ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > ตำรับยาแก้โรคต่างๆ

ตำรับยาแก้โรคต่างๆ


 

ยาแก้ไซนัสและริดสีดวงจมูก

 

1. ให้เอาใบหนาด ใบกล้วยป่า ทั้งสองอย่างนี้หั่นเป็น ฝอยตากให้แห้ง กำมะถันเหลืองนิดหน่อย รากกระเทียมพอประมาณ ทั้งหมดผสมให้เข้ากันแล้วใช้ใบกล้วยป่ามวนสูบ

 

2. ใช้มะตูมอ่อนแห้ว พริกไทยร่อน กระชายดำ ใบ กอังกาบเหลือง ยาทั้งสี่อย่างน้ำหนักเท่ากันบดเป็นผงผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นเม็ดเท่ามะละกอ กินหลังอาหารเช้า เย็น วันละ 2 เวลา ครั้งละ 15-30 เม็ด

3. ให้เอาลูกจันทร์ มหาหิงคุ์ การบูร ยาดำ อย่างละ 2 ตำลึง พริกไทย 8 ตำลึง ยาทั้งหมดนี้บดเป็น ผงละลายน้ำมะกรูดปั้นเป็นเม็ดเท่าเม็ดพุทรา กินวันละ 2 ครั้ง ๆ ละ2 เม็ด ก่อนอาหารเช้า เย็น

 

4. ไซนัสมีน้ำมูกเป็นสีเหลือง ใช้หญ้ากระต่างจาน (คนจีนเรียหโอ่วเกี่ยอี้มเจี๊ยะเฉ้า) ขยี้แล้วยัดไว้รูจมูก

 

5. ไซนัสน้ำมูกไหลมีกลิ่นเหม็น ใช้เถาบวบกลมใกล้ที่รากสัก 1 ศอก เผาเป็นถ่านแล้วบดเป็นผงแล้วผสมเหล้ากินและใช้ผงเป่าเข้าจมูก

 

6. ริสีดวงจมูกใช้พิมเสนอย่างดีทาที่หัวริดสีดวหรือใช้สารส้มสะตุผสมกับน้ำมันหมู แล้วใช้ผ้าห่อยัดใส่รูจมูก

 

7. ริดสีดวงจมูกให้เอาใบอัคคีทวาร ใบบัวบก เปลือกขลู่ ทั้งสามอย่างนี้ตากแห้ง ผสมพิมเสนกับการบูรเล็กน้อย แล้วใช้ใบตองอ่อนมวนสูบ

 

8. จมูกมีหนองคันใช้เมล็ดกู้ไฉ่สุมไฟแล้วรมควันหนองจะออกมา

 

9. เลือดกำเดาไหลไม่หยุด ใช้กระเทียมตำไห้ละเอียดแล้วพอกที่อุ้งเท้าเลือดจะหยุดเอง



ผู้ตั้งกระทู้ อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2013-01-25 11:10:49 IP : 171.7.10.246


1

ความเห็นที่ 1 (3396981)

 ยารักษาความดันโลหิตสูง


1. ใช้ยอเกสรข้าวโพดแห้ง 1 กำมือ เปลือกแตงโมแห้ง 1 กำมือ เปลือกกล้วยแห้ง 2-3 ผล นำมาต้มน้ำกินต่างน้ำชา
 
2. ใช้ต้นคึ่นไฉ้ปรุงเป็นอาหารกิน
 
3. ใช้ดอกคำฝอย 1 หยิบมือชงน้ำร้อนดื่มต่างน้ำชา
 
4. ใช้กาฝากมะม่วงทั้งต้นสับเป็นท่อนสั้น ๆ ตากแห้งแล้วคั่วให้เหลืองชงน้ำร้อน หรือผสมใบชาชงกินต่างน้ำชา แก้ความดันและเบาหวาน
 
5. เฉาก๊วยกับน้ำตาลแดงกินบ่อย ๆ ก็ช่วยลดความดันสูงได้
 
6. ลำไยแห้งต้มกินต่างน้ำก็ลดความดันได้
 
7. ใช้รากกระย่อมหนัก 10 บาท บดเป็นผงให้ละเอียดใช้ครั้งละ 1-2 ช้อนการแฟกับน้ำอุ่นกิน
อย่ากินมากมีฤทธิแรง
 
 
ยาแก้ความดัน แก้ปวดหัว มึนงง แก้หวัด แก้ลมแน่นในกระเพาะ
ให้เอาใบคึ่นใช่ 20 ใบ
ใบโหระพา 10 ใบ
เมนทอล 10 เกร็ด
พิมเสน 20 เม็ด
น้ำมะกรูดครึ่งลูก
น้ำมะนาวครึ่งลูก
 
วิธีทำ
ตำให้เข้ากันรับประทานก่อนอาหาร
 
ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงนั้นควรระวังอารมณ์ตึงเครียดและหกล้ม จะทำให้เส้นโลหิตฝอยในสมองแตกหรืออุดตันเป็นเหตุอัมพาต
 
ดังนั้นผู้ที่อยู่ใกล้ตุการณ์จำเป็นต้องรู้จักปฐมพยาบาลโดย ด่วนจะไม่เป็นอัมพาตภายหลัง มีดังนี้  ผู้ป่วยบางรายเมื่อหกล้มหรืออื่น จะมีอาการกัดฟัน มือกำแน่น หน้าแดง
วิธีพยาบาล
ให้เอาลูกบ๊วยหรือมะนาวทาที่เหงือกฟัน แล้วรีบไปเอาสนแผง (จีนเรียกเจ๊กแป๊ะเฮีย) 1 กำมือ ต้นหอมทั้งราก ทั้งใบ 1 กำมือ รวมกันตำคั้นเอาน้ำผสมกับเหล้าหนึ่งถ้วยกาแฟ ต้มให้เดือดสัก2-3 นาที แล้วยกลง พอน้ำยาอุ่น ๆ ก็กรอกปากเข้าไปให้หมดที่เดียว ผู้ที่ไม่เคยกินเหล้าแบ่งกินหลายครั้งก็ได้
หรือใช้ใบหนุมานประสานกาย 10-15 ช่อ ตำผสมกับสุราขาว 3 ช้อนโต๊ะ
 
ระยะต่อไป
อาการดีขึ้นให้ลดลง เอาใบหนุมานประสานกาย 7-10 ช่อทำเหมือนเดิม
แบ่งกินวันละ 2 หลังอาหารเช้า และ ก่อนนอนจะช่วยประสานเส้นโลหิตฝอยให้ต่อกันและเส้นโลหิตที่คั่งอยู่ในสมองออกโดยไม่ต้องผ่าตัด
 
แต่ถ้าผู้ป่วยเป็นลมหมดสติแบมือ อ้าปาก ตาถลน เสียงกรนดัง หายใจเบา ปัสสาวะ ไม่รู้สึกตัว
ให้ใช้ยาขนานนี้ หยิ่งเซียม 3สลึง หูจื้อ 2สลึง (เอายาทั้งสองอย่างนี้ที่ร้านขายยาจีนมีขาย)
แล้วเอามาต้มน้ำกรอกปากถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นให้รีบไปหาแพทย์ทันที่
 
จากบล็อคสมุนไพรไทย
ผู้แสดงความคิดเห็น อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-01-25 11:18:11 IP : 171.7.10.246


ความเห็นที่ 2 (3396984)

 โรคเหน็บชา


ต้นเหตุเกิดจากการขาดอาหารโดยเฉพาะพวกวิตมิน บี1 วิตมิน บี 1 มีอยู่ในเปลือกนอกของเมล็ดข้าวและถั่วมากกว่าอาหารอื่น
 
อาการโรคเหน็บชา คนที่เป็นโรคเหน็บชา มักจะมีอาการเบื่ออาหาร อ่อนเพลีย โดยเฉพาะกล้ามเนื้อมักจะลีบลง ความเคลื่อนไหวไม่สะดวกและผิดปกติ บางส่วนอาจเป็นอัมพาตและอามีอาการบวมเพราะมีน้ำคั่งมากก็ได้ ถ้ามาการมากอาจจะทำให้เส้นประสาทที่ควบคุมหัวใจเสื่อม มีผลเกิดหัวใจวาย
 
ยารักษาโรคเหน็บชา
 
1. ให้เอารำปลายข้าวสาร (รำข้าว) 2 ลิตร เมล็ดงาดำ 1 ลิตร กระเทียม 1 กำมือ หั่นให้บาง ๆ ยาทั้งหมดนี้คั่วให้สุก บดเป็นผงผสมกับน้ำผึ้ง หรือน้ำตาลเคี้ยวกินอย่างขนม
 
2. เหน็บชาทั้งตัว ให้เอาสักขี 1 บาท ใบมะกา 2 บาทแก่นแสมทั้ง 2 หนักสิ่งละ 3 บาท แห้วหมู 4 บาท แก่นขี้เหล็ก 5 บาท แก่ไม้สัก 6 บาท แก่ขนุน 7 บาท ฝักคูน 8 บาท สะค้าน 9 บาท รากชะลูด 10 บาท มะตูมอ่อน 11 บาท มะคำไก่ 12 บาท ยานี้ต้มน้ำกินิเศษนัก
ผู้แสดงความคิดเห็น อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-01-25 11:20:42 IP : 171.7.10.246


ความเห็นที่ 3 (3396987)

 ปวดหัว และ ปวดหัวข้างเดียว


ปวดหัวไม่ใช่โรคแต่เป็นอาการชนิดหนึ่ง ซึ่งมีความหมายเพียงว่าผู้นั้น กระเพาะอาหาร ตับ ลำไส้ ทำงานผิดปกติ หรือผู้นั้นกินอาหารไม่ถูกต้องจึงเกิดปวดหัวขึ้น
 
อากรปวดหัวอาจเกิดจากโรคร้ายแรงของสมอง ระบบกระแสโลหิตและอาจจะเป็นอาการร่วมอย่างหนึ่งที่พบกับโรคอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับสมองหรือศีรษะเลย
 
อาการปวดหัวแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ 1. เกิดจากภายในกะโหลกศีรษะ 2. เกิดจากที่อื่น ๆ
 
1. อาการปวดหัวเกิดจากภายในกะโหลกศีรษะนั้น อาจเกิดจากเนื้องอกในสอง ฝีในสอง กามโรคของสมอง หรือการอักเสบของเยื่อหุ้มสมอง
 
2. เกิดจากที่อื่น เช่นใช้สายตามากเกินไป หรือโพรงจมูกอักเสบทำให้ปวดหัวบริเวณด้านหน้าของศีรษะ ถ้าปวดเนื่องจากใช้สายตามาก นอนหลับพักฟ่อนอาการปวดหัวก็หาย แต่อาการหวดหัวเกิดเนื่องจากโรคอื่นจะไม่หาย เช่น เกิดจากพิษของเชื้อโรค ซึ่งทำให้เกิดอาการอักเสบชนิดเฉียบพลันและรุนแรงก็ทำให้เกิดปวดหัวได้ และมักจะมีไข้ร่วมด้วย การกินอาหารที่ ย่อยยาก หรือดื่มเหล้ามาก กาแฟมาก หรือสูบบุหรี่มากก็ทำให้ปวดหัวได้ คนที่เป็นโรคเส้นประสาทมักจะปวดหัวทางด้านหลังของศีรษะและคอ เพราะปวดเนื่องจากการตึงเครียดของประสาทอาการปวดเนื่องจากความดันสูง เส้นโลหิตแดงแข็ง หรือการ พักผ่อนนอนหลับน้อยไปก็ปวดหัวได้ ดังนั้นการรักษาจึงต้องด้นหาต้นเหตุและค่อยแก้ไขใช้ยารักษาโรค
ที่สำคัญต้องแก้ไขอุกนิสัยอันเป็นต้นตุของการปวดและทำลายสุขภาพ และอย่างพยายามแก้ด้วยยาระงับอาการปวดยาเหล่านั้นอาจระงับความเจ็บปวดได้ชั่วคราว แต่อาจทำให้ความปวดรุนแรงเกิดขึ้นภายหลังได้ เพราะว่ายาที่แก้ปวดทุกชนิดมีพิษมีโทษอยู่ในตัว
 
มีคนไข้ปวดหัวมานานปี รักษาทั้งหมอจีนหมอไทย หมอผรั่ง และยาแก้ปวดทุกชนิดหาซื้อมารักษา แต่
หายปวดได้ชั่วคราว เมื่อหมดฤทธิ์ยาอาการปวดก็ทวีขึ้น ยาก็ต้องเพิ่มมากขึ้นมีคนแนะนำมาหาอาตมา อาตมาได้แนะนำให้เขาเอารากบวกกลมไปต้มน้ำกิน เขาหารากบวกกลมกไม่ได้ ด้วยเอารากฝักเขียวต้มกิน ปรากฏว่า กินแล้วได้ผลดีจึงต้มกินติดต่อกันสามวัน ตั้งแต่นั้นมาอาการปวดหัวไม่เป็นอีก นี่แหละนาเขาว่า “ลางเนื้อชอบลางยา” แต่หากว่าแระมาทแล้ว “ลางยาอาจจะไม่ถูกกับลางเนื้อก็ได้” ดังนั้น เวลาใช้ยาจึงต้องระมัดระวังให้ดีอย่าประมาท

ยาแก้ปวดศีรษะ

ใช้ว่านหางจระเข้ตัดตามขวางให้เป็นแว่นบาง ๆ เอาปูนแดงทาที่วุ้นแล้วปิดที่ขมับจะทำให้หายปวด
2. ใช้มะนาวฝานเป็นซีกบาง ๆ แล้วทาปูนแดงปิดที่ขมับทำทุกวันจนกว่าหายปวด
3. ปวดศีรษะเรื้อรัง หรือปวดหัวข้างเดียว ใช้รากบวกกลมหรือบวบเหลี่ยม 90 กรัม ต้มน้ำใส่เกลือกิน
4. ปวดหัวข้างเดียวใช้รากผักกาดหัว (หัวเท้า) สดคั้นเอาน้ำผสมพิมเสนเล็กน้อย แล้วให้ผู้ป่วยนอน ปวดข้าวซ้ายก็หยอดน้ำยาลงจมูกข้างซ้าย ปวดข้างขวาก็ให้หยอดยาจมูกข้างขวา ถ้าปวดทั้งสองข้างก็หยอดทั้งสองข้าง หรือใช้ “เจียะกอ” ซื้อที่ร้านขายยาจีน 2-3 บาท มาตุ๋นน้ำกิน
5. ปวดหัวใช้ผลฝรั่งอ่อนฝานบาง ๆ แช่น้ำเย็นแล้วทาขมับ
6. ปวดหัวข้างเดียวใช้รากกระชับ จีนเรียกชักบ้อเทาช้างต้มน้ำใส่เกลือกิน หรือใช้กะเม็งตัวเมียดำคั้นเอาน้ำหยอดจมูก เมื่อเวลาปวดหัว
 
บล็อคสมุนไพรไทย
ผู้แสดงความคิดเห็น อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-01-25 11:25:44 IP : 171.7.10.246


ความเห็นที่ 4 (3396996)

สมุนไพรแก้หอบ

 การรู้จักป้องกันรักษาโรคที่เริ่มเป็นนั้น มันรักษาง่ายไม่ต้องเสียทรัพย์และเสียเวลาทนทุกข์ทรมาน และเสียเวลาทำมาหากิน เปรียบเหมือนไฟกำลังจะไหม้บ้าน ถ้าเรารู้เท่าทันน้ำขันเดียว หรือผ้าขี้ริ้วผืนเดียวเราก็ดับไฟได้ แต่ถ้าเรารู้เท่าไม่ถึงกาล ปล่อยให้ไฟลุกลามไปมากแล้ว ถึงแม้น้ำมากมายก็เป็นการยากที่จะดับไฟได้ ฉันใดก็ฉันนั้น เพราะฉะนั้นการรู้จักดูแลสุขภาพ และรู้จักใช้ยาสมุนไพรที่ใกล้มือเรา

ปฐมพยาบาลด้วยวิธีง่าย ๆ ประหยัด และทั่วถึง จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นในชีวิตประจำวันของเราทุกคน ทุกเพศทุกวัย ชีวิตจึงจะมีความสุขความเจริญก้าวหน้า เมื่อเรามีสุขภาพดี ร่างกายสมบรูณ์ จิตใจ ย่อมมีความสดชื่นแจ่มใส ไม่ว่าจะเป็นทางการงาน ทางวาจา และทางกิริยาต่าง ๆ ที่แสดงออกมา ย่อมมีความสุภาพอ่อนโยนนี้ เป็นมูลฐานช่วยสร้างเสริมบุคลิกและสง่าราศีให้แก่ตนเอง เมื่อเราไม่มีโรคภัยเบียดเบียน ร่างกายย่อมสมบูรณ์ จิตใจแน่วแน่มีอารมณ์ดี มีภูมต้านทานดีต่อสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคในชีวิตประจำวัน แม้ว่าทางสังคมมีความวุ่นวาย มีคนมารบกวนก้าวร้าวเราก็มีอารมณ์ดีอภัยให้กันได้ ลักษณะอย่างนี้เป็นบรรทัดฐานความเป็นอยู่ในการดำรงชีวิตประจำวัน เป็นมูลฐานป้องกันโรคพยาธิ ตัดต้นตอเหตุร้ายนานาประการไม่ให้เกิดขึ้น

ขอให้ท่านผู้อ่านจงพิจารณาแล้วปฏิบัติอยู่ในทำนองครองธรรมชีวิจึงจะมีความสงบสุข ต่อไปจะได้กล่าวถึงตำรายาสมุนไพรให้ท่านที่สนใจได้ทราบและนำไปให้เป็นประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น

ยาแก้หอบหืด

1. ใช้ใบหนุมานประสานกายต้มน้ำดื่ม หรือใช้ใบเขียวสดเคี้ยวกลืนขณะหอบหืดเป็นมาก
2. ใช้ใบหญ้าขัดใบป้อม ที่ประจวบคีรีขันธ์เรียกตาลทราย ต้มน้ำกิน
3. ใช้เปลือกส้มโอเผาเป็นถ่านบดเป็นผงละลายน้ำผึ้งกิน
4. ใช้ใบหรือดอกลำโพงหั่งเป็นฝอยตามแห้งมวนเป็นบุหรี่สูบ
5. ใช้ใบกระเพราแดงผสมปูนกินหมากขยี้ทาตามตัวและศีรษะ
6. ใช้ใบกล้วยตานีห่อผิวไม้ไผ่ต้มกิน
7. ใช้ใบหญ้างวงช้าง ปูนแดง ใบหนาด และใบ กระเพราแดงผสมกับน้ำกิน
8. ใช้รากดอกคำใต้แช่น้ำแล้วกิน
9. ใช้ดอกบานไม่รู้โรย 10 ดอก ต้มน้ำใส่เหล้านิดหน่อยกินวันละ 3 ครั้ง
 
บล็อคสมุนไพรไทย
ผู้แสดงความคิดเห็น อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-01-25 11:43:23 IP : 171.7.10.246


ความเห็นที่ 5 (3397173)

ตำราแก้ โรคเหน็บชา


ต้นเหตุเกิดจากการขาดอาหารโดยเฉพาะพวกวิตมิน บี1 วิตมิน บี 1 มีอยู่ในเปลือกนอกของเมล็ดข้าวและถั่วมากกว่าอาหารอื่น
อาการโรคเหน็บชา คนที่เป็นโรคเหน็บชา มักจะมีอาการเบื่ออาหาร อ่อนเพลีย โดยเฉพาะกล้ามเนื้อมักจะลีบลง ความเคลื่อนไหวไม่สะดวกและผิดปกติ บางส่วนอาจเป็นอัมพาตและอามีอาการบวมเพราะมีน้ำคั่งมากก็ได้ ถ้ามาการมากอาจจะทำให้เส้นประสาทที่ควบคุมหัวใจเสื่อม มีผลเกิดหัวใจวาย
 
ยารักษาโรคเหน็บชา
 
1. ให้เอารำปลายข้าวสาร (รำข้าว) 2 ลิตร เมล็ดงาดำ 1 ลิตร กระเทียม 1 กำมือ หั่นให้บาง ๆ ยาทั้งหมดนี้คั่วให้สุก บดเป็นผงผสมกับน้ำผึ้ง หรือน้ำตาลเคี้ยวกินอย่างขนม
 
2. เหน็บชาทั้งตัว ให้เอาสักขี 1 บาท ใบมะกา 2 บาทแก่นแสมทั้ง 2 หนักสิ่งละ 3 บาท แห้วหมู 4 บาท แก่นขี้เหล็ก 5 บาท แก่ไม้สัก 6 บาท แก่ขนุน 7 บาท ฝักคูน 8 บาท สะค้าน 9 บาท รากชะลูด 10 บาท มะตูมอ่อน 11 บาท มะคำไก่ 12 บาท ยานี้ต้มน้ำกินิเศษนัก
ผู้แสดงความคิดเห็น อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-01-27 09:06:31 IP : 171.7.9.199


ความเห็นที่ 6 (3397230)

 ยารักษาฟันและเหงือก


1.ใช้เปลือกข่อย 1กิโลกรัม ต้มเอาแต่น้ำยา ส่วนกากทิ้ง
สารส้ม สตุ 100 กรัม
เกลือทะเล 100 กรัม
นำทั้งสามอย่างนี้มาเคี่ยวให้แห้ง แล้วใส่การบูรและเมนทอนพอควร
บดเป็นผงเก็บไว้ให้ดีใช้รักษาโรคฟัน โรครำมะนาด และเหงือกบวม
 
2. ใช้รากน้อยหน่าและรากมะละกอต้มน้ำใส่เกลือ และพิมเสน
ให้อมบ้วนปากบ่อย ๆ แก้ปากและเหงือกเป็นแผลมีหนองได้ดี
ผู้แสดงความคิดเห็น อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-01-27 22:07:46 IP : 171.7.9.199


ความเห็นที่ 7 (3397235)

 ขนานหนึ่งเขามาแก้ มูตรหวาน                                     เบามากวันหลายทนาน หยุดได้

ตำราพระธรรมการ กินชอบ โรคนา                                ยาสดบดทำไว้ ป่วยไข้กลืนกิน
· ดองดึงหนึ่งพริกหล้อน ดีปลี                                        เจตะมูลเพลิงมี ฤทธิ์กล้า
ศรีษะกะเทียมตรี สามเพิ่ม ประกอบเอย                         เฟ้อแน่นถอยไม่ช้า ยิ่งร้อนโรคหาย
· กำมือใบขี้เหล็ก สดหา                                                 ดินประสิวหน่อยนา แซกต้ม
ศรีษะกระชายมา สามทบ                                               รินออกหยิบสานส้ม แกว่งร้อนดื่มหาย
· ยานิ่วผักกาดน้ำ กำมือ                                                 ลงครกแหลกขยำถือ บีบคั้น
การบูรสลึงหรือ เบาหย่อน                                              เทใส่ยาสดนั้น อุ่นร้อนเพลิงเผา
· กินล่วงทุ่มนึงแล้ว เห็นคุณ                                           เม็ดเล็กเลื่อนหันหมุน ออกได้
ถ้าใหญ่คับกลับรุน คลายปวด ลงนา                                ตามแต่บุญกรรมไซร้ บอกให้สุขเกษม
· ยาเข้าเย็นบานไม่รู้ โรยสี ขาวเฮย                                ต้อยติ่งไซร้ย้อยมี รากต้ม
เข้าเหนียวแกลบผ้าดี ดีห่อ                                              ปลงเสร็จรินสารส้ม เมื่อร้อนแกว่งสาม
· ทองบาทคาดผูกห้อย กับคอ ม่อเฮย                             คนยากเงินบาทพอ หยิบได้
ดอกไม้หมากครูหมอ เทียนธูป สรวงนา                           สำหรับบุรุษไซ้ แหว่งแล้วหยุดหาย
· มูตรพิบัติจบสิ้น แขนขัดไม่ลัดดิ้น                                  เงียบล้ำเหน็บตาย ไปนา
ผู้แสดงความคิดเห็น อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-01-27 22:16:10 IP : 171.7.9.199


ความเห็นที่ 8 (3397265)

 ยาแผนโบราณตำรับยาสมุนไพรวัดโพธิ์ 

"ยาเบญจทิพย์ รักษาโรคได้ ๑๐๘-๑๐๐๙"
• ส่วนผสมตามตำรายาสมุนไพรวัดโพธิ์
♦ เจดมูลเพลิง ๑ ส่วน, ดีปลี ๕ ส่วน, รากชะพลู ๓ ส่วน, 
  ขิงแห้ง ๒ ๑/๒ ส่วน, สะค้าน ๑ ๑/๒ ส่วน
นำส่วนผสมทั้ง ๕ มาบดเป็นผงละเอียดเก็บใส่ขวดไว้ใช้กับส่วนผสมตามชนิดของโรค 

ยาเบญจทิพย์นี้รักษาโรคได้ร้อยแปดพันเก้า คือ

เป็นลม ละลายส่วนผสมที่เตรียมไว้กับน้ำกระเทียมต้มและเหล้า ใช้สำหรับดื่มรับประทาน
เป็นลมแต่ปลายเท้าเย็น นำมาผสมรวมกับสมุลแว้ง มะแว้งเครือ มะแว้งต้น มะเขือขื่น เทียนทั้ง ๕ บดให้ละเอียดเติมน้ำผึ้งและเกลือเพียงเล็กน้อย ใช้สำหรับรับประทาน
เป็นลมปัตคาด ใช้ละลายในผิวมะกรูดผสมกับเหล้าและมหาหิงคุ์เล็กน้อย สำหรับดื่มรับประทาน
เป็นไข้ มีเสลด เพิ่มส่วนผสมกระเทียม ๗ กลีบ กานพลู ๗ ดอก เกลือ พิมเสน น้ำมะนาว สำหรับรับประทาน
เป็นไข้ ใช้ละลายในน้ำอ้อยที่เผาไฟแล้ว ใช้สำหรับดื่มรับประทาน
เป็นไข้ตัวเย็น นำมาละลายกับส่วนผสมเพิ่ม เถาขี้กาแดง ตรีผลา บอระเพ็ด สำหรับดื่มรับประทาน
เป็นไข้ตัวร้อนมาก ใช้ละลายกับน้ำดอกไม้เล็กน้อยและจันทร์ทั้ง ๒ สำหรับดื่มรับประทาน
เป็นไข้ตัวร้อนธรรมดา ที่มีอาการปวดศีรษะและปวดเมื่อยตามร่างกาย ให้ละลายหรือปั้นเป็นลูกกลอนผสมกับขี้เหล็กทั้ง ๕ สมอทั้ง ๓ มะขามป้อม ยาดำเล็กน้อย ใช้สำหรับรับประทาน
เป็นไข้หลายวัน ให้ละลายกับน้ำส้มซ่า น้ำมะพร้าว น้ำสับปะรดและขัณฑสกรเล็กน้อย ใช้สำหรับดื่มรับประทาน
เป็นกระษัยดาน ใช้ละลายในน้ำเต้าแกงกับปลาช่อน สำหรับรับประทาน
เป็นกล่อน ใช้ละลายกับน้ำไพลและข่ารวมกัน ใช้สำหรับดื่มรับประทาน
เป็นบิด ใช้ละลายกับน้ำเปลือกมะเดื่อ ใช้สำหรับดื่มรับประทาน
เป็นตกขาว ใช้ละลายกับขี้เหล็กทั้ง ๕ แล้วนำมาต้ม ใช้สำหรับดื่มรับประทาน
ถ่ายเป็นเลือด ใช้ละลายกับส่วนผสมใบเทียนและใบคนทีสอแล้วนำมาต้ม ใช้สำหรับดื่มรับประทาน
เป็นริดสีดวง ใช้ละลายกับขี้เหล็กทั้ง ๕ แล้วนำมาต้ม ใช้สำหรับดื่มรับประทาน
เป็นหืด ใช้ละลายกับส้มซ่า (เฉพาะน้ำ) และพิมเสน ใช้สำหรับดื่มรับประทาน
เป็นกำเดา ใช้ละลายกับส่วนผสมรากมะกรูด รากส้มป่อย รากเสนียด รากว่านน้ำและขัณฑสกรเพียงเล็กน้อย ใช้สำหรับดื่มรับประทาน
ผู้แสดงความคิดเห็น อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-01-28 08:55:37 IP : 171.7.9.199


ความเห็นที่ 9 (3397277)

 ยาแผนโบราณตำรับยาสมุนไพรวัดโพธิ์ "ยาแก้ปวด"

ลักษณะปวดนี้คือปวดบวม,ตามข้อ,เอ็น,อักเสบติดงอกเป็นต้น ขอวิเคราะห์ตามประสาคนชอบคิดมากๆๆนะคะว่าทำไมถึงหาย

น้ำส้มสายชู
ก็คล้ายๆเรื่องเอากรดที่มีความเปรี้ยวไปละลายเอ็นหรือพังพืดที่แข็งให้อ่อนนุ่มลง เคล็ดลับคือพอกทิ้งข้ามคืนเช้าแกะออก จะหายได้อย่างน่าแปลกใจ
สรรพคุณน้ำส้มสายชู
-ใช้ลดไข้ เอาน้ำส้มผสมน้ำ 1 ต่อ 2 ส่วน เอาผ้าชุบเช็ดตัวคนไข้
-ขจัดรังแค เอาน้ำส้มสายชู ชุปผ้าเช็ดศีรษะก่อนนอนทุกคืน
-ป้องกันสีผ้าตก เอาน้ำส้มสายชู 1 ถ้วย ผสมน้ำแช่ผ้าไว้สัก 15 นาที ก่อนซัก สีจะไม่ตกและยังมีสีสดขึ้นอีกด้วย
-แก้สิว เอาน้ำส้มสายชู 1 ช้อนชาผสมน้ำเชื่อมพอหวานนิดๆ ดื่มตอนเช้าๆ ทุกวัน 1 สัปดาห์ สิวจะหาย
-แก้ไฝฝ้า ไข่ขาวไข่ไก่ 1 ฟอง ผสมน้ำส้ม 1 ช้อนชา ตีเป็นฟอง ทาหน้าก่อนนอนทุกคืน ถ้าหน้าแห้งใช้ใข่แดง ถ้าเอายางมะละกอครึ่งชอ้นชาผสมลงไปด้วยใช้ลอกหน้าได้ อย่าติดกันเกิน 3 วัน
-ให้ยาทาเล็บติดทน เอาเล็บมือจุ่มลงในน้ำส้มสายชูก่อนทาสัก 2-3 นาทีก่อนทา หรือเอาสำลีชุบน้ำส้มสายชูทาเล็บก็ได้
-ล้างภาชนะต่างๆ เช่น หม้ออลูมิเนียม มีคราบดำๆ ของผักที่ต้ม ใช้น้ำส้ม 1-2 ช้อนโต๊ะผสมน้ำต้มให้เดือด 30 นาที ทิ้งไว้ให้เย็น ใช้ฝอยเหล็กขัดไปทางเดียวกันอย่าขัดในขณะหม้อกำลังร้อนๆ จะเป็นรอย
- แก้กุ้งมีกลิ่นตุๆ เอากุ้งแช่ในน้ำผสมน้ำส้มสายชู 1-2 ช้อนโต๊ะ ประมาณ 15 นาที กุ้งจะขาวขึ้นกลิ่นตุๆ จะหายไปด้วย
-ต้มผักให้กรอบ เอาน้ำส้มสายชูใส่ลงในน้ำต้มผัก 1-2 ช้อนโต๊ะ ผักจะกรอบและไม่ดำอีกด้วย ถ้ากะหล่ำดอกให้เอาผ้าขาวบางห่อต้ม ดอกจะไม่แตกกระจายออกจากกัน
-ต้มปลาไม่ให้เนื้อปลาแตก เอาน้ำส้มสายชูใส่ลงในน้ำต้มปลา 1-2 ช้อนโต๊ะ นอกจากเนื้อปลาจะไม่แตกยังมีสีขาวอีก
-ต้มเนื้อให้เปื่อย เอาน้ำส้มสายชูผสมในน้ำต้มเนื้อสัก 1-2 ช้อนโต๊ะ เนื้อจะเปื่อยเร็วขึ้น ถ้าต้มลิ้นวัวจะลอกผิวหนังลิ้นง่ายขึ้นอีกด้วย บางคนใช้ยางมะละกอ กะลามะพร้าว และ น้ำแข็งแทนก็ได้
-ล้างปลาทะเลที่มีคาวมากๆ เอาน้ำส้มสายชู 1-2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำล้างปลา คาวจะหมดไป หรือจะใช้น้ำซาวข้าวแทนก็ได้เหมือนกัน
-ขัดพื้นไม้ให้เป็นมัน น้ำส้มสายชู น้ำมันลินซีด แอลกอฮอล์จุดไฟ ผสมอย่างละเท่าๆ กัน ขัดพื้นเป็นเงางามดี
-ให้สีฝุ่นสดขึ้น ช่างเขียนสีฝุ่นเวลาผสมสีกับกาว ถ้าเอาน้ำส้มผสมลงไปด้วย สีฝุ่นจะสีสดขึ้นกว่าเดิม
-แก้ปวดฟัน เอาลิ้นทะเล (กระดูกขาวในตัวปลาหมึกตัวโตๆ) บดละเอียดผสมน้ำส้มสายชูพอเปียกๆ ทาตรงฟันปวดถ้าไม่หายใช้เกลือ สารส้ม การบูร อย่างละเท่าๆ กันห่อผ้าอมตรงฟันปวด หรือผสมพิมเสนด้วยทำยาสีฟันตองเช้าป้องกันฟันปวดและทำให้ฟันทนอีกด้วย
- แก้เจ็บคอ ใช้นำส้มผสมน้ำมันสะระแหน่อย่างละเท่าๆ กัน อมไว้อย่ากลืน หรือใบสะระแหน่มาขยี้ผสมน้ำส้มอมแทนก็ได้ แต่ได้ผลไม่เหมือนน้ำมันสะระแหน่

ส่วนสรรพคุณของมันเทศ
- มันเทศมีฤทธิ์เย็น รสหวาน มีสรรพคุณแก้ท้องผูก ช่วยย่อยอาการ แก้กระหาย
- ช่วยหรับสภาพเลือด บำรุงร่างกายโดยทั่วไป บำรุงกำลัง บำรุงกระเพาะ เลือด ม้าม ช่วยรักษาโรคโลหิตจาง
- ป้องกันโรคต้อกระจก ตาบอดกลางคืน รักษาเบาหวาน แก้โรคดีซ่าน ป้องกันโรคหัวใจและมะเร็ง
- ใบ แก้แผลไฟไหม้ แก้ผื่นคัน ตุ่มพุพอง
ข้อควรระวัง
- สตรีใกล้คลอดไม่ควรกิน เพราะอาจทำให้พลังงานในตัวมารดาสะดุด หรือมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้
- ผู้ที่มีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ เป็นมาลาเรีย และบิด ไม่ควรกิน
- มันเทศห้ามปรุงร่วมกับไข่ไก่

• ส่วนผสมตามตำรายาสมุนไพรวัดโพธิ์
♦ ใบมันเทศ, น้ำส้มสายชู

นำใบมันเทศตำให้ละเอียด 
ผสมกับน้ำส้มสายชูเล็กน้อย 
ใช้สำหรับทาและพอกบริเวณที่ปวด เช่น ปวดหัวเข่า ปวดมือ ฯลฯ

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-01-28 09:58:31 IP : 171.7.9.199


ความเห็นที่ 10 (3397289)

 ยาแผนโบราณตำรับยาสมุนไพรวัดโพธิ์ 
"ยาหยอดตา ขนานที่ ๑"
• ส่วนผสมตามตำรายาสมุนไพรวัดโพธิ์
♦ ดอกมะลิ, ใบมะขามอ่อน, รากผักบุ้ง, ดอกผักบุ้ง

นำส่วนผสมทั้งหมดอย่างละเท่า ๆ กัน มาบดละเอียด
นำมาผสมกับน้ำสะอาด แล้วจึงนำไปหยอดตา 
เพื่อรักษาดวงตาที่ปวด เจ็บและเคือง

สังเกตุนะคะจะพบว่า อาการนั้นเป็นระยะตาอักเสบเริ่มต้น จำเป็นต้องลดอาการระคายเคือง ตัวยาจึงเย็นและต้องล้างพิษต่างๆด้วยผักบุ้ง ส่วนมะขามอ่อนนั้นเป็นกรดอ่อนเพื่อกันระคายเคืองเหมือนยาบอริคเอซิค นะเอง

ยาแผนโบราณตำรับยาสมุนไพรวัดโพธิ์ 
"ยาหยอดตา ขนานที่ ๒"
• ส่วนผสมตามตำรายาสมุนไพรวัดโพธิ์
♦ รากอัญชันขาว ๑ ราก, เท้ายายม่อน ๑ ส่วน
ส่วนสูตรสองนั้นเป็นระยะเรื้อรังแล้ว เกิดเป็นต้อขึ้นมาแล้วจึงใช้ยา
กระทุ้ง ขับพิษออกเพื่อลอกต้อ วิเคราะห์คร่าวๆดังนี้
เท้ายายม่อม แก้พิษเสมหะ แล แก้สรรพพิษทั้งปวง
อัญชัน ราก : รสเย็นจืด บำรุงดวงตา ทำให้ตาสว่าง ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ แก้ปวดฟัน ทำ ให้ฟันทน
น้ำคั้นจากใบสดและดอกสด : ใช้หยอดตา แก้ตาอักเสบ ฝ้าฟาง ตาแฉะ มืดมัวน
ปลาไหลสรรพคุณ(ความเห็นส่วนตัวน่าจะเป็นกระสายจากคาวเย็น)
หัว เผาไฟ รสคาวเย็น แก้จุกผามม้ามย้อย แก้ซาง
ทั้งตัว เผาไฟ รสคาว ผสมยาแก้กระษัยปลาไหล

นำส่วนผสมทั้งหมดบดให้ละเอียดแล้ว
นำมาผสมกับเลือดปลาไหล แล้วจึงนำไปหยอดตา 
เพื่อรักษาดวงตาที่เป็นต้อกระจก จะทำให้หายขาด

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-01-28 10:24:01 IP : 171.7.9.199


ความเห็นที่ 11 (3397363)

 ยาแก้ปวดเมื่อยขาแบบรุนแรง(ปวดมากๆ)

ของพระครูวิมลคุณากร(หลวงปู่ศุข)ซึ่งขึ้นชื่อว่า พระเกจิอาจารย์ แล้ว หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า อีกองค์หนึ่งที่แทบทุกคนมักรู้จักท่านเป็นอย่างดี ไม่ว่าทางด้าน อิทธิปาฏิหาริย์ หรือทางด้านยารักษาโรค ท่านเป็นพระอาจารย์ที่ทรงคุณวิเศษหลายประการ เชื่อกันว่าท่านสําเร็จวิชา ๘ ประการ คือ
๑.วิปัสสนาญาณ ๒.มโนมยิทธิ ๓.อิทธิวิธี ๔.ทิพโสต ๕.เจโตปริยญาณ ๖.ปุพเพนิวาสานุวัติ ๗.ทิพยจักษุ ๘.อาสวักขยญาณ 

ถ้านำไปใช้ขอให้นึกถึงท่าน พลังทางพุทธคุณจะทำให้สร่างเบาบางหาย ไม่เชื่ออย่าลบหลู่

ท่านให้เอาเถากะทกรก หนัก ๑ บาท, หญ้างวงช้าง ๑, รากคนทา ๑, ขิงแห้ง ๑,หัวข่า ๑,หญ้าหางช้าง ๑, ตัวยาทั้ง ๖ นี้เอาหนักอย่างละ ๑๐ บาทเท่ากัน 

ตัวยาทั้ง ๖ อย่างนี้นํามาใส่หม้อดินต้มกับนําสามส่วน ต้มเคี่ยวให้เหลื่อนํา ๑ ส่วน ใช้รับประทานครั้งละ ๑ ถ้วยกาแฟ เวลา เช้า กลางวัน เย็น วันละ ๓ เวลา 

มีสรรพคุณแก้โรคปวดขาอย่างรุนแรงให้หายไปได้ผลดีอย่างชะงัดนักแลฯ

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-01-28 14:25:43 IP : 171.7.44.158


ความเห็นที่ 12 (3397646)

 ยาแผนโบราณตำรับยาสมุนไพรวัดโพธิ์

"ยานอนหลับ"

ส่วนผสมตามตำรายาสมุนไพรวัดโพธิ์
 
♦ ผลจันทร์, กานพลู, กฤษณา, กะลำพอ, ชะลูด, กระวาน, การบูร,
 
ผลสะบ้าปิ้งไฟ,  จันทร์ทั้ง ๒, โกฐหัวบัว, ดอกจันทร์, ขอนดอก,
 
กัญชา, รากข้าวเรื้อ, หญ้าผรั่น, กลอย}อบเชยเทศ
 
 
นำส่วนผสมทั้งหมดอย่างละเท่า ๆ กัน มาบดละเอียด
 
ผสมกับน้ำดอกไม้ และเติมพิมเสนเล็กน้อยเท่านั้น ใช้สำหรับดื่มรับประทานก่อนนอน
 
ผู้แสดงความคิดเห็น อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-01-29 19:14:23 IP : 171.7.44.158


ความเห็นที่ 13 (3403140)

 ยากลางบ้าน

1 แก้ไอ ใช้มะนาวผ่าซีก โรยเกลือป่น ปล่อยให้ละลายบางส่วน แหงนคอ อ้าปาก บีบให้น้ำมะนาวไหลลงคอ

2 แก้ไอ เอาขี้ได้ชิ้นเล็ก ๆ จุดให้ติดไฟเป็นควัน เอามะนาวผ่าซีกรมควันให้ติดดำที่ด้านหน้า (ที่ฝานไว้) โรยเกลือป่น แล้วบีบให้น้ำมะนาวไหลลงคอ

3 แก้ไอ เคี้ยวลูกมะแว้งสด ๆ ห้าหกลูก กลืนแต่ส่วนน้ำ จนหมดขม (ขับเสมหะ) กากบ้วนทิ้ง

4 ปวดศีรษะ ฝานมะนาวเป็นซีกบาง ๆ (หนาประมาณ 6 มม.) เอาปูนกินกับหมาก(ปูนแดง) ละเลงบนด้านหน้า (ด้านที่ฝาน) บาง ๆ กดให้ดูดติดขมับข้างที่ปวด ปล่อยไว้จนหายปวดหรือมะนาวแห้งหลุดออกเอง ถ้ายังไม่หาย ทำซ้ำ

5 กันและแก้ปากเหม็น เคี้ยวกานพลูสองสามดอกจนหมดรสเผ็ด ทำซ้ำบ่อย ๆ

6 กันและแก้ปากเหม็น เอาเกลือเม็ดหรือเกลือป่น (ประมาณ 1 ช้อนกาแฟพูน ๆ) อมไว้ห้าหกนาที จึงบ้วนทิ้ง ทำวันละหนึ่งหรือสองครั้ง (ตื่นนอนและก่อนเข้านอน) ช่วยรักษาฟันและเหงือก

7 ปวดฟัน เหงือกเป็นหนอง อมเกลือ ถ้าฟันเป็นรู พยายามเอาเกลือป่นใส่ในรูฟัน (ตอนแรกปวด แล้วหาย)

8 ท้องผูก (ไม่มีอาการปวดท้องร่วม) สมอไท (ซื้อจากร้านขายยา 1 บาท ได้ประมาณ 20 ผล) ใช้ 5-6 ผล ต้มกับน้ำประมาณ 1 แก้ว ให้เดือดพล่าน ประมาณ 15 นาที เทเอาแต่น้ำใส่ถ้วย เติมเกลือป่นประมาณ 1 ช้อนชา ละลายแล้วดื่มให้หมด มักถ่ายภายในสองชั่วโมง ไม่ไซ้ท้อง

9 มดหรือแมลงกัดหรือต่อย หัวหอมไทย (ที่ใช้ในครัว) หนึ่งกลีบ หรือหนึ่งหัว ผ่าเป็นสองซีก เอาด้านผ่าถูที่แผลพร้อมกับบีบให้น้ำหัวหอมออกมาด้วย หายปวดและไม่บวม

10 หัวโน (เด็กหกล้ม หรือกระแทก) ดินสอพองหนึ่งชิ้น (เล็กใหญ่ตามขนาดของก้อนโน) บี้ให้ละเอียด บีบน้ำมะนาวใส่ลงไปให้เป็น “แป้งเปียก” ละเลงให้ทั่วก้อนโน (ห้ามคลึงหรือกด) และรอบด้วย พอแห้งจะรัดตึงช่วยให้หายปวด และส่วนโนยุบเร็ว

11 เป็นลมวิงเวียน ดมผิวมะกรูด (ดมทั้งลูก หรือฝานเอาเฉพาะผิวมาดมก็ได้)
12 เป็นลมวิงเวียน เพลียหน้ามืด ให้นอน บี้พิมเสนเป็นผงละเอียด ทาที่ปากช่องจมูก (ริมฝีปาก) ให้สูดเข้าไป ส่วนหนึ่งทาถูที่หัวคิ้วและหน้าผาก

13 ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ ขิงแก่ (ซื้อจากร้านขายยา) ฝานเป็นแว่นบาง ๆ 5-6 แว่น ต้มกับน้ำประมาณ 1 แก้ว พอเดือดยกลง ดื่มน้ำ (ใส่น้ำตาลเล็กน้อยได้ อย่ามาก)

14 น้ำร้อนลวก น้ำมันมะพร้าว ชุบผ้าปิด

15 น้ำร้อนลวก น้ำมันมะพร้าวผสมกับน้ำปูนใส (ถ้ามีปูนกินกับหมาก) ตีให้เข้ากันเป็นสีขาวทา

16 น้ำร้อนลวก น้ำปลาชุบผ้าปิด

17 ยาสีฟัน เกลือป่น

18 ยาสีฟัน ถ่านไม้บดละเอียด (ผสมเกลือด้วยก็ได้)

19 ยาสีฟัน ลิ้นทะเล (ซื้อจากร้านขายยา) ตำละเอียด (ผสมเกลือด้วยยิ่งดี)

20 เครื่องสีฟัน ชานอ้อย (สด หรือตากแห้งเก็บไว้)

21 ไม้สีฟัน กิ่งไม้ข่อย (มีขึ้นอยู่ตามริมรั้วในสวน ฯลฯ) ตัดเป็นท่อนยาวพอเหมาะ ทุบปลายให้แตกเป็นฝอย ตากแห้ง ใช้สีฟัน (เวลาสี เคี้ยวไม้ไปด้วยได้ตัวยาออกมาจากไม้เพิ่มประโยชน์)

22 ขัดเคล็ด ฟกช้ำ ไพลสด ฝนกับเหล้าโรง (28 ดีกรี) ในฝาละมี เป็นน้ำข้น ๆ ทาถูนวดบริเวณที่เคล็ด

23 แผลเปื่อย ไพล (ล้างสะอาด) ตำละเอียด ผสมเกลือป่นให้เข้ากันดี พอกที่แผล

24 ลมพิษ ผื่นคัน ใบพลู (กินกับหมาก) บดกับเหล้าโรงทา (แก้คัน)

25 ลมพิษ เปลือกส้มโอ (ทั้งผิว) หั่นเป็นชิ้น ขนาดประมาณนิ้วมือ ต้มกับน้ำพอเดือดปล่อยให้เย็น เอามาราดหรืออาบ

26 ผื่นคัน ขมิ้นผง (สีเหลือง ซื้อได้จากร้านขายยา) ทาให้ทั่วบริเวณ

27 หิด 
1. กำมะถันเหลือง แช่น้ำมันหมู เอาส่วนน้ำมันทา หรือ
2. ป่นกำมะถันให้ละเอียด เอากล้วยจิ้มกินก็ได้

28 อ่อนเพลีย 
1. ให้กินน้ำผึ้ง 1 หรือ 2 ช้อนคาว 
2 .ให้ดื่มน้ำอ้อยสด 1 ถ้วย 
3. ให้ดื่มน้ำขิงใส่น้ำตาล หรือ
4. ให้กินน้ำตาลงบ (น้ำอ้อยงบ) หรือน้ำตาลปึก (น้ำตาลมะพร้าว) กับน้ำ หรือน้ำชา

29 ท้องเดิน 
1. (ถ้าไม่มียาอื่น) ให้ดื่มน้ำชาจีนชงแก่มากๆ หรือ
2. หัวขมิ้นชันตำละเอียด คั้นเอาแต่น้ำกิน

30 ปากเปื่อย เป็นแผล อมน้ำละลายเกลือกับน้ำชาจีนชงแก่ๆ สลับกัน

31 ตัวจี๊ด (ยากิน) เอาลูกกระเจี๊ยบมอญหั่นเป็นชิ้นๆ ต้มกับน้ำ กินทั้งน้ำทั้งเนื้อ

32 ตัวจี๊ด (ยาทา) เอาเมล็ดน้อยหน่าตำจนเป็นผงละเอียดเตรียมไว้ เอ สารส้มใส่ในฝาละมี หรือหม้อตาลตั้งบนไฟถ่าน จนสารส้มละลาย เอาผงเมล็ดน้อยหน่าผสมลงไปทีละน้อยๆ พร้อมทั้งคนให้ทั่ว รีบเอาขึ้นจากไฟก่อนที่ผงเมล็ดน้อยหน่าจะไหม้ ปล่อยให้เย็นลงจนถึงอุ่นๆ เอายาทาส่วนที่บวมก่อนที่จะเย็นแข็ง จะทาอีกก็ต้องทำให้ละลายก่อนทุกครั้ง ระวังอย่าให้ร้อนจนพอง (ตำรับของ น.ส.สาลี จันทนิยมานนท์) 

33 ท้องผูก ดอกชุมเห็ดเทศ ต้มกะทิ จิ้มน้ำพริก (กิน 2-3 ช่อจึงระบาย)

34 หอบหืด ใบลำโพง หั่นเป็นฝอย ตากแห้ง มวนเป็นบุหรี่มวนเล็ก ๆ ด้วยกระดาษ หรือใบจาก สูบขณะหืดจับ (สูบแล้ว สูดให้ควันเข้าไปในปอดสองสามครั้งพอ) สูบเฉพาะเวลาหืดจับ สูบบ่อย ๆ อาจจะติด

35 ขัดเบา ให้กินไส้สับปะรด (กินเนื้อด้วยก็ได้) ดื่มน้ำบ่อย ๆ 

36 ท้องเสีย ธาตุเสีย อาหารไม่ย่อย กระเทียมสด 6-7 กลีบ ปอกเปลือกหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ กลืนกินทั้งหมด หลังอาหารทุกครั้ง ทำติดต่ออยู่สองสามวัน

37 กลากเกลื้อน 
1. ใบชุมเห็ดเทศสด ๆ ตำจนแหลก ใช้พอกหรือเอาส่วนน้ำทา 
2. ข่า ฝานเป็นแว่น แช่เหล้าโรง ใช้น้ำทา

38 ท้องผูก มะขามเปียกแกะเอาแต่เนื้อ ปั้นก้อนโตประมาณหัวแม่มือ คลุกกับเกลือป่น แบ่งเป็นสองสามลูก กลืนกินกับน้ำ

39 ยาสระผม
1. มะกรูดผ่าซีก เอาด้านตัดถูที่ผมและศีรษะ
2. ลูกประคำดีควาย (ซื้อจากร้านขายยา) 5-6 ลูก ใส่ในน้ำอุ่นประมาณ 1 ถ้วยแก้ว บี้ให้เนื้อหลุดออกมาให้หมด เอาเมล็ดออก แล้วใช้ช้อนตีให้แหลกละเอียด ใช้น้ำทั้งหมดนั้นสระผม

40 เคล็ดขัดยอก
1. ไพล โขลกให้ละเอียด (ไม่ต้องใส่น้ำ) คั้นเอาแต่น้ำ ผสมกับน้ำมันงาเท่าตัว (หรือน้ำมันมะพร้าว) เคี่ยวจนส่วนน้ำมันระเหยหมด ทิ้งให้เย็น ใช้ทาถูนวดวันละสองสามครั้ง หรือ
2. ว่านนางคำ ใช้อย่างเดียวกับไพล

41 ช้ำใน (หกล้มหรือกระแทก) ใบบัวบก 1 กำมือ ตำสด ๆ จนละเอียด คั้นเอาแต่น้ำ ดื่มวันละสองสามครั้ง (อาจเติมเกลือหรือน้ำตาลปรุงรสก็ได้ แต่ห้ามต้ม)

42 ช้ำใน (ถูกชกต่อย หกล้ม ตกจากที่สูง) ดีหมี (หรือดีงู ดีจระเข้ ซื้อได้จากร้านขายยา) ก้อนเท่าหัวไม้ขีดไฟ ละลายกับเหล้าโรงประมาณ 1 ช้อนคาวให้กิน

43 นอนไม่หลับ ให้กินแกงขี้เหล็ก (ใบขี้เหล็กมีฤทธิ์ระงับประสาท)

44 .แผลมีดบาด
บีบให้เลือดออกจนหยุด ฝานกระเทียมสดเป็นชิ้นบาง ๆ ปิดบนแผล แล้วเอาผ้าสะอาดพันไว้ 

45 .ลักปิดลักเปิด (เลือดออกตามไรฟัน)
ให้กินมะขามป้อมสด ครั้งละสามสี่ลูก วันละสามสี่มื้อ (มะขามป้อมมีตามินซีมาก) 

46. ท้องเสีย ธาตุพิการ
เปลือกมะตูม (ซื้อตามร้านขายยา) ต้มกับน้ำดื่มต่างน้ำ (ใส่น้ำตาลเล็กน้อยก็ได้) ดื่มมาก ๆ ทำให้ท้องผูก

47. เด็กท้องอืด
มหาหิงคุ์ (ซื้อจากร้านขายยา) ฝนกับน้ำ ทาหน้าท้อง แล้วเอาผ้าปิดไว้ (ห้ามกิน)

48. ร้อนใน กระหายน้ำ 
เหง้าบัวหลวง (ซื้อจากร้านขายยา) ฝานบาง ๆ ต้มกับน้ำ (เติมน้ำตาล) กินทั้งน้ำทั้งเนื้อ

49. ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ
เอาเปลือกอบเชย (ซื้อจากร้านขายยาหรือร้านชำ) ตำให้ละเอียดพอควร แช่เหล้าโรงทิ้งไว้ รินเอาแต่ส่วนน้ำ กินหลังอาหารครั้งละ 1-2 ช้อนชา 

“ยากลางบ้าน” ทั้ง 49 ขนานนี้ได้คัดมาแต่เฉพาะที่เคยใช้ได้ผลมาแล้ว หากท่านผู้อ่านท่านใดมีตำรับยาอื่นที่เคยใช้ได้ผล กรุณาติดต่อกับผู้เขียนได้ที่ภาควิชาเภสัชวิทยา โรงพยาบาลศิริราช เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องยาไทย และเพื่อเผยแพร่ให้กว้างขวางยิ่งขึ้นต่อไป คุณความดีของบทความนี้ ขอมอบเป็นเครื่องบูชาคุณแด่ ท่านศาสตราจารย์นายแพทย์อวย เกตุสิงห์ ปรมาจารย์ทางเภสัชวิทยาของผู้เขียน ทั้งในแง่ยาไทยและยาแผนปัจจุบัน
(มูลนิธิหมอชาวบ้าน)

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.หน่อย (panita_scc-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-03-02 02:35:33 IP : 223.204.204.53



1


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล *
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2011 All Rights Reserved.