเสียง่าย เนื่องจากมะขามป้อมมีฤทธิ์เป็นยาระบาย
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม -
187
(3) ยาแก้ไอผสมมะนาวดอง ยาลูกกลอน (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 99 กรัม ประกอบด้วย
1. มะนาวดองแห้ง บ๊วย หนักสิ่งละ 35 กรัม รากชะเอมเทศ หนัก 17 กรัม รากชะเอม
ไทย หนักสิ่งละ 3 กรัม ผลมะแว้งเครือ หนักสิ่งละ 2 กรัม เนื้อลูกมะขามป้อม หนัก 1
กรัม
2. เปลือกอบเชยญวณ หนัก 3 กรัม ดอกกานพลู หนัก 1 กรัม
3. เกล็ดสะระแหน่ หนัก 2 กรัม
ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ
ขนาดและวิธีใช้ รับประทานครั้งละ 200 - 300 มิลลิกรัม เมื่อมีอาการไอ ทุก 4 ชั่วโมง
ข้อห้ามใช้ -
ข้อควรระวัง -
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม -
(4) ยาแก้ไอพื้นบ้านอีสาน ยาน้ำ (รพ.)
สูตรตำรับ ในยาน้ำ 100 มิลลิลิตร ประกอบด้วย
1. เนื้อลูกมะขามป้อมแห้ง 2 กรัม รากชะเอมไทย 1.8 กรัม เนื้อลูกสมอไทย 1.6 กรัม
รากชะเอมเทศ หนัก 600 มิลลิกรัม
2. เหง้าขมิ้นอ้อย กะเพราแดง (ทั้งต้น) หนักสิ่งละ 600 มิลลิกรัม ดอกดีปลี เหง้าขิง 200
มิลลิกรัม พริกไทยล่อน ช้าพลู (ทั้งต้น) หนักสิ่งละ 100 มิลลิกรัม ดอกกานพลู 60
มิลลิกรัม
3. เกลือสินเธาว์สะตุ 400 มิลลิกรัม สารส้มสะตุ 140 มิลลิกรัม
4. โกฐจุฬาลัมพา หนัก 100 มิลลิกรัม
5. น้ำตาลทรายแดง 5 กรัม เกล็ดสะระแหน่ 30 มิลลิกรัม น้ำผึ้ง 5 มิลลิกรัม
ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ
ขนาดและวิธีใช้ จิบเมื่อมีอาการไอ ทุก 4 ชั่วโมง
ข้อห้ามใช้ -
ข้อควรระวัง -
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม -
(5) ยาตรีผลา ยาลูกกลอน ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาชง (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 90 กรัม ประกอบด้วย
เนื้อลูกสมอไทย เนื้อลูกสมอพิเภก เนื้อลูกมะขามป้อม หนักสิ่งละ 30 กรัม
ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ
ขนาดและวิธีใช้ ชนิดชง
รับประทานครั้งละ 1 - 2 กรัม ชงน้ำร้อนประมาณ 120 – 200 มิลลิลิตร
ทิ้งไว้ 3 - 5 นาที ดื่มในขณะยังอุ่น เมื่อมีอาการไอ ทุก 4 ชั่วโมง
ชนิดเม็ด ชนิดลูกกลอน และชนิดแคปซูล
รับประทานครั้งละ 300 - 600 มิลลิกรัม เมื่อมีอาการไอ วันละ 3 - 4 ครั้ง
ข้อห้ามใช้ -
188
ข้อควรระวัง ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยที่ท้องเสียง่าย
อาการไม่พึงประสงค์ ท้องเสีย
ข้อมูลเพิ่มเติม -
(6) ยาประสะมะแว้ง ยาเม็ด ยาผง (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 96 กรัม ประกอบด้วย
1. ผลมะแว้งต้น ผลมะแว้งเครือ หนักสิ่งละ 24 กรัม
2. ใบสวาด ใบตานหม่อน ใบกะเพรา หนักสิ่งละ 12 กรัม
3. เหง้าขมิ้นอ้อย หนัก 9 กรัม สารส้มสะตุ หนัก 3 กรัม
ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการไอ มีเสมหะ ทำให้ชุ่มคอ ช่วยขับเสมหะ
ขนาดและวิธีใช้ ชนิดผง
ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1 – 1.4 กรัม เมื่อมีอาการ
ละลายน้ำมะนาวแทรกเกลือรับประทาน
เด็ก อายุ 6 - 12 ปี รับประทานครั้งละ 200 - 400 มิลลิกรัม เมื่อมีอาการ
ละลายน้ำมะนาวแทรกเกลือรับประทาน
ชนิดเม็ด และชนิดลูกกลอน
ผู้ใหญ่
รับประทานครั้งละ 1 – 1.4 กรัม เมื่อมีอาการ ละลายน้ำมะนาวแทรกเกลือ
รับประทาน หรือใช้อม
เด็ก อายุ 6 - 12 ปี
รับประทานครั้งละ 200 - 400 มิลลิกรัม เมื่อมีอาการ
ละลายน้ำมะนาวแทรกเกลือรับประทาน หรือใช้อม
ข้อห้ามใช้ -
ข้อควรระวัง - ไม่ควรใช้ติดต่อกันนานเกิน 15 วัน หากอาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์
- ในผู้ป่วยที่ต้องจำกัดการใช้เกลือ ไม่ควรใช้น้ำมะนาวแทรกเกลือ
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม -
(7) ยาอำมฤควาที ยาผง ยาลูกกลอน ยาผง (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 70 กรัม ประกอบด้วย
1. รากชะเอมเทศ หนัก 35 กรัม
2. โกฐพุงปลา เทียนขาว ลูกผักชีลา เนื้อลูกมะขามป้อม เนื้อลูกสมอพิเภก หนักสิ่งละ 7 กรัม
ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ
ขนาดและวิธีใช้ ชนิดผง
ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1 กรัม ละลายน้ำกระสายยา เมื่อมีอาการ
เด็ก อายุ 6 - 12 ปี รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม
ละลายน้ำกระสายยา เมื่อมีอาการ
น้ำกระสายยาที่ใช้ ละลายน้ำมะนาวแทรกเกลือ ใช้จิบหรือกวาดคอ
ชนิดลูกกลอน
ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1 กรัม เมื่อมีอาการ
เด็ก อายุ 6 - 12 ปี รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม เมื่อมีอาการ
189
ข้อห้ามใช้ -
ข้อควรระวัง ในผู้ป่วยที่ต้องจำกัดการใช้เกลือ ไม่ควรใช้น้ำมะนาวแทรกเกลือ
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม ในสูตรตำรับได้ตัดไคร้เครือออก เนื่องจากมีข้อมูลงานวิจัยบ่งชี้ว่าไคร้เครือที่ใช้และมีการ
จำหน่ายในท้องตลาด เป็นพืชในสกุล Aristolochia ซึ่งพืชในสกุล Aristolochia
มีรายงานพบว่าก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อไต (nephrotoxicity) และเมื่อปี ค.ศ. 2002
องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้พืชสกุล Aristolochia เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์
1.5.2 ยาบรรเทาอาการหวัด
(1) ยาปราบชมพูทวีป ยาแคปซูล (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 465 กรัม ประกอบด้วย
1. เหงือกปลาหมอ (ทั้งต้น) พริกไทยดำ ใบกัญชาเทศ หนักสิ่งละ 120 กรัม
2. หัศคุณเทศ ดอกกานพลู หนักสิ่งละ 10 กรัม หัวบุกรอ เนื้อลูกสมอเทศ
เนื้อลูกสมอไทย รากเจตมูลเพลิงแดง เหง้าขิง หนักสิ่งละ 8 กรัม
3. เทียนแดง เทียนตาตั๊กแตน เทียนแกลบ หนักสิ่งละ 6 กรัม เทียนดำ โกฐสอ
โกฐเขมา ลูกพิลังกาสา ลำพันหางหมู หนักสิ่งละ 4 กรัม
4. ดอกดีปลี การบูร หนักสิ่งละ 2 กรัม ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ ลูกกระวาน หนักสิ่งละ 1 กรัม
ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการหวัดในระยะแรก และอาการเนื่องจากการแพ้อากาศ
ขนาดและวิธีใช้ รับประทานครั้งละ 750 มิลลิกรัม – 1.5 กรัม วันละ 4 ครั้ง ก่อนอาหารและก่อนนอน
ข้อห้ามใช้ - ห้ามใช้เมื่อพบภาวะแทรกซ้อนจากภาวะการแพ้อากาศ เช่น ไซนัสอักเสบ หรือ
ติดเชื้อจากแบคทีเรียซึ่งจะมีอาการเจ็บบริเวณไซนัส ไข้สูง น้ำมูกและเสมหะเขียว
- ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีไข้ เด็ก
ข้อควรระวัง - ควรระวังการบริโภคในผู้ป่วยโรคความดันเลือดสูง โรคหัวใจ ผู้ป่วยโรคแผลเปื่อยเพปติก
และกรดไหลย้อน เนื่องจากเป็นตำรับยารสร้อน
- ควรระวังการใช้ยาเกินขนาดในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของตับ ไตและทางเดินปัสสาวะ
เนื่องจากอาจเกิดพิษจากการบูร
- ควรระวังการใช้ ร่วมกับยา phenytoin, propranolol, theophylline และ
rifampicin เนื่องจากตำรับนี้มีพริกไทยในปริมาณสูง
อาการไม่พึงประสงค์ แสบร้อนยอดอก
ข้อมูลเพิ่มเติมอื่น ๆ -
ผู้แสดงความคิดเห็น อาจารย์อุ๊ (au_karawek-at-yahoo-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2013-01-17 17:46:27 IP : 58.9.192.214


ความเห็นที่ 10 (3395685)

 1.6 ยาบำรุงโลหิต

 
(1) ยาบำรุงโลหิต ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 75 กรัม ประกอบด้วย
1. แก่นฝาง ดอกคำไทย หนักสิ่งละ 10 กรัม
2. ครั่ง หนัก 4 กรัม
190
3. เหง้าขิงแห้ง ดอกดีปลี รากเจตมูลเพลิงแดง เถาสะค้าน รากช้าพลู เถาขมิ้นเครือ
เถามวกแดง แก่นกำลังวัวเถลิง ดอกสารภี ดอกพิกุล ดอกบุนนาค เกสรบัวหลวง
หนักสิ่งละ 2 กรัม
4. ดอกจันทน์ ลูกจันทน์ ลูกกระวาน ดอกกานพลู เทียนดำ เทียนแดง เทียนขาว
เทียนข้าวเปลือก เทียนตาตั๊กแตน โกฐสอ โกฐเขมา โกฐหัวบัว โกฐเชียง โกฐจุฬาลัมพา
หนักสิ่งละ 1 กรัม
5. เนื้อลูกสมอไทย เนื้อลูกสมอดีงู เนื้อลูกสมอพิเภก เปลือกชะลูด เปลือกอบเชยเทศ
แก่นจันทน์แดง แก่นแสมสาร แก่นแสมทะเล กฤษณา หนักสิ่งละ 1 กรัม
ข้อบ่งใช้ บำรุงโลหิต
ขนาดและวิธีใช้ ชนิดผง
รับประทานครั้งละ 1 กรัม ละลายน้ำกระสายยาวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น
ก่อนอาหาร
น้ำกระสายยาที่ใช้
 ใช้น้ำต้มดอกคำไทย หรือดอกคำฝอย เป็นน้ำกระสายยา
 ถ้าหาน้ำกระสายไม่ได้ให้ใช้น้ำสุกแทน
ชนิดเม็ด และชนิดแคปซูล
รับประทานครั้งละ 1 กรัม วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น ก่อนอาหาร
ข้อห้ามใช้ ห้ามใช้ใน หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีไข้
ข้อควรระวัง - ควรระวังการใช้ยาในผู้ป่วยที่แพ้ละอองเกสรดอกไม้
- ควรระวังการรับประทานร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเป็นลิ่ม (anticoagulant) และ
ยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets)
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม -
ผู้แสดงความคิดเห็น อาจารย์อุ๊ (au_karawek-at-yahoo-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2013-01-17 17:48:31 IP : 58.9.192.214


ความเห็นที่ 11 (3395686)

 1.7 ยารักษากลุ่มอาการทางกล้ามเนื้อและกระดูก

 
1.7.1ยาสำหรับรับประทาน
(1) ยากษัยเส้น ยาลูกกลอน (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 236 กรัม ประกอบด้วย
1. ดอกดีปลี หนัก 40 กรัม เหง้าขิง หนัก 20 กรัม รากช้าพลู หนัก 24 กรัม
เถาสะค้าน หนัก 12 กรัม รากเจตมูลเพลิงแดง หนัก 8 กรัม
2. เถาโคคลาน กำลังวัวเถลิง เถาวัลย์เปรียง เถาพริกไทย เถาม้ากระทืบโรง หัวกระชาย
แก่นแสมสาร เหง้าไพล หนักสิ่งละ 10 กรัม
3. การบูร หนัก 6 กรัม ลูกจันทน์ ดอกกานพลู เหง้าว่านน้ำ เหง้ากระทือ ลูกกระวาน
พริกไทยล่อน รากชะเอมเทศ เปลือกอบเชยเทศ หนักสิ่งละ 4 กรัม
4. ดอกจันทน์ โกฐน้ำเต้า ดอกมะลิ ดอกพิกุล ดอกบุนนาค ดอกสารภี เกสรบัวหลวง
หนักสิ่งละ 2 กรัม
ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการปวดหลัง ปวดเอว ปวดเมื่อยตามร่างกาย
191
ขนาดและวิธีใช้ รับประทานครั้งละ 750 มิลลิกรัม – 1 กรัม วันละ 4 ครั้ง ก่อนอาหารและก่อนนอน
ข้อห้ามใช้ ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร และเด็ก
ข้อควรระวัง - ควรระวังการใช้ยาในผู้ป่วยที่แพ้ละอองเกสรดอกไม้
- ควรระวังการรับประทานร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเป็นลิ่ม (anticoagulant) และ
ยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets)
- ควรระวังการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของตับ
ไต เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษได้
อาการไม่พึงประสงค์ แสบร้อนยอดอก
ข้อมูลเพิ่มเติม -
(2) ยาแก้ลมอัมพฤกษ์ ยาผง (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 70 กรัม ประกอบด้วย
1. เหง้าไพล เหง้าขมิ้นอ้อย เหง้าข่า หัวกระเทียม รากเจตมูลเพลิงแดง พริกไทยล่อน
ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ การบูร หนักสิ่งละ 5 กรัม
2. ผักเสี้ยนผี (ทั้งต้น) เปลือกต้นทองหลาง เปลือกต้นกุ่มบก เปลือกต้นกุ่มน้ำ
เกลือสินเธาว์ หนักสิ่งละ 5 กรัม
ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการปวดตามเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ มือ เท้า ตึงหรือชา
ขนาดและวิธีใช้ รับประทานครั้งละ 1 กรัม ชงน้ำร้อนดื่มประมาณ 120 - 200 มิลลิลิตร
วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร
ข้อห้ามใช้ ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีไข้ และเด็ก
ข้อควรระวัง - ควรระวังการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของตับ
ไต เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษได้
อาการไม่พึงประสงค์ แสบร้อนยอดอก
ข้อมูลเพิ่มเติมอื่น ๆ -
(3) ยาธรณีสันฑะฆาต ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 160 กรัม ประกอบด้วย
1. พริกไทยล่อน หนัก 96 กรัม
2. ยาดำสะตุ หนัก 20 กรัม
3. เนื้อลูกสมอไทย มหาหิงคุ์ การบูร หนักสิ่งละ 6 กรัม
4. รงทองประสะ หนัก 4 กรัม
5. ผักแพวแดง เนื้อลูกมะขามป้อม หนักสิ่งละ 2 กรัม
6. ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ ลูกกระวาน ดอกกานพลู เทียนดำ เทียนขาว หัวดองดึง หัวบุก
หัวกลอย หัวกระดาดขาว หัวกระดาดแดง ลูกเร่ว เหง้าขิง รากชะเอมเทศ
รากเจตมูลเพลิงแดง โกฐกระดูก โกฐเขมา โกฐน้ำเต้า หนักสิ่งละ 1 กรัม
ข้อบ่งใช้ แก้กษัยเส้น
ขนาดและวิธีใช้ ชนิดผง
รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม - 1 กรัม ละลายน้ำสุกหรือผสมน้ำผึ้งปั้นเป็น
ลูกกลอนวันละ 1 ครั้ง ก่อนอาหารเช้าหรือก่อนนอน
ชนิดเม็ด ชนิดลูกกลอน และชนิดแคปซูล
รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม - 1 กรัม วันละ 1 ครั้ง ก่อนอาหารเช้าหรือก่อนนอน
192
ข้อห้ามใช้ ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีไข้ และเด็ก
ข้อควรระวัง - ควรระวังการรับประทานร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเป็นลิ่ม (anticoagulant) และ
ยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets)
- ควรระวังการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของตับ
ไต เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษได้
- ควรระวังการใช้ ร่วมกับยา phenytoin, propranolol, theophylline และ
rifampicin เนื่องจากตำรับนี้มีพริกไทยในปริมาณสูง
- ควรระวังการใช้ในผู้สูงอายุ
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม -
(4) ยาผสมโคคลาน ยาชง (รพ.) ยาต้ม (รพ.)
สูตรตำรับที่ 1
รูปแบบ ยาชง
สูตรตำรับ ในผงยา 100 กรัม ประกอบด้วย เถาโคคลาน โด่ไม่รู้ล้ม ผลมะตูมอ่อน ทองพันชั่ง (ทั้งต้น)
หนักสิ่งละ25 กรัม
สูตรตำรับที่ 2
รูปแบบ ยาต้ม
สูตรตำรับ ในยา 105 กรัม ประกอบด้วยเถาโคคลาน หนัก 50 กรัม ส่วนเหนือดินทองพันชั่ง
หนัก 25 กรัม โด่ไม่รู้ล้ม ผลมะตูมอ่อน หนักสิ่งละ 15 กรัม
สูตรตำรับที่ 3
รูปแบบ ยาต้ม
สูตรตำรับ ในยา 100 กรัม ประกอบด้วย เถาโคคลาน เถาเอ็นอ่อน แก่นฝาง เถาสะค้าน
หนักสิ่งละ 20 กรัม โด่ไม่รู้ล้ม ทองพันชั่ง (ทั้งต้น) หนักสิ่งละ 10 กรัม
ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย
ขนาดและวิธีใช้ ชนิดชง รับประทานครั้งละ 1 กรัม ชงน้ำร้อนประมาณ 120 - 200 มิลลิลิตร
วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร
ชนิดต้ม นำตัวยาทั้งหมดมาเติมให้น้ำท่วมตัวยา ต้มน้ำเคี่ยว สามส่วนเหลือหนึ่งส่วน ดื่ม
ครั้งละ 120 - 200 มิลลิลิตร วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร
ข้อห้ามใช้ -
ข้อควรระวัง -
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม โคคลานในที่นี้ คือ โพคาน ซึ่งเป็นสมุนไพรที่มีชื่อพฤกษศาสตร์ว่า
Mallotus repandus (Willd.) Müll. Arg. วงศ์ Euphorbiaceae
(5) ยาผสมเถาวัลย์เปรียง ยาลูกกลอน (รพ.)
สูตรตำรับที่ 1 ในผงยา 100 กรัม ประกอบด้วย เถาวัลย์เปรียง แก่นดูกหิน (มะดูก) แก่นดูกใส
(ขันทองพยาบาท) เหง้าไพล หนักสิ่งละ 25 กรัม
สูตรตำรับที่ 2 ในผงยา 100 กรัม ประกอบด้วย เหง้าไพล หนัก 40 กรัม เถาวัลย์เปรียง แก่นดูกหิน
(มะดูก) แก่นดูกใส (ขันทองพยาบาท) หนักสิ่งละ 20 กรัม
193
ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย
ขนาดและวิธีใช้ รับประทานครั้ง 900 มิลลิกรัม – 1.5 กรัม วันละ 3 ครั้ง หลังอาหารทันที
ข้อห้ามใช้ ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์
ข้อควรระวัง - ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยที่เป็นแผลในกระเพาะอาหารเนื่องจากเถาวัลย์เปรียงมีกลไก
ออกฤทธิ์เช่นเดียวกับยาแก้ปวดในกลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์
(Nonsteroidal Anti-Inflammatory Drugs: NSAIDs)
- อาจทำให้เกิดการระคายเคืองระบบทางเดินอาหาร
อาการไม่พึงประสงค์ ปวดท้อง ท้องผูก ปัสสาวะบ่อย คอแห้ง และใจสั่น
ข้อมูลเพิ่มเติม -
(6) ยาสหัศธารา ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาลูกกลอนยาแคปซูล (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 1,000 กรัม ประกอบด้วย
1. พริกไทยล่อน หนัก 240 กรัม รากเจตมูลเพลิงแดง หนัก 224 กรัม ดอกดีปลี
หนัก 96 กรัม หัศคุณเทศ หนัก 48 กรัม
2. เนื้อลูกสมอไทย หนัก 104 กรัม รากตองแตก หนัก 80 กรัม
3. เหง้าว่านน้ำ หนัก 88 กรัม
4. การบูร หนัก 14 กรัม ดอกจันทน์ หนัก 13 กรัม เทียนแดง หนัก 11 กรัม
ลูกจันทน์ หนัก 12 กรัม เทียนตาตั๊กแตน มหาหิงคุ์ หนักสิ่งละ 10 กรัม
เทียนสัตตบุษย์ หนัก 9 กรัม เทียนขาว รากจิงจ้อ หนักสิ่งละ 8 กรัม เทียนดำ หนัก 7
กรัม โกฐกักกรา หนัก 6 กรัม โกฐเขมาหนัก 5 กรัม โกฐก้านพร้าว หนัก 4 กรัม
โกฐพุงปลา หนัก 3 กรัม
ข้อบ่งใช้ ขับลมในเส้น แก้โรคลมกองหยาบ
ขนาดและวิธีใช้ รับประทานครั้งละ 1 – 1.5 กรัม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร
ข้อห้ามใช้ ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีไข้
ข้อควรระวัง - ควรระวังการบริโภคในผู้ป่วยโรคความดันเลือดสูง โรคหัวใจ ผู้ป่วยโรคแผลเปื่อยเพปติก
และกรดไหลย้อน เนื่องจากเป็นตำรับยารสร้อน
- ควรระวังการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของตับ
ไต เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษได้
- ควรระวังการใช้ ร่วมกับยา phenytoin, propranolol, theophylline และ
rifampicin เนื่องจากตำรับนี้มีพริกไทยในปริมาณสูง
อาการไม่พึงประสงค์ ร้อนท้อง แสบท้อง คลื่นไส้ คอแห้ง ผื่นคัน
ข้อมูลเพิ่มเติม -
1.7.2 ยาสำหรับใช้ภายนอก
(1) ยาขี้ผึ้งไพล ยาขี้ผึ้ง (รพ.)
สูตรตำรับที่ 1 ในยา 100 กรัม ประกอบด้วย
น้ำมันไพลจากการทอดกับน้ำมันพืช 30 กรัม น้ำมันระกำ 10 กรัม
สูตรตำรับที่ 2 ยา 100 กรัม ประกอบด้วย น้ำมันไพลจากการกลั่น 14 กรัม น้ำมันระกำ 10 กรัม
ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการปวดเมื่อย
194
ขนาดและวิธีใช้ ทาและถูเบา ๆ บริเวณที่มีอาการวันละ 2 - 3 ครั้ง
ข้อห้ามใช้ - ห้ามทาบริเวณขอบตาและเนื้อเยื่ออ่อน
- ห้ามทาบริเวณผิวหนังที่มีบาดแผลหรือมีแผลเปิด
ข้อควรระวัง -
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม -
(2) ยาประคบ ยาประคบสมุนไพรสด (รพ.) ยาประคบสมุนไพรแห้ง (รพ.)
สูตรตำรับ ในยา 130 กรัม ประกอบด้วย
1. เหง้าไพล 50 กรัม ใบมะขาม 30 กรัม ผิวมะกรูด 20 กรัม เหง้าขมิ้นชัน 10 กรัม
ตะไคร้ (ลำต้น) 10 กรัม ใบส้มป่อย 10 กรัม
2. เกลือเม็ด 1 ช้อนโต๊ะ การบูร 2 ช้อนโต๊ะ
ข้อบ่งใช้ ประคบเพื่อลดอาการปวด และ ช่วยคลายกล้ามเนื้อ เอ็น และ ข้อ กระตุ้นหรือเพิ่มการ
ไหลเวียนของโลหิต
ขนาดและวิธีใช้ นำยาประคบไปนึ่ง แล้วใช้ประคบ ขณะยังอุ่น วันละ 1 - 2 ครั้ง ลูกประคบ 1 ลูก
สามารถใช้ได้ 3 - 4 ครั้ง โดยหลังจากใช้แล้วผึ่งให้แห้ง ก่อนนำไปแช่ตู้เย็น
ข้อห้ามใช้ - ห้ามประคบบริเวณที่มีบาดแผล
- ห้ามประคบเมื่อเกิดการอักเสบเฉียบพลัน เช่น ข้อเท้าแพลง หรือมีอาการอักเสบ
บวม แดง ร้อน ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เนื่องจากจะทำให้อักเสบบวมมากขึ้น และ
อาจมีเลือดออกมากตามมาได้ โดยควรประคบหลัง 24 ชม.
ข้อควรระวัง - ไม่ควรใช้ลูกประคบที่ร้อนเกินไป โดยเฉพาะบริเวณผิวหนังที่เคยเป็นแผลมาก่อนหรือ
บริเวณที่มีกระดูกยื่น และต้องระวังเป็นพิเศษในผู้ป่วยโรคเบาหวาน อัมพาต เด็ก และ
ผู้สูงอายุ เพราะมักมีความรู้สึกในการรับรู้และตอบสนองช้า อาจทำให้ผิวหนังไหม้พองได้ง่าย
- หลังจากประคบสมุนไพรเสร็จใหม่ ๆ ไม่ควรอาบน้ำทันที เพราะเป็นการล้างตัวยาจาก
ผิวหนัง และร่างกายยังไม่สามารถปรับตัวได้ทัน (จากร้อนเป็นเย็นทันทีทันใด) อาจทำให้
เกิดเป็นไข้ได้
- ควรระวังการใช้ในผู้ที่แพ้ส่วนประกอบในยาประคบ
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม 1) ยาประคบสมุนไพรสด ผลิตจากสมุนไพรสด (เก็บได้ประมาณ 3 วัน) น้ำหนักไม่น้อยกว่า
ลูกละ 400 กรัม
2) ยาประคบสมุนไพรแห้ง ผลิตจากสมุนไพรแห้ง (เก็บได้ประมาณ 2 ปี) น้ำหนักไม่น้อยกว่า
ลูกละ 200 กรัม
ผู้แสดงความคิดเห็น อาจารย์อุ๊ (au_karawek-at-yahoo-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2013-01-17 17:49:42 IP : 58.9.192.214


ความเห็นที่ 12 (3395688)

 1.8 ยาบำรุงธาตุ ปรับธาตุ

 
(1) ยาตรีเกสรมาศ ยาชง (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 90 กรัม ประกอบด้วย
เปลือกฝิ่นต้น เกสรบัวหลวง ลูกมะตูมอ่อน หนักสิ่งละ 30 กรัม
ข้อบ่งใช้ แก้อ่อนเพลีย ปรับธาตุในผู้ป่วยที่เพิ่งฟื้นจากการเจ็บป่วย เช่น ไข้ ท้องเสีย
195
ขนาดและวิธีใช้ รับประทานครั้งละ 1 กรัม ชงน้ำร้อนประมาณ 120 - 200 มิลลิลิตร ดื่มขณะยายังอุ่น
วันละ 4 ครั้ง ก่อนอาหารและก่อนนอน
ข้อห้ามใช้ -
ข้อควรระวัง - ไม่ควรรับประทานติดต่อกันเกิน 1 เดือน
- หากใช้เกินจากขนาดที่แนะนำ อาจจะทำให้ท้องผูก
- ควรระวังการใช้ยาในผู้ป่วยที่แพ้ละอองเกสรดอกไม้
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม -
(2) ยาตรีพิกัด ยาแคปซูล (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 90 กรัม ประกอบด้วย
1. เนื้อลูกสมอไทย เนื้อลูกสมอพิเภก เนื้อลูกมะขามป้อม หนักสิ่งละ 10 กรัม
2. เหง้าขิงแห้ง พริกไทยล่อน ดอกดีปลี หนักสิ่งละ 10 กรัม
3. รากเจตมูลเพลิงแดง รากช้าพลู เถาสะค้าน หนักสิ่งละ 10 กรัม
ข้อบ่งใช้ ปรับสมดุลธาตุ
ขนาดและวิธีใช้ รับประทานครั้งละ 250 – 500 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร
ข้อห้ามใช้ ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีไข้
ข้อควรระวัง - ไม่ควรใช้ยานี้ในฤดูร้อน ส่งผลให้ไฟธาตุกำเริบ
- ควรระวังการใช้ร่วมกับยา phenytonin, propranolol, theophylline และ
rifampicin เนื่องจากตำรับนี้มีพริกไทยและดอกดีปลีในปริมาณสูง
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม -
(3) ยาเบญจกูล ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.) ยาชง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 100 กรัม ประกอบด้วย ดอกดีปลี รากช้าพลู เถาสะค้าน รากเจตมูลเพลิงแดง
เหง้าขิงแห้ง หนักสิ่งละ 20 กรัม
ข้อบ่งใช้ บำรุงธาตุ แก้ธาตุให้ปกติ
ขนาดและวิธีใช้ ชนิดชง
รับประทานครั้งละ 1.5 – 2 กรัม วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร
ชนิดผง
รับประทานครั้งละ 800 มิลลิกรัม – 1 กรัม วันละ 3 เวลา หลังอาหาร
ชนิดลูกกลอน ชนิดเม็ด และชนิดแคปซูล
รับประทานครั้งละ 800 มิลลิกรัม – 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร
ข้อห้ามใช้ ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีไข้ และเด็กเล็ก
ข้อควรระวัง - ไม่ควรใช้ยานี้ในฤดูร้อน จะส่งผลให้ไฟธาตุกำเริบ
- ไม่ควรรับประทานติดต่อกันนานเกิน 7 วัน
อาการไม่พึงประสงค์ -
ข้อมูลเพิ่มเติม -
(4) ยาปลูกไฟธาตุ ยาแคปซูล (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)
สูตรตำรับ ในผงยา 100 กรัม ประกอบด้วย
196
1. พริกไทยล่อน หนัก 50 กรัม
2. ดอกดีปลี รากช้าพลู ผักแพวแดง (ทั้งต้น) เถาสะค้าน เหง้าขิงแห้ง ลูกผักชีล้อม
เหง้าว่านน้ำ หัวแห้วหมู ผิวมะกรูด ลูกพิลังกาสา หนักสิ่งละ 5 กรัม
ข้อบ่งใช้ ปลูกไฟธาตุให้บริบูรณ์ ปรับระบบการย่อยอาหารให้ดีขึ้น
ขนาดและวิธีใช้ รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม – 1.5 กรัม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร
ข้อห้ามใช้ ห้ามใช้ในหญิงตกเลือดหลังคลอด หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีไข้
ข้อควรระวัง ควรระวังการใช้ ร่วมกับยา phenytoin, propranolol, theophylline และ rifampicin
เนื่องจากตำรับนี้มีพริกไทยในปริมาณสูง
อาการไม่พึงประสงค์ แสบร้อนยอดอก
ข้อมูลเพิ่มเติม -
ผู้แสดงความคิดเห็น อาจารย์อุ๊ (au_karawek-at-yahoo-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2013-01-17 17:51:00 IP : 58.9.192.214



1


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล *
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2011 All Rights Reserved.