ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > พระคาถาต่างๆ

พระคาถาต่างๆ


 คาถาบูชาฤาษีนารอด

 
 
 
บทสวดบูชาพระฤาษีหรือเศียรพ่อแก่
 
ตั้งนะโม ๓ จบ
 
     พุทธวันทิตวา  ข้าพเจ้าขออาราธนาบารมีคุณพระพุทธคุณนัง ธรรมคุณนัง สังฆคุณนัง วันทิตวา ข้าพเจ้าขออาราธนา บารมีคุณ พระสังฆคุณนัง อีกทั้งคุณพระบิดามารดา พระอนุธรรมวาจา อุปปัชฌาย์ ครูอาจารย์ อีกทั้งพระฤาษีมหาพรหมเมศ พระฤาษีเนตร พระฤาษีมุชิตวา พระฤาษีสมุหวัน ทั้ง พระเพชรฉลูกัน และนักสิทวิทยาอีกทั้งพระคงคม พระเพลิง พระพาย พระธรนี พระอิศวร ผู้เป็นเจ้าฟ้าขออัญเชิญเสด็จลงมาประสิทธิพระพรชัย ให้แก่พวกข้าพเจ้าในเวลาวันนี้ข้าพเจ้าขออัญเชิญเทพยดาเจ้าทั้งหลาย ทั่วพื้นปฐพี พระฤาษี ๑๐๘ ตน
 
     บันดาลด้วยสรรพวิทยา พระครูยา พระครูเฒ่า พระครูภักและอักษรสถาพร เป็นกรรมสิทธิให้แก่พวกข้าพเจ้าในเวลาบัดนี้เถิด
 
คาถาบูชาฤาษีนารอด ( พ่อแก่ )
 
 
     โอมคุรุ  เท  วะ  นะมามิฤาษี ๑๐๘  ศรี  ศรี  ศอ  อิ  สะ  รุ  สระณะ ฤ  ฤา  ฤ  ฤา  ชิตัง  มุนินทะ  วาลัง พะละมุตตะมัง  นะอะระหังฯ
 
คาถาบูชาพ่อแก่
 
(ฉบับของหลวงพ่อประเทือง วัดด่านเจริญชัย)
 
ตั้งนะโม ๓ จบ
 
     โอม ฦ ฦา ฤ ฤา นะมะ พะทะ จะภะ ทะสะ นะโม พุทธายะ
 
(๓ จบ)
 
คาถาบูชาเศียรพ่อแก่หรือพ่อปู่
 
ข้าขอยอกรอัญชุลี               ไหว้ฤาษีทั้ง ๑๐๘ ตน
 
ทั่วพื้นปฐพีดล บันดาลดล     สรรพสิทธิและวิทยา
 
ให้นะฤาโมลั่นพุทธสนั่น        ทั่วโลกาธาชื่นชมภิรมย์หรรษา
 
ยะบังเกิด เป็นนะเมตตา        มหานิยม ฤ ฤา คุรุ เทวา วันธา มะภันเตฯ
 
 
 
โดย อ.ฉกาจ กฤตภาสกฤษฎี
 


ผู้ตั้งกระทู้ อาจารย์อุ๊ (au_karawek-at-yahoo-dot-co-dot-th) :: วันที่ลงประกาศ 2013-01-25 17:13:14 IP : 58.11.45.8


1

ความเห็นที่ 1 (3397117)

 คาถาขอขมาครู

 
จากตําราของหลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่า
 
     โยโทโส  โมหะจิเตนะ  อาจาริยัสมิง  ปะกะโตมะยา  ขะมะขะเม  กะตังโทสัง  สัพพะปามัง  วินาสสันติ  อะตีตังโทสัง  ปัจจุบันทังโทสัง  อะนาคาตังโทสัง  กายกิริยากัมมัง  วะจีกัมมัง  ผัสสะวัตถุ  วัตถาโทสัง  อนุเสสะโทสัง  ภันเต  ขะมามี
 
 
 
ถ้าทําอะไรผิดครูแล้วจะดีขึ้น (สวด ๓ จบ )
ผู้แสดงความคิดเห็น อาจารย์อุ๊ (au_karawek-at-yahoo-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2013-01-25 20:54:46 IP : 58.11.42.213


ความเห็นที่ 2 (3397118)

 คาถาศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ..........

 

 
     ผู้ที่นําไปใช้หากท่านมีจิตเป็นกุศล นั่งสมาธิบ้างหรือประจํา สามารถเอาชนะอุปสรรค์ได้ทั้งปวง
 
     (ความดีจากการให้ธรรมทานนี้ ขอถวายให้กับปู่ฤาษี ๑๐๘ พระองค์  ครูอาจารย์  พระครูพักลักจํา  เทวดา พระอัญญาโกณฑัญญะ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์  ทั้งหมดเลย)
 
 
            พระคาถาชินปัญชร
ก่อนที่จะเจริญภาวนาให้ตั้งนะโม ๓ จบ  แล้วระลึกถึงและบูชาเจ้าประคุณสมเด็จด้วยคำว่า
ปุตตะกาโมละเภปุตตัง  ธะนะกาโมละเภธะนัง
อัตถิกาเยกายะญายะ   เทวานังปิยะตังสุตตะวา
อิติปิโสภะคะวา    ยะมะราชาโนท้าวเวสสุวัณโน มรณังสุขัง อะระหังสุคะโต นะโมพุทธายะ                          
 
๑ ชะยาสะนาคะตา  พุทธา  เชตะวา  มารัง  สะวาหะนัง
 
จะตุสัจจาสะภัง  ระสัง  เย  ปิวิงสุ  นะราสะภา        
 
๒ ตัณหังกะราทะโย  พุทธา  อัฏฐะวีสะติ  นายะกา
สัพเพ  ปะติฏฐิตา  มัยหัง  มัตถะเก  เต  มุนิสสะรา      
 
๓ สีเส  ปะติฏฐิโต  มัยหัง  พุทโธ  ธัมโม  ทะวิโลจะเน                                                                                                                         สังโฆ  ปะติฏฐิโต  มัยหัง         อุเร  สัพพะ  คุณากะโร                
 
๔ หะทะเย  เม  อะนุทรุทโธ  สารีปุตโต  จะ  ทักขิเณ  
โกณฑัญโญ  ปิฏฐิภาคัสมิง โมคคัลลาโน  จะ  วามะเก           
 
๕ ทักขิเณ  สะวะเน  มัยหัง  อาสุง  อานันทะราหุลา
กัสสะโป  จะ  มะหานาโม  อุภาสุง  วามะโสตะเก          
 
๖ เกสันเต  ปิฏฐิภาคัสมิง  สุริโย  วะ  ปะภังกะโร
นิสินโน  สิริสัมปันโน  โสภิโต  มุนิ  ปุงคะโว          
 
๗ กุมาระกัสสะโป  เถโร  มะเหสี  จิตตะวาทะโก
โส  มัยหัง  วะทะเน  นิจจัง ปะติฏฐาสิ  คุณากะโร         
 
๘ ปุณโณ  อังคุลิมาโล  จะ  อุปาลี  นันทะ  สีวะลี
เถรา  ปัญจะ  อิเมชาตา  นะลาเต  ติละกา  มะมะ       
 
๙ เสสาสีติ  มะหาเถรา   วิชิตา  ชินะสาวะกา
เอตาสีติ    มะหาเถรา   ชิตะวันโต  ชิโนระสา  
ชะลันตา  สีละเตเชนะ  อังคะมังเคสุ  สัณฐิตา        
 
๑๐ ระตะนัง  ปุระโต  อาสิ  ทักขิเณ  เมตตะสุตตะกัง
ธะชัคคัง  ปัจฉะโต  อาสิ  วาเม  อังคุลิมาละกัง          
 
๑๑ ขันธะโมระปะริตตัญจะ  อาฏานาฏิยะ  สุตตะ  กัง
อากาเส  ฉะทะนัง  อาสิ  เสสา  ปาการะสัณฐิตา
๑๒ ชินาณา  วะระสัง  ยุตตา  สัตตะปาการะลังกะตา                                              
วาตะปิตตา  ทิสัญชาตา  พาหิรัช  ฌัตตุปัททะวา    
 
๑๓ อะเสสา  วินะยัง  ยันตุ  อะนันตะชินะเตชะสา
วะสะโต  เม  สะกิจเจนะ  สะทา  สัมพุทธะ  ปัญชะเร
 
๑๔ ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ  วิหะรันตัง  มะฮีตะเล
สะทาปาเลนตุ  มัง  สัพเพ  เต  มะหาปุริสาสะภา        
 
๑๕ อิจเจวะมันโต    สุคุตโต  สุรักโข
ชินานุภาเวนะ    ชิตูปัททะโว
ธัมมานุภาเวนะ     ชิตาริสังโฆ
สังฆานุภาเวนะ    ชิตันตะราโย
สัทธัมมานุภาวะปาลิโต  จะรามิ  ชินะปัญชะเรติฯ
 
( ชินะปัญชะระคาถา  นิฏฐิตา ) 
 
 
            พระคาถาโสฬสมหามงคล
โสฬะสะมังคะคัญเจวะ  นะวะโสกุตตะระธัมมา  จัตตาโรจะ  มหาทีปา  ปัญจะพุทธามหามุนี  เตปิฏะกาธัมมะขันธา  ฉะกามาวะ  จะราเทวา  ปัญจะ  ทะสะพะเวตัพพัง  ทะสะมังสีละเมเจวะ  เตระสะธุตังคานิ  ปาฏิหาริยัญจะ  เทวาทะสะ  เอกะเมรุสุธาอัฏฐะ  เทวะจันโธสุริโย  ตะถาสัตตา  สัมโพชฌังคาเจวะ  จะตุทะสะจักกะวัตติจะ  เอการะสะวิสะ  นุราชา  สัพเพเทวามัง  ปาละยันตุ
           
 
            คาถาบูชาเงิน
อิติบูชา  จะ  มหาราชา  สัพพะสิเน่หา  อะระหังสัมมาสัมพุทโธ  มามา  ยาตรายามดี  วันชัยบายศรี  สวัสดีลาโภ  นะโมพุทธายะ
คาถาขอลาภ (หัวใจเศรษฐี)
นะชาลีติ  อุอากะสะ  ทะนังมามา  ชัยชนะ  ไชยะ  ไชยะ  ประสิทธิลาภา  มะหาลาภัง  ภะวันตุเม
 
 
          คาถาบูชาพระแม่โพสพ
โพสะวะโภชะนัง  อุตตะมะลาภัง  มัยหัง  สัพพะสิทธิหิตัง  โหตุ
คาถาบูชาพระกาฬ
โอม  ทักขิณทิส  ยมเทวตา  สหคณปริวารา  อาคัจฉันตุ  ปริภุญชันตุ  สวาสหาย
โอม  สัพพอุปาทว  สัพพทุกข์  สัพพโศก  สัพพโรค  (สัพพภัย,สัพพเคราะห์เสนียดจัญไร)  วินาสาย  สัพพศัตรู  ปมุจจติฯ
โอม.....ยมเทวตา  สทารักขันตุ  สวาห  สวาห  สวาหายฯ
พระคาถาธรณีสาร
โองการพินธุนาถัง  อุปปันนัง  พรหมา  สหปติ  นามะ  อาทิกัปเป  สุอาคะโต  ปัญจะ  ปะทุมัง ทิสวา นะโมพุทธายะ วันทะยังฯ
สิโรเม  พุทธะเทวัญจะ  นะลาเต  พรหมะเทวตา  หะทะยัง  นารายณ์กัญเจวะ  ทะเวหัตเถ  จะปะระเม  สุราปาเท  วิษณุกัญเจวะ  สัพพะกัมมา  ประสิทธิเมฯ
สัพพะพุทธานุภาเวนะ  สัพพะธัมมานุเวนะ สัพพะสังฆานุภาเวนะ  สัพพะโสตถีภะวันตุเมฯ
สิทธิกิจจัง  สิทธิกัมมัง  สิทธิสังฆัง  สิทธิการิยะ  ตะถาคะโต  สิทธิเตโช  จะโยนิจจัง  สิทธิลาโภ  นิรันตะรัง  สิทธิกัมมัง  ประสิทธิเมฯ
( ถ้าจะเล่าเรียนเวทย์มนต์คาถาอันใด ๆ ก็ดีให้เสกน้ำมนต์อาบเสียก่อน  เป่าเสนียดจัญไรทั้งหลายดีนักแล )
 
          พระคาถาถอนโบสถ์ถอนเสมา
สะมุหะเนยยะ  สะมุหะนะติ  สะมุหะคะโต  สีมาคะตัง  พัทธะเสมายัง  สะมุหะนิตัพโพ  เอวัง  เอหิ ฯ
นะเคลื่อน  โมถอน  พุทคอน  ธาเคลื่อน  ยะเลื่อนหลุดหาย
( พระคาถาบทนี้  ให้ใช้เสกน้ำมนต์อาบกินแก้  กระทำย่ำยีทุกชนิด  ทั้งคุณผีและคุณคน  แก้คุณยาแฝด  แก้ลมเพลมพัด  ฝังรูปฝังรอย  ใช้เสกแห้งพอกถอนคุณออกสิ้น  ถอนแก้กระทำได้ทุกประการ  จะถอนหรือจะเรียกเข้าไข่  หรือใส่ใบบอนได้ทั้งสิ้น  เสกไพลฝนทา  แก้ปวดบวมได้สารพัด  พระคาถานี้สุดแล้วแต่จะใช้ในการถอนแก้ทั้งปวงแล ฯ )
 
 
          ขอขมาครู (สวด ๓ จบ)
โยโทโส  โมหะจิเตนะ  อาจาริยัสมิง  ปะกะโตมะยา  ขะมะขะเม  กะตังโทสัง  สัพพะปามัง  วินาสสันติ  อะตีตังโทสัง  ปัจจุบันทังโทสัง  อะนาคาตังโทสัง  กายกิริยากัมมัง  วะจีกัมมัง  ผัสสะวัตถุ  วัตถาโทสัง  อนุเสสะโทสัง  ภันเต  ขะมามี
 
(ถ้าทำอะไรผิดครูแล้วจะดีขึ้น)
 
 
 
          คาถาบูชาฤาษีนารอด
โอมคุรุ  เท  วะ  นะมามิฤาษี ๑๐๘  ศรี  ศรี  ศอ  อิ  สะ  รุ  สระณะ  ฤ  ฤา  ฤ  ฤา  ชิตัง  มุนินทะ  วาลัง พะละมุตตะมัง  นะอะระหังฯ
 
 
 
อภินันทนาการ โดย อ.ฉกาจ กฤตภาสกฤษฎี 
 
 
          
ผู้แสดงความคิดเห็น อาจารย์อุ๊ (au_karawek-at-yahoo-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2013-01-25 20:56:56 IP : 58.11.42.213


ความเห็นที่ 3 (3397119)
อิติปิโส 8 ทิศ
 
 
     ข้าพเจ้าขอถวายความดีทั้งหมดนี้ให้กับ ครู อาจารย์ สมเด็จลุนแห่งนครจําปาศักดิ์ เทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหมดเลย ผู้ที่นําไปใช้ให้ตั้งจิตนึกถึงสมเด็จลุน แห่งนครจําปาศักดิ์ก่อน
 
ถอดมาจากอิติปิโสธงชัย (ของสมเด็จลุนแห่งนครจําปาศักดิ์)
ใช้แก้พระเคราะห์เสวยอายุ เช่น (พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก) ใช้ได้ผลนักแล
 
 

วันจันทร์ สวด ๑๕ จบ

อิ

ระ

ชา

คะ

ตะ

ระ

สา

วันอังคาร สวด ๘ จบ

ติ

หัง

จะ

โต

โร

ถิ

นัง

วันพุธ สวด ๑๗ จบ

ปิ

สัม

ระ

โล

ปุ

สัต

พุธ

วันเสาร์ สวด ๑๐ จบ

โส

มา

นะ

กะ

ริ

ถา

โธ

วันพฤหัส สวด ๑๙ จบ

ภะ

สัม

สัม

วิ

สะ

เท

ภะ

วันพุธกลางคืน สวด ๑๒ จบ

คะ

พุธ

ปัน

ทู

ธัม

วะ

คะ

วันศุกร์ สวด ๒๑ จบ

วา

โธ

โน

อะ

มะ

มะ

วา

วันอาทิตย์ สวด ๖ จบ

อะ

วิช

สุ

นุส

สา

นุต

ติ

 
ผู้แสดงความคิดเห็น อาจารย์อุ๊ (au_karawek-at-yahoo-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2013-01-25 21:01:13 IP : 58.11.42.213


ความเห็นที่ 4 (3397120)

 พระอิติปิโสรัตนมาลาพร้อมคำแปล

 
(นํา) หันทะ มะยัง อะนุสสะระณะ ปาฐะ คาถาโย ภะณา มะเส ฯ
 
     พระพุทธคุณ ๕๖
 
     อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนุสสานัง  พุทโธ ภะคะวาติ
 
อิ
อิฏโฐสัพพัญญุตะญานัง
อิฏฐังธัมมังอะนุปปัตโต
อิจฉันโตอาสะวักขะยัง
อิทธิมันตังนะมามิหัง
อิ
จงหมั่นภาวนา ป้องกันศาสตรา ห่อนต้องอินทรีย์
ทั้งให้แคล้วคลาด นิราศไพรี ศิริย่อมมี แก่ผู้ภาวนา
 
ติ
ติณโณโยวัฏฏะทุกขัมมา
ติสโสภูมีอะติกกันโต
ติณณังโลกานะมุตตะโม
ติณณังโอฆังนะมามิหัง
ติ
ถึงบทนี้ไซร้ หมั่นภาวนาไว้ กันภัยนานา
ภูตผีปีศาจ มิอาจเข้ามา ทั้งปอบทั้งห่า ไม่มาหลอกหลอน
 
ปิ
ปิโยเทวะ มะนุสสานัง
ปิโยนาคะสุปัณณานัง
ปิโยพรัหมานะมุตตะโม
ปิยินทรียังนะมามิหัง
ปิ
ภาวนานึก สติตรองตรึก อย่าทำร้อนใจ
สารพัดเมตตา อย่าได้อาวรณ์ ครูแต่เก่าก่อน เคยได้ใช้มา
เสกหมากรับประทาน เป็นที่เสน่หา แก่ชนทั้งหลาย
 
โส
โสกาวิระตะจิตโตโย
โสกัปปัตเตปะโมเทนโต
โสภะมาโนสะเทวะเก
โสภะวัณณังนะมามิหัง
โส
ภาวนาทุกวัน ตามกำลังวัน ป้องกันอันตราย
ทุกข์ภัยพิบัติ สารพัดเหล่าภัย ศัตรูทั้งหลาย แคล้วคลาดห่างไกล
 
ภะ
ภัชชิตาเยนะสัทธัมมา
ภะเยสัตเตปะหาเสนโต
ภัคคะปาเปนะตาทินา
ภะยะสันตังนะมามิหัง
ภะ
จงภาวนา กันโรคโรคา ไข้เจ็บทั้งหลาย
ศัตรูมุ่งมาตร มิอาจทำได้ พินาศยับไป ด้วยพระคาถา
 
คะ
คะมิโตเยนะสัทธัมโม
คัจฉะมาโนสิวังรัมมัง
คะมาปิโตสะเทวะกัง
คัมยะธัมมังนะมามิหัง
คะ
ถ้าหมั่นภาวนา โรคภัยโรคา ไม่มายายี
จะค่อยบรรเทา หากโรคเก่ามี มิช้ากายี สิ้นทุกข์สุขา
 
วา
วานานิกขะมิโยตัณหา
วานะนิพพาปะนัตถายะ
วาจังภาสะติอุตตะมัง
วายะมันตังนะมามิหัง
วา
บทนี้ดีล้ำ ภาวนาซ้ำซ้ำ ป้องกันศัตรู
เหล่าโจรอาธรรม์ พากันหนียู้ ไม่คิดต่อสู้ ออกได้หายไป
 
อะ
อะนัสสาสะกะสัตตานัง
อะนันตะคุณะสัมปันโน
อัสสาสังเทติโยชิโน
อันตะคามิงนะมามิหัง
อะ
ให้ภาวนา กันเสือช้างม้า ทำร้ายรบกวน
เป็นมหาจังงัง สิ้นทั้งขบวน จระเข้ประมวญ สัตว์ร้ายนานา
 
ระ
ระโตนิพพานะสัมปัตเต
รัมมาเปตีธะสัตเตโย
ระโตโสสัตตะโมจะเน
ระนะจาคังนะมามิหัง
ระ
ภาวนาไว้ คุณคนคุณไสย สารพัดพาลา
ใช้ป้องกันได้ มิให้เข้ามา ถูกต้องกายา พินาศสูญไป
 
หัง
หัญญะเตปาปะเกธัมเม
หังสะมานังมะหาวีรัง
หังสาเปติปะรังชะนัง
หันตะปาปังนะมามิหัง
หัง
ให้ภาวนา เมื่อเวลา เข้าสู่สงคราม
ข้าศึกศัตรู ใจหู่ครั่นคร้าม ไม่คิดพยาบาท ทำร้ายเราแล
 
สัม
สังขะตาสังขะเตธัมเม
สังสารังสังวิฆาเฏติ
สัมมาเทเสสิปาณินัง
สะสัมพุทธังนะมามิหัง
สัม
ภาวนาตรึก ช่างดีพิลึก ท่านในรำพรรณ
เมื่อจะเข้าสู้ เหล่าศัตรูสรรพ์ หมดสิ้นด้วยกัน พ่ายแพ้ฤทธี
 
มา
มาตาวะปาลิโตสัตเต
มานิโตเทวะสังเฆหิ
มานะถัทเธปะมัททิโน
มานะฆาฏังนะมามิหัง
มา
ภาวนาไว้ ถ้าหมั่นเสกใช้ ทุกวันยิ่งดี 
แก้คนใจแข็ง มานะแรง มีใจอ่อนทันที ไม่มีเย่อหยิ่ง
 
สัม
สัญจะยังปาระมิงสัมมา
สังขารานังขะยังกัต๎วา
สัญจิต๎วาสุขะมัตตะโน
สันตะคามิงนะมามิหัง
สัม
สำหรับบทนี้ ตำรับกล่าวชี้ ว่าดีจริง
สำหรับเสกยา ปัญญาดียิ่ง สุดจะหาสิ่ง ใดมาเปรียบปาน
 
พุท
พุชฌิต๎วาจะตุสัจจานิ
พุชฌาเปนตังสิวังมัคคัง
พุชฌาเปติมะหาชะนัง
พุทธะเสฏฐังนะมามิหัง
พุท
ภาวนาไป เสนียดจัญไร มิได้พ้องพาน
อุปสรรคไรๆ ก็ไม่พะพาน แสนจะสำราญ ให้หมั่นภาวนา
 
โธ
โธติราเคจะโทเสจะ
โธตาสะวังมะหาวีรัง
โธติโมเหจะปาณินัง
โธตะเก๎ลสังนะมามิหัง
โธ
ภาวนาไว้ กันเสือช้างได้ ทั้งสุขหนา
ใช้ป้องกันบ้าง สัตว์ร้ายนานา ไม่อาจเข้ามา ยายีบีฑา
 
วิช
วิวิจเจวะอะสัมธัมมา
วิเวเกฐิตะจิตโตโย
วิจิต๎วาธัมมะเทสะนัง
วิทิตันตังนะมามิหัง
วิช
สำหรับบทนี้ คุณาย่อมมี อติเรกนานา
กันพวกศัตรู เหล่าหมู่พาลา ไม่อาจเข้ามา หลบหน้าหนีไป
 
ชา
ชาติธัมโมชะราธัมโม
ชาติเสฏเฐนะพุทเธนะ
ชาติอันโตปะกาสิโต
ชาติโมกขังนะมามิหัง
ชา
ภาวนาไว้ คุณไสยอนันต์ ทำมามิได้ 
จงหมั่นภาวนา อย่าได้สงสัย อาจารย์กล่าวไว้ ดังได้อ้างมา
 
จะ
จะยะเตปุญญะสัมภาเร
จะชันตังปาปะกัมมานิ
จะเยติสุขะสัมปะทัง
จะชาเปนตังนะมามิหัง
จะ
บทนี้ดีล้น เสกทำน้ำมนต์ รดเกล้ากายา 
เสกมะกรูดส้มป่อย ถ้อยความมีมา ใช้สระเกษา ถ้อยความสูญไป
 
ระ
ระมิตังเยนะนิพพานัง
ระชะโทสา ทิเก๎ลเสหิ
รักขิตังโลกะสัมปะทัง
ระหิตังตังนะมามิหัง
ระ
ภาวนา ศัตรูอาธรรพ์ สรรพโรคภัย 
กันได้หลายอย่าง ทั้งเสนียดจัญไร ภาวนาไว้ อย่าได้กังขา
 
ณะ
นะมิโตเยวะพรัหมเมหิ
นะทันโตสีหะนาทังโย
นะระเทเวหิสัพพะทา
นะทันตังตังนะมามิหัง
ณะ
บทนี้เป็นเอก มีคุณเอนก สุดจะพรรณนา 
ระงับดับโศก กันโรคผีห่า อันจะมาคร่า ชนมายุไซร้
 
สัม
สังธาเรติวิเธโลเก
สัมมานิพพานะสัมปัตโต
สัญชานาติอะนิจจะโต
สัมปัสสันตังนะมามิหัง
สัม
สำหรับบทนี้ ท่านอาจารย์ แนะนำกล่าวไว้ 
ใช้เป็นเสน่ห์ สมคะเนดังใจ อย่าได้สงสัย ดียิ่งนักหนา
 
ปัน
ปักกะเตโพธิสัมภาเร
ปัญญายะอะสะโมโหติ
ปะสัฏโฐโสสะเทวะเก
ปะสันนังตังนะมามิหัง
ปัน
บทนี้สามารถ กันภูตปีศาจ ไม่อาจเข้ามา 
หลอกหลอนเราได้ ท่านให้ภาวนา จงได้อุตส่าห์ ท่องให้ขึ้นใจ
 
โน
โนเทตินิระยังคันตุง
โนสะโมอัตถิปัญญายะ
โนจะปาปังอะการะยิ
โนนะธัมมังนะมามิหัง
โน
บทนี้ภาวนา ป้องกันฟ้าผ่า และช้างม้าภัย 
มีจิตจำนง ประสงค์สิ่งใด ลงของก็ได้ ใช้ตามปรารถนา
 
สุ
สุนทะโรวะระรูเปนะ
สุสุททะสังทิสาเปติ
สุสสะโรธัมมะภาสะเน
สุคะตันตังนะมามิหัง
สุ
ภาวนากันคุณว่านยา อันเขากระทำมา 
ทั้งอาวุธ และเครื่องศาสตรา แม้ถูกกายา ก็มิเป็นไร
 
คะ
คัจฉันโตโลกิยังธัมมัง
คะโตโสสัตตะโมเจตุง
คัจฉันโตอะมะตังปะทัง
คะตัญญาณังนะมามิหัง
คะ
ทำน้ำมนต์ บริกรรมพร่ำบ่น อย่าได้เมามัว 
ประพรมสินค้า จงอย่ายิ้มหัว กำไรเกินตัว อย่ากลัวขาดทุน
 
โต
โตเสนโตวะระธัมเมนะ
โตสังอะกาสิชันตูนัง
โตสัฏฐาเนสิเววะเร
โตละจิตตังนะมามิหัง
โต
ภาวนาเสก มีคุณอย่างเอก เข้าหาเจ้าขุน 
มูลนายเจ้าพระยา เมตตาอุดหนุน โปรดปรานการุณ เพราะคุณคาถา
 
โล
โลเภชะหะติสัมพุทโธ
โลเภสัตเตชะหาเปติ
โลกะเสฏโฐคุณากะโร
โลภะสันตังนะมามิหัง
โล
ภาวนาเป่า ศัตรูทุกเหล่า แม้กริ้วโกรธา 
แต่พอได้เห็น เอ็นดูเมตตา ปราณีนักหนา ดุจญาติของตน
 
กะ
กันโตโยสัพพะสัตตานัง
กะเถนโตมะธุรังธัมมัง
กัต๎วาทุกขักขะยังชิโน
กะถาสัณหังนะมามิหัง
กะ
เอาข้าวสารมา แล้วภาวนา เสกให้หลายหน 
เสร็จแล้วซัดไป ไล่ผีบัดดล หนีไปไกลพ้น ไม่มาราวี
 
วิ
วินะยังโยปะกาเสติ
วิเสสัญญาณะสัมปันโน
วิทธังเสต๎วาตะโยภะเว
วิปปะสันนังนะมามิหัง
วิ
เสกขมิ้นและว่าน เสกข้าวรับประทาน อยู่คงอย่างดี 
อีกอย่างหนึ่งไซร้ ไล่ขับผี ภูติพรายไม่มี สิงสู่กายา
 
ทู
ทูเสสัตเตปะหาเสนโต
ทูรังนิพพานะมาคัมมะ
ทูรัฏฐานังปะกาเสติ
ทูสะหานังนะมามิหัง
ทู
ภาวนาบทนี้ เมตตาปราณี ไม่มีโทสา 
หญิงชายทั้งหลาย รักใคร่หนักหนา ห่างไกลภัยยา สิ้นทุกข์สดใส
 
อะ
อันตังชาติชาราทีนัง
อะเนกุสสาหะจิตเตนะ
อะกาสิทีปะทุตตะโม
อัสสาเสนตังนะมามิหัง
อะ
จงได้ตรองตรึก หมั่นพินิจนึก ภาวนาไป 
เห็นหน้า เมตตารักใคร่ ภาวนาไว้ เป็นศุภมงคล
 
นุต
นุเทติราคะจิตตานิ
นุนะอัตถังมะนุสสานัง
นุทาเปติปะรังชะนัง
นุสาสันตังนะมามิหัง
นุต
บทนี้ดีเหลือ ให้ใช้ในเมื่อ ถึงคราวอับจน 
ป้องกันผู้ร้าย โรคภัยเบียดตน พินาศ***ป่น ไม่ทันรบกวน
 
ตะ
ตะโนติกุสะลังธัมมัง
ตัณหายะวิจะรันตานัง
ตะโนติธัมมะเทสะนัง
ตัณหาฆาฏังนะมามิหัง
ตะ
ภาวนาเสก ปลุกตัวและเลข ว่านยาทั้งมวล 
อนึ่งใช้เสก เครื่องคลาดก็ควร เมื่อรณศึกล้วน เป็นศิริมงคล
 
โร
โรเสนเตเนวะโกเปติ
โรคานังราคะอาทีนัง
โรเสเทวะนะภุชฌะติ
โรคะสันตังนะมามิหัง
โร
ภาวนาใช้เป็นไร จากด้าวถิ่นตน 
ทั้งใช้ปลุกเสก ซึ่งเครื่องคงทน อย่าได้ฉงน แก้กันสรรพภัย
 
ปุ
ปุณันตังอัตตะโนปาปัง
ปุญญะวันตัสสะราชัสสะ
ปุเรนตังทะสะปาระมิง
ปุตตะภูตังนะมามิหัง
ปุ
บทนี้ศักดิ์สิทธิ์ ภาวนาดับพิษ สัตว์ร้ายทั้งหลาย 
ตะขาบแมลงป่อง หากต้องเหล็กใน จงภาวนาไว้ พิษห่างบางเบา
 
ริ
ริปุราคาทิภูตังวะ
ริตตังกัมมังนะกาเรตา
ริทธิยาปะฏิหัญญะติ
ริยะวังสังนะมามิหัง
ริ
บทนี้ภาวนา รุ่งเรืองเดชา อำนาจแก่เรา
ทั้งหญิงและชาย พอได้เห็นเรา ครั่นคร้ามไม่เบา เมื่อเข้าสมาคม
 
สะ
สัมปันโนวะระสีเลนะ
สะยัมภูญาณะสัมปันโน
สมาธิปะวะโรชิโน
สัณหะวาจังนะมามิหัง
สะ
ภาวนาทุกวัน หมู่เทพเทวัญ ชวนกันระดม
พิทักษ์รักษา เจตนารมณ์ มิให้ระทม เดือดเนื้อร้อนใจ
 
ทัน
ทันโตโยสะกะจิตตานิ
ทะทันโตอะมะตังเขมัง
ทะมิต๎วาปิสะเทวะกัง
ทันตินทริยังนะมามิหัง
ทัน
บทนี้ภาวนา สำหรับเสกผ้า โพกเศียรครรไร 
เจริญราศี สวัสดีมีชัย เสก ณ ที่ไซร้ แมลงรูปบัดดล
 
มะ
มะหุสสาเหนะสัมพุทโธ
มะหิตังนะระเทเวหิ
มะหันตังญาณะมาคะมิ
มะโนสุทธังนะมามิหัง
มะ
อาจารย์กล่าวไว้ ให้เสกดอกไม้ ทัดหูของตน 
มีสง่าราศี สวัสดีมงคล เสน่ห์เลิศล้น แก่คนทั้งหลาย
 
สา
สารังเทตีธะสัตตานัง
สาระถิวิยะสาเรติ
สาเรติอะมะตังปะทัง
สาระธัมมังนะมามิหัง
สา
ภาวนาให้มั่น กันฝังอาถรรพ์ เวทย์มนต์ทั้งหลาย 
ทั้งกันกระทำ มิให้ต้องกาย อีกอาวุธร้าย เมื่อเข้าณรงค์
 
ระ
รัมมะตาริยะสัทธัมเม
รัมเมฐาเนวะสาเปนตัง
รัมมาเปติสะสาวะกัง
ระณะหันตังนะมามิหัง
ระ
ใช้ภาวนา ป้องกันสัตว์ป่า เสือช้างกลางดง 
ทั้งควายและวัว กระทิงตัวยง ไม่กล้าอาจอง ตรงเข้าราวี
 
ถิ
ถิโตโยวะระนิพพาเน
ถิรังฐานังปะกาเสติ
ถิเรฐาเนสะสาวะโก
ถิตะธัมมังนะมามิหัง
ถิ
บทนี้กล้าหาญ เสกข้าวรับประทาน คงกระพันชาตริ 
ศัตรูหมู่ภัย ไม่ร้ายราวี เป็นสง่าราศี ไม่มีศัตรู
 
สัต
สัทธัมมังเทสะยิต๎วานะ
สะมาหิตังสะสาวะกัง
สันตังนิพพานะปาปะกัง
สันตะจิตตังนะมามิหัง
สัต
เมื่อจะไสยา จงได้ภาวนา ตามคาคุณครู 
ป้องกันโจรร้าย ไม่มีศัตรู ที่จะมาขู่ ข่มเหงน้ำใจ
 
ถา
ถานังนิพพานะสังขาตัง
ถาเนสัคคะสิเวรัมเม
ถาเมนาธิคะโตมุนิ
ถาเปนตังตังนะมามิหัง
ถา
ภาวนานึก เมื่อจะออกศึก สงครามใดๆ 
แคล้วคลาดศาสตรา ไม่มาต้องได้ คุ้มครองกันภัย ได้ดีนักหนา
 
เท
เทนโตโยสัคคะนิพพานัง
เทนตังธัมมะวะรังทานัง
เทวะมนุสสะปาณินัง
เทวะเสฏฐังนะมามิหัง
เท
บทนี้ก็เอก ใช้สำหรับเสก ธูปเทียนบุปผา 
บูชาพระเจ้า พุทธัมสัมฆา จะมีสง่า ราศีผ่องใส
 
วะ
วันตะราคังวันตะโทสัง
วันทิตังเทวะพรหมเมหิ
วันตะโมหังอานาสะวัง
วะรังพุทธังนะมามิหัง
วะ
บทนี้ดียิ่ง ใช้เสกมาลี สิบเก้าคาบไซร้ 
เอามาทัดหู คนดูรักใคร่ บูชาพระไซร้ ย่อมเป็นมงคล
 
มะ
มะหะตาวิริเยนาปิ
มนุสสะเทวะพรหมเมหิ
มะหันตังปาระมิงอะกา
มะหิตังตังนะมามิหัง
มะ
เมื่อลงนาวา ขับขี่ช้างม้า ยาตราจรดล
หรือขึ้นเรือนใหม่ อย่าได้ฉงน เสก 19 หน จะมีเดชา
 
นุส
นุนะธัมมังปะกาเสนโต
นุนะทุกขาธิปันนานัง
นุทะนัตถายะปาปะกัง
นุทาปิตังนะมามิหัง
นุส
ภาวนาบ่น ประเสริฐเลิศล้น อย่าได้กังขา 
ชนช้างก็ดี หรือขี่อาชา มีเดชแกล้วกล้า ไชยาสวัสดี
 
สา
สาวะกานังนุสาเสติ
สาระธัมมังมะนุสสานัง
สาระธัมเมจะปาณินัง
สาสิตังตังนะมามิหัง
สา
บทนี้ดีมาก เมื่อจะกินหมาก เสก 17 ที
ทั้งแป้งน้ำมัน จวงจันทร์มาลี ทัดกรรณก็ดี มีเสน่ห์ยิ่งยง
 
นัง
นันทันโตวะระสัทธัมเม
นันทะภูเตหิเทเวหิ
นันทาเปติมะหามุนิ
นันทะนิยังนะมามิหัง
นัง
บทนี้เลิศล้ำ เสกลูกประคำ สังวาลสวมองค์ 
ตะกรุดพิศมร 19 คาบตรง มีเดชมั่นคง ราศีผ่องใส
 
พุธ
พุชฌิตาริยะสัจจานิ
พุทธะญาเณหิสัมปันนัง
พุชฌาเปติสะเทวะกัง
พุทธังสัมมานะมามิหัง
พุธ
ภาวนาบทนี้ เมื่อจะจรลี สู่บ้านเมืองไกล
ป้องกันสรรพเหตุ เภทภัยใดๆ มีคุณยิ่งใหญ่ แก่ผู้ภาวนา
 
โธ
โธวิตัพพังมะหาวีโร
โธวิต๎วาปาณินังปาปัง
โธวันโตมะละมัตตะโน
โธตักเก๎ลสัง นะมามิหัง
โธ
บทนี้เป็นเอก สำหรับปลุกเสก เครื่องลางนานา
ประสิทธิทุกอย่าง อีกทั้งมนตรา 7 ทีบัดดล
 
ภะ
ภะยะมาปันนะสัตตานัง
ภะเวสัพเพอะติกกันโต
ภะยังหาเปตินายะโก
ภะยะสันตัง นะมามิหัง
ภะ
บทนี้ดีล้นค่า ใช้เสกศาสตรา อาวุธคู่ตน
นิราศผองไพร มิได้ต้องตน เสก 19 หน ตนจะอาจหาญ
 
คะ
คะธิโตเยนะสัทธัมโม
คัณหะนียังวะระธัมมัง
คะตัญญาเณนะปาณินัง
คัณหาเปนตังนะมามิหัง
คะ
บทนี้ภาวนา เมื่อจะเข้าหา สมณาจารย์
ท่านมีเมตตา กรุณาสงสาร ล้วนมงคลการ ประเสริฐเลิศล้น
 
วา
วาปิตังปะวะรังธัมมัง
วาสิตังปะวะเรธัมเม
วานะโมกขายะภิกขุนัง
วานะหานังนะมามิหัง
วา
เข้าหาขุนนาง แม้ใจกระด้าง โอนอ่อนบัดดล
จงได้ภาวนา ท่านเมตตาตน กรุณาเลิศล้น อย่าแหนงแคลงใจ
 
ติ
ติณโณโสสัพพะปาเปหิ
ติเรนิพพานะสังขาเต
ติณโณสัคคาปะติฏฐิโต
ติกขะญาณังนะมามิหัง
ติ
ภาวนาบทนี้ เหมือนดั่งมณี หาค่ามิได้
เจริญทุกวัน ป้องกันโรคภัย ทุกโศกฤษัย ศูนย์หายสิ้นเอย
ผู้แสดงความคิดเห็น อาจารย์อุ๊ (au_karawek-at-yahoo-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2013-01-25 21:04:01 IP : 58.11.42.213


ความเห็นที่ 5 (3397122)

 คาถาบูชาดวงชะตา

 
     ให้นักโหราศาสตร์ผูกดวงชะตาขึ้นมา หรือ จะทําเป็นยันต์พิชัยสงครามหนุนดวงชะตา แล้วใช้คาถานี้ จะไม่มีวันตกอับเลย  หวังว่าคงจะมีประโยชน์กับผู้นําไปใช้พอสมควร
 
  (ความดีที่ให้ดาวน์โหลดฟรีทั้งหมดนี้ ขอถวายให้กับ ครู อาจารย์ เทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ ปู่ฤาษีทั้ง ๑๐๘ พระองค์ พระอัญญาโกณฑัญญะ ทั้งหมดเลย)
 
 
      นะโมเม   สัพพะเทวานัง   สัพพะคะระหะ   จะเทวานัง
 
      สุริยัญจะ   ปะมุญ   จะถะ   สะสิ   ภุมโม   จะเทวานัง
 
      วุโธ  ลาภัง  ภะวิสสะติ
 
      ชีโว  สุกะโร                        จะ  มะหาลาภัง
 
      โสโร  ราหู  เกตุ                   จะ  มหาลาภัง
 
      สัพพะ  ภะยัง                       วินาสสันติ
 
      สัพพะ  ทุกขัง                      วินาสสันติ
 
      สัพพะ  โรคัง                       วินาสสันติ
 
      ลักขะณา       อะหัง              วันทามิ
 
      สัพพะทา       สัพเพเทวามัง    ปาละยันตุ
 
      สัพพะทา       เอเตนะ            มังคะละเตเชนะ
 
      สัพพะโสตถี   ภะวันตุเมฯ 
 
 
อภินันทนาการจาก
 
อ.ฉกาจ กฤตภาสกฤษฎี
 
ผู้แสดงความคิดเห็น อาจารย์อุ๊ (au_karawek-at-yahoo-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2013-01-25 21:05:22 IP : 58.11.42.213


ความเห็นที่ 6 (3397123)

 พระคาถาอสีติมหาสาวก

 
ตั้งนะโม ๓ จบ ฯ
 
 
          สําหรับท่านใดมีพระอรหันธาตุไว้สักการะบูชา
 
     โกณฑัญโญ  สารีบุตโต  จะ  โมคคัลลาโน  จะ  กัสสะโป
 
     กุมาโร  อุรุเวโล  จะ             คะยานันทิ  จะ  กัสสะโป
 
     ปาละโฐ  รัฏฐะปาโล  จะ       สิมพะลี  จะ  คะวัมปะติ
 
     อุทายี  กาลุทายี  จะ            โลลุทายี  จะ  ถาวะรี
 
     สะมิทธิ  ปะภังกะโร  จาปิ      สุเภโท  สุคะโต  ปิจะ
 
     สาคะโต  จะ  สุทัตโต  จะ     โตทะทัตโต  นาคะทัตโต
 
     อุตาเร  วาจเรโว  จะ             กังขาเรโว  จะ  ยังคิโก
 
     สุนันโท  คิริมานันโท            นันทะเถโร  จะ  นันทะโน
 
     อานันโท  นันทะกัปโป  จะ     เวยยากัปโป  จะ ภัททะคู
 
     มะหานาโม  โลหะนาโม         สังกาโม  วิชิโตปิ  จะ
 
     จุลลิโน  ธะนิยะเถโร             ทัพโพ  จะ  อุปะเสนะโก
 
     สุปาโก  จะ อุตตะโร             สุขะเถโร  อะนุรุทโธ
 
     ภัททิโย  โชติโย  ปาปิ          กิมิโล  วิมะโล  พาหุ
 
     สุพาหุ  จุละปัณฐะโก            มะหาปัณโฐ  จะ  สุมะโน
 
     ราธะโก  เหมะราชะโก          โสณะกัปโป  จะ  โสโณ  จะ
 
     โสณะกัณโณ  จะ  โสณะโก   กัจจาโน  วังคิโสปิ  จะ
 
     วะกุโล  ราหุลัตเถโร             อะนาคาโร  จะ  กัสสะโป
 
     อัปปะเถโร  จะ  ชะฏิโล         อิจเจเตสีติสาวะกา
 
     เอเตหิ  จะ  อัญเญหิ  จะ       พุทธิสาวะเกหิ  ยาวะ
 
     วะเน  มะหาวะเน  ยาวะ        ปะเถ  มะหาปะเถ  ยาวะ
 
     นะคะเร  มะหานะคะเร          รักขันตุ  สุรักขันตุ
 
     วิสุทธา  จะ  มะหาเถรา        อุชุจิตตา  นิรังคะณา
 
     ปาเทเต  สะมะหัญเจวะ        คุณัญจะ  สิระสา  นะเม ฯ 
 
 
 
อภินันทนาการจาก
 
horasadhome.com
ผู้แสดงความคิดเห็น อาจารย์อุ๊ (au_karawek-at-yahoo-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2013-01-25 21:06:30 IP : 58.11.42.213


ความเห็นที่ 7 (3397124)

 คาถาบูชาพระสีวลี

 
     (ความดีในการให้ดาวน์โหลดฟรีในครั้งนี้ ขอถวายให้กับพระสีวลี หลวงพ่อกวย ทั้งหมดเลย)
 
 
ได้วาดจากนิมิตที่ท่านได้เห็นโดยร่างเส้นเป็นแบบไว้ แล้วให้กรมศิลปากรวาดให้เพิ่มเติม
 
   คาถาบูชาพระสีวลีนั้น มีด้วยกันมากมายหลายคาถา ซึ่งพอจะรวบรวมไว้ดังนี้
 
คาถาบูชาพระสิวลี (หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม จ.ชัยนาท)
สีวะลี จะ มะหาเถโร ปัจจะยะลาภะปูชิโต มะนุสโสเทวะตาอินโท
พระมายะโม ยักขาวา ปิตัสสะ นิรันตะรัง ปะนะ ลาภะ สักการเรอาเน็นติ
นิจจัง สิวะลิดเถรัสสะลาโภจะ สักกาโร โหติ สีวะลีมะหาเถรันจะปูชะกัสสะ
สะทาวาปิ คาถันจะ สังวัดตะนัสสะลาโภจะ สักกาโรโหติเถรัสสะ อานุภาเวนะ
ลาโภเมโหตุสัพพะทาเอเตนะ สัจจะวัดเชนะ ลาโภเมโหตุ สัพพะทาฯ
 
(กล่าวอาราธนาขอลาภสักการะตามความปรารถนาแล้วจงสวดพระคาถาสีวลีบทต่อไปให้ได้วันละ๓ครั้ง๗ครั้ง  จะเกิดโชคลาภตามความปรารถนาทุกประการ  ว่าดังนี้)
 
                      
 
คาถาอาราธนาพระสิวลี
 
สีวลี จะ มะหาเถโร เทวะตา นะระปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ
สีวลี จะ มะหาเถโร ยักขาเทวาภิปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ อะหัง
วันทามิ สัพพะทา สีวลี เถรัสสะ เอตัง คุณัง สวัสติลาภัง ภะวันตุ เมฯ
 
คาถาบูชาพระสิวลี
 
อิมินา สักกาเรนะ สีวลีเถรัง อะภิปูชะยามิ
 
เมื่อบูชาแล้วกำหนดภาวนาในใจว่า
สีวลี จะ มะหาเถโร อินโท พรัมมาจะ ปูชิตัง สัพพะลาภัง ประสิทธิเม
เถรัสสะ อานุภาเวนะ สัพพะโสตถี ภะวันตุเมฯ
 
คำ อธิษฐานขอลาภจากพระสิวลี (แต่งโดยหลวงพ่อเกษม เขมโก แห่งสุสานไตรลักษณ์ จังหวัดลำปาง ) คำไหว้บูชาขอลาภจากพระฉิมพลี (พระสีวลีเถระ) มีดังนี้
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (๓ จบ)
 
สี วะ สีมะหา เถรัง วันทามิหัง สีวะ สีมะหา เถรัง วันทามิหัง สีวะ สีมะหา เถรัง วันทามิหัง มะหาสีวลี เถโร มะหาลาโภ โหติ มะหาสีวลี เถโร ลาภัง เม เท ถะ
 
พระคาถาหัวใจพระฉิมพลี
 
สาธุ สิวลีจะมหาเถโร
 
นะ ชาลิติ ปะสิทธิลาภา ปะสันนะจิตตา สะทา โหนติ ปิยัง มะมะ สัพเพชะนา พะหูชะนา สัพเพทิสา สะมาคะตา กาละโภชะนา วิภาละโภชะนา อาคัจเฉยยะ อาคัจฉาหิ ปิยัง มะมะ
 
คาถาบูชาพระสิวลี (แบบย่อ)
 
“สีวลี จะ มหาเถโร ชัยยะสิทโธ มหิทธิโก เถรัสสะ นุภาเวนะ”
 
คาถาหัวใจพระสีวลี
 
"นะชาลีติ ประสิทธิลาภา"
 
โดย "นะชาลีติ" มีที่มาของความหมายดังนี้
นะ หมายถึง นอบน้อม มีสัมมาคาราวะ
ชา หมายถึง ขวนขายเรื่องการงาน
ลี หมายถึง ไม่นอนมาก ไม่นอนดึก ตื่นสาย
ติ หมายถึง ว่าโดยทั้งหมด
คาถาหัวใจพระสีวลี ใช้ท่องตอน ติดต่อลูกค้า คุยกับผู้ใหญ่ ติดต่องานการ
 
คาถาขอลาภพระสีวลี ( ประจำวัน )
 
วันอาทิตย์ (ให้ภาวนา ๖ จบ )
 
ฉิมพะลี จะ มหานามัง สัพพะลาภัง ภะวิสสะติ เถรัสสานุภาเวนะ สะทา โหนติ ปิยัง มะมะ ฯ
 
วันจันทร์ ( ให้ภาวนา ๑๕ จบ )
 
ยัง ยัง ปุริโสวา อิตถีวา ทูเรหิวา สะมีเปหิวา เถรัสสานุภาเวนะ สะทา โหนติ ปิยัง มะมะ ฯ
 
วันอังคาร ( ให้ภาวนา ๘ จบ )
 
ฉิมพะลี จะมหาเถโร โสะโห ปัจจะยาทิมหิ เชยยะลาโภ มหาลาโภ สัพพะลาภา ภะวันตุ สัพพะทา ฯ
 
วันพุธ ( ให้ภาวนา ๑๗ จบ )
 
ทิตติตถะภะเวราชา ปิยาจะ คะระตุเม เย สารัตติ นิรันตะรัง สัพพะสุขาวะหา ฯ
 
วันพฤหัสบดี ( ให้ภาวนา ๑๙ จบ )
 
ฉิมพะลี จะ มหาเถโร ยักขาเทวาภิปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ อะหัง วันทามิ สัพพะทา ฯ
 
วันศุกร์ ( ให้ภาวนา ๒๑ จบ )
 
ฉิมพะลี จะ มหาเถโร เทวะตานะรปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ มหาลาภัง กะโรนตุ เม ลาเภนะ อุตตะโม โหติ สัพพะลาภะ ภะวันตุ สัพพะทา ฯ
 
วันเสาร์ ( ให้ภาวนา ๑๐ จบ )
 
ฉิมพะลี จะ มหานามัง อินทาพรหมา จะ ปูชิตัง สัพพะลาภัง ปะสิทธิ เม เถรัสสานุภาเวนะ สะทา สุขี ปิยัง มะมะ ฯ
 
ใคร เกิดวันไหนก็ให้ท่องพระคาถาประจำวันนั้นๆ แต่คนโบราณจะนิยมสวดภาวนาทุกวัน โดยสวดตามพระคาถาในวันนั้นๆ เช่น วันจันทร์ก็สวดบทประจำวันจันทร์ วันอังคารก็สวดบทประจำวันอังคาร
 
คาถาพระสีวลี แบบโบราณ
 
สาธุ สีวลีจะมหาเถโร อุกาสะฯ
 
ข้าพระพุทธเจ้า ขออาราธนา พระอภิญญา พระปฎิสัมภิทา พระบุญฤทธิ์ ลาภสักการะ ของสมเด็จพระสิวลีอรหันตเถรเจ้า
 
จงมาบังเกิดในจักษุทวาร มโนทวาร กายทวาร ของข้าพพุทธเจ้า
 
ขอ คุณพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระอริยสังฆเจ้า คุณพระอริยสัจธรรม ทั้งแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ คุณพระสิวลีพระอรหันตเถรเจ้า ผู้มีความศักดิ์สิทธิ์ทรงศักดานุภาพเป็นอันมาก เหมือนสมัยที่พระองค์ยังมีชีวิตอยู่นั้น ลาภสักการะสิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นอันมาก ลาภสักการะหลายสิ่งหลายอย่างเป็นอันมาก ได้เกิดแก่พระผู้เป็นเจ้า จนสามารถเลี้ยงภิกษุได้หลายร้อยรูปมีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน ในที่ทุกแห่งที่ท่านร่วมตามเสด็จไปด้วย พระผู้เป็นเจ้าเป็นที่สักการบูชา ของเทวดาและมนุษย์เป็นอันมากฉันใด ก็ดี
 
ขอเดชะพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระอริยสังฆเจ้า พระอริยสัจธรรมทั้ง แปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ คุณพระสิวลีอรหันตเถรเจ้า จงมาบังเกิดเป็นที่พึ่ง แก่ข้าพระพุทธเจ้า
 
ด้วยเหตุที่ชีวิตของข้า พพุทธเจ้า ซึ่งได้เกิดมาดิ้นรนอยู่บนพื้นดิน ในท่ามกลาง ศาสนบัญชรของพระชินเจ้า มีความจำเป็นด้วยทรัพย์สิน เงินทองเป็นอันมาก หากขาดทรัพย์สินเงินทองเสียแล้ว ชีวิตจะอับเฉา และ เป็นทุกข์
 
เพราะ เหตุฉะนี้นั้น ขอเดชะพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระอริยสังฆเจ้า คุณพระอริยสัจธรรมทั้งแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ คุณพระสิวลีอรหันตเถรเจ้า จงมาบังเกิด เป็นที่พึ่งของข้าพพุทธเจ้า บันดาลให้ทรัพย์สินเงินทองหลั่งไหลมาสู่ชีวิตข้าพระพุทธเจ้า เดือนละหลายพัน หลายหมื่น หลายแสน หลายล้าน ในหลายด้านหลายกรณี เหมือนหนึ่งลาภสักการะ สิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นอันมาก ลาภสักการะหลายสิ่งหลายอย่างเป็นอันมาก อันได้บังเกิดแก่พระสิวลีอรหันตเถรเจ้านั้น เทอญ สาธุ สาธุ สาธุ
 
ของที่ต้องเตรียมในการบูชาพระสีวลี
 
ดอกไม้สีขาว ๓ ดอก
ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม ๓ ดอก
ดอกบัว ๓ ดอก
น้ำสะอาดลอยดอกมะลิ ๑ ถ้วย
ธูป
เทียน
วันพฤหัสบดีให้เพิ่ม น้ำผึ้ง ๑ ถ้วย
วันเสาร์ให้ถวายอาหารทะเล หรือ อาหารจากต้นดอกบัว
 
การแก้บนพระสีวลี
 
น้ำมะพร้าวอ่อน
กล้วยหอม
การทำบุญเลี้ยงพระ ๑ ครั้ง
 
ท่านใดชอบแบบไหน บทไหน บูชากันได้ตามสะดวกค่ะ
ผู้แสดงความคิดเห็น อาจารย์อุ๊ (au_karawek-at-yahoo-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2013-01-25 21:08:24 IP : 58.11.42.213


ความเห็นที่ 8 (3397423)

 พระคาถา อัญเชิญ ดวงจิต วิญญาณ 

ปรมาจารย์ทางการแพทย์ " ชีวกโกมารภัจจ์" 
 
โอม นะโม ชีวะโก สิระสา อะหัง กรุณิโก สัพพะสัทธานัง 
โอสะถะ ทิพพะมันตัง ประภาโส สุริยาจันทัง โกมารภัจจ์โต 
ประกาเสสิ วันทามิ ปัณฑิโต สุเมทะโส อะโรคา สุมนาโหมิ 
( ว่า ๓ ครั้ง ) 
 
นะอะ นะวะ โรคา พยาธิ วินาสสันติ 
( ว่า ๓ ครั้ง ) 
 
 
คำไหว้ครูว่านยา : ชีวกโกมารภัจจ์ 
 
ข้าขอประนมหัตถ์         พระไตรรัตน์นาถา 
 
ตรีโลกอมรมา              อภิวาทนาการ 
 
หนึ่งข้าอัญชลี             พระฤษีผู้ทรงฌาน
 
แปดองค์เธอมีญาน      โดยรอบรู้ในโรคา 
 
ไหว้คุณอิศวเรศ          ทั้งพรหมเมศทุกชั้นฟ้า 
 
สาบสรรซึ่งว่านยา       ประทานทั่วโลกธาตรี 
 
ไหว้คุณกุมารภัจจ์       ผู้เจนจัดในคัมภีร์ 
 
เวชศาสตร์บรรดามี      ให้ทานทั่วแก่นรชน 
 
ไหว้ครูผู้สั่งสอน          แต่ปางก่อนเจริญผล 
 
ล่วงลุนิพานดล           สำเร็จกิจประสิทธิพรฯ
 
ผู้แสดงความคิดเห็น อาจารย์อุ๊ (au_karawek-at-yahoo-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2013-01-28 19:03:05 IP : 171.97.3.159


ความเห็นที่ 9 (3397787)

 บทสวดมนต์ อภิธรรม 7คัมภีร์

 
บทที่พระสงฆ์มักสวดในงานศพคือบทสวดพระอภิธรรม 7 คัมภีร์ ที่เราได้ยินกันคือ กุสะลา ธรรมมา อะกุสะลา ธรรมมา ฯ ซึ่งที่จริงแล้วในสมัยพุทธกาลนั้น บทพระอภิธรรม 7 คัมภีร์นี้พระพุทธเจ้าใช้โปรดพุทธมารดาเพื่อใช้ค่าน้ำนมที่เลี้ยงดูพระองค์มาหลายภพหลายชาติ โปรดพระมารดาของพระองค์สำเร็จอรหันต์
 
ตามตำนานพระพุทธเจ้ายกขึ้นมาแสดงแก่พุทธมารดาฟังที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์
พร้อมเหล่าเทวดา คือ
 
1.พระสังคิณี ว่าด้วยเรื่องธรรมที่เป็นกุศล กับ อกุศล
2.พระวิภังค์ ว่าด้วยเรื่องขันธ์ 5
3.พระธาตุกถา ว่าด้วยเรื่องการสงเคราะห์ธรรม
4.พระปุคคะละปัญญัติ ว่าด้วยที่ตั้งของบุคคล
5.พระกถาวัตถุ ว่าด้วยความจริงแท้ 
6.พระยะมะกะ ว่าด้วยธรรมที่เป็นคู่
7.พระมหาปัฏฐาน ว่าด้วยที่ตั้งใหญ่ 
 
แล้วทำไมบทสวดดี ๆ แบบนี้ถึงใช้ในงานศพล่ะ นั่นเพราะเหตุมาจากที่ว่าพระมารดาของพระพุทธเจ้าได้สำเร็จธรรมจากการฟังพระอภิธรรม 7คัมภีร์ จึงมีคนอาราธนาให้พระสงฆ์สวด หวังเพื่อจะให้ญาติที่ล่วงลับของตนได้ฟัง และตีความในเนื้อธรรม เพื่อบรรลุธรรม การบรรลุธรรมนั้นคนเชื่อกันว่าจะทำให้ได้ไปเกิดในสุขติภพ ผู้บรรลุธรรมจะไปเกิดยังสวรรค์ชั้นที่สูงกว่าดาวดึงส์ 
 
ดังนั้น เวลาที่เราไปงานศพ ควรน้อมรับ บทสวดอภิธรรม 7 คัมภีร์ ด้วยความตั้งใจนะคะ 
 
สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทนาบุญค่ะ.....
ผู้แสดงความคิดเห็น อาจารย์อุ๊ (au_karawek-at-yahoo-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2013-01-30 14:24:28 IP : 58.9.6.2


ความเห็นที่ 10 (3397788)

 พระคาถามหาจักรพรรดิ . . .

ย้อนรอย พระคาถามหาจักรพรรดิ . . .
 
“นะโมพุทธายะ พระพุทธะ ไตรรัตนะญาณ มณีนพรัตน์ สีสะหัสสะ สุธรรมา พุทโธ ธัมโม สังโฆ ยะธาพุทโมนะ พุทธะบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา อัคคีทานัง วะรังคันธัง สีวลี จะมหาเถรัง อะหังวันทามิ ทูระโต อะหังวันทามิ ธาตุโย อะหังวันทามิ สัพพะโส พุทธะ ธัมมะ สังฆะ ปูเชมิ”
 
“พระคาถามหาจักรพรรดิ” เป็นพระคาถาที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก“ชมพูปติสูตร” ในตอนที่พระพุทธเจ้าทรงเนรมิตพระองค์เป็นพระเจ้าจักรพรรดิเพื่อกำราบทิฐิพญา ชมพูบดีพระมหากษัตริย์ผู้มากด้วยอิทธิฤทธิ์ โดยผู้ที่รจนาพระคาถาบทนี้ขึ้นมาก็คือ หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ แห่งวัดสะแก จ.อยุธยา พระผู้เป็นดั่งร่มโพธิ์แก้วที่แผ่กิ่งก้านใบบุญบารมีมอบความร่มเย็นเป็นสุข ให้แก่ลูกศิษย์ทั่วทุกชนชั้นอย่างไม่มีประมาณตามแนวทางแห่งพระศรีอาริยเมตไตรย์โพธิสัตว์และหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ซึ่งพระคาถานี้เป็นพระคาถาหลักที่หลวงปู่ดู่ใช้ในการรวมบารมีแผ่เมตตาช่วย เหลือภพภูมิทั้งหลายทั่วสามแดนโลกธาตุ และใช้ในการอธิษฐานจิตปลุกเสกพระเครื่องทุกชนิดของท่าน โดยท่านได้ถ่ายทอดความรู้ทั้งหลาย รวมทั้งพระคาถามหาจักรพรรดินี้ ไว้ให้แก่ลูกศิษย์ผู้เป็นหน่อโพธิ์แก้วต้นใหม่ที่จะทำหน้าที่สร้างความร่ม เย็นเป็นสุขให้แก่ลูกศิษย์ในรุ่นหลังต่อไปก็คือ พระอาจารย์วรงคต วิริยธโร หรือ หลวงตาม้า แห่งวัดถ้ำเมืองนะ นั่นเอง 
 
เคยมีลูกศิษย์ที่ทันสังขารหลวงปู่ดู่ท่านหนึงสนทนากับหลวงปู่ถึงเรื่อง 'คาถามหาจักรพรรดิ' ลูกศิษย์ "หลวงพ่อเป็นผู้แต่งคาถาบูชาพระ คาถามหาจักรพรรดิ ใช่มั้ยครับ"
 
หลวงปู่ "สำเภาเขาสร้างพระพุทธรูป อยากได้คาถาบูชาพระก็เลยมานึกเอาเอง มันจะผิดอยู่หน่อยหนึ่งตรงคำบูชาที่มี นะโมพุทธายะ แล้วก็ ยะธาพุทโมนะ หรือแกว่าไง" หลวงปู่ท่านถามเป็นนัยๆ
 
ลูกศิษย์ "ปกติ การตั้งองค์พระ การอธิษฐานให้เป็นพระ โบราณเขาใช้กันว่า นะโมพุทธายะ ยะธาพุทโมนะ ดังการที่หลวงพ่อกล่าวเช่นนี้ต้องการให้บูชาคาถาเกิดเป็นพระพุทธเจ้าปางมหาจักรพรรดิใช่ไหมครับ"
 
หลวงปู่ดู่ท่านพยักหน้ารับ ทั้งหลวงปู่ดู่ยังกล่าวต่อไปเกี่ยวกับบทบูชาพระที่นิยมนำมาเรียกกันว่าคาถาจักรพรรดิในปัจจุบันนี้อีกว่า
 
"คาถา บทนี้เป็นของดี หมั่นท่องไว้ทุกวัน ปกติเขาไม่ให้กันหรอกเพราะเขากลัวลูกศิษย์จะดีกว่าอาจารย์ แต่ข้าไม่เคยกลัวและไม่ปิดบัง ท่องให้ดีนะอีกหน่อยจะรวย เพราะมีการกล่าวถึงพระสิวลีผู้เป็นเลิศทางลาภไว้ด้วย อาบไปเสกไปก็ได้ กินข้าวก็ได้ ดีทั้งนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้ามาบอกพวกแก ข้าทดลองมาแล้วทั้งนั้น เมื่อดีแล้วจึงมาบอก ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ศรัทธาและหมั่นฝึกฝนปฏิบัติ คนเราอยู่ดีๆจะให้รวยได้อย่างไร ต้องปฏิบัติเสียก่อน ดูอย่างข้าเมื่อก่อนต้องไปยืมเงินเขามาซื้อธูปเทียนใบชามาเลี้ยงแขก เดี๋ยวนี้ของกินของใช้มีใช้เกลื่อนกลาดไป เรามาพบไม้งามเมื่อขวานบิ่น แกว่าจริงไหมของดีของอร่อยกินก็ไม่ได้ ฟันไม่มี" หลวงพ่อหัวเราะ และยังเสริมอีกว่า
 
"คนเราต้องทำให้ดีเมื่อดีแล้วจึงรวย แล้วจะได้ไม่ซวย พระจะดีต้องหมดอยาก ถ้ายังอยากอยู่ก็ไม่ใช่พระดี"
 
คาถาบูชาพระที่หลวงปู่ดู่ท่านย้ำเอาไว้ให้หมั่นท่องไว้ทุกวันนั้น ต่อมาภายหลังมีลูกศิษย์นำไปสวด แล้วเห็นว่ากายทิพย์ทรงเครื่องเป็นมหาจักรพรรดิ และมีพลังงานขับเคลื่อนเป็นพิเศษทำนองนั้น จึงได้นำมากราบเรียนถามหลวงตาม้าในโอกาสที่หลวงตาลงมา กทม. วันหนึ่ง หลวงตาจึงไขความลับให้ฟังทั่วกันว่า ขณะที่สวดคาถามหาจักรพรรดินั้น ถ้าเทวดาผ่านมาก็จะเห็น แม้แต่ หนู หมา แมว บางครั้งก็สามารถเห็นมิตินี้ได้เช่นกัน 
 
ทุกอย่างที่หลวงปู่ตั้งใจรวบรวมเอาไว้ในพระคาถา ดังที่หลวงตาได้อธิบายเอาไว้ จะมาปรากฏที่กายพลังงานของผู้สวดตลอดเวลาที่กำลังสวด ที่หลวงตาเรียกว่าจิตทำการบันทึกบุญเอาไว้ตลอดเวลา หรือหลังจากสวดแล้ว เจ้าตัวสามารถทรงอารมณ์นั้นเอาไว้ได้ กายพลังงานก็จะมีพลังงานต่างๆในพระคาถาปรากฏอยู่ พลังงานในพระคาถาเป็นอย่างนี้เอง หลวงปู่ดู่จึงได้เน้นย้ำเอาไว้ ให้ลูกหลานหมั่นสวดเป็นประจำ จะกินจะดื่ม จะอาบน้ำก็ดี หรือนึกขึ้นได้เมื่อใดสวดเมื่อนั้น ด้วยเกิดพลังงานบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่มหาศาล 
 
ที่หลวงปู่ไม่ได้แจงรายละเอียด รอเวลาเมื่อสิ่งเหล่านี้ได้มาปรากฏในผู้สวดแล้ว จึงนำมาถามถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนว่าเป็นสิ่งไรกันแน่....เป็นการพิสูจน์คุณวิเศษของพระคาถาที่มีคุณประโยชน์ใหญ่หลวงแก่ผู้ที่สวดช่วยทำให้ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนได้ในที่สุด หลวงปู่ท่านพูดน้อยแต่แฝงเอาไว้ด้วยนัยแห่งคุณประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ . . .
 
หลวงปู่สร้างพระตลอดมาตั้งแต่สมัยบวชใหม่ ท่านบอกว่า ใจเราจะได้อยู่กับพระ เป็นบุญเป็นกุศลดีกว่าไปทำอย่างอื่น จนมาถึงครั้งสำคัญ ที่ท่านได้วิชามหาจักรพรรดิ คือ ท่านเจ้าคุณใหญ่ มีหนังสือขอมโบราณ หลวงปู่เอามาอ่านตอนที่พระพุทธองค์ปราบท้าวมหาชมพู ซึ่งถือตัวว่าเป็นพระมหาจักรพรรดิมีอำนาจมาก ท่านเล่าให้ฟังว่า "อ่านไปก็ยิ่งมีความปิติ อ่านจนถึงเกือบเที่ยงคืน จนเจ้าคุณใหญ่กลับมาจากงานสวด ตั้งแต่นั้นก็ทำเรื่อยมา ของอะไรก็ตามไม่ใช่ทำวันเดียว ต้องทำหลายครั้งจึงจะได้ ข้าเคยไปสักกับหลวงพ่อแสงที่บางบาล สักแล้วก็เข้าไปขอคาถาท่านว่า "ถ้าไม่กินก็ไม่ต้องทำ" พูดแล้วปิดกุฏิเข้าไปเลยไม่ออกมา เราก็มานั่งตรองดูก็จริงตามที่ท่านว่า คือ คนที่ไม่กินก็ต้องตาย อยู่ในโลกก็ต้องทำงาน พวกแกตอนนี้ต้องอยู่ในโลก เหยียบเรือ ๒ แคมไปก่อน โลกบ้างธรรมบ้าง โลกอย่างเดียวก็ไม่ดี ธรรมอย่างเดียวก็ต้องบวช ค่อยๆ ทำไปเถิด นักศึกษาที่เรียนหนังสือ ถ้าลองทำให้ดี เราเรียนเพื่อตัวเอง เพื่อพ่อแม่ เพื่อประเทศชาติ เราคิดอย่างนี้ก็ได้บุญแล้ว" ท่านพูดถึงที่มาของคาถามหาจักรพรรดิ และยังแถมท้ายเรื่องที่ชวนคิดเป็นธรรมะอีกด้วย
 
หลวงปู่ดู่ท่านยังกล่าวถึงการใช้บทบูชาพระหรือคาถาพระมหาจักรพรรดิของท่านว่า"ข้าเป็นคนโลภมากทำอะไรก็อยากทำให้มากที่สุด ดีที่สุด เดี๋ยวนี้ใช้แค่บทนี้ทั้งนั้น ใครมานั่งคุมเล่าข้าเสกเขาก็รู้เองแหละว่าทำจริงหรือไม่จริง" 
 
หลวงปู่ดู่ท่านเคยมีลูกศิษย์คนหนึ่งเป็นพระ ต่อมาท่านไม่มาหาหลวงพ่ออีกเนื่องจากหลวงพ่อพูดว่า "ยังไม่ไปนิพพานเพราะต้องโปรดคน" แต่พระองค์นี้ไปตีความไปว่าหลวงพ่อยังติดอยู่กับ ลาภยศ ชื่อเสียง ซึ่งความจริงแล้วหลวงพ่อมีเมตตาและบอกความปราถนาของท่านให้ทราบว่าท่านเป็น พระโพธิสัตว์
 
สาเหตุอันเนื่องจากการที่บทความนี้กล่าวท้าวความเกี่ยวกับบท ชมพูบดีสูตร หรือบทมหาจักรพรรดิ์ไว้เนื่องจากปัจจุบันขาดผู้สนใจ เห็นเป็นเรื่องเหลวไหล แม้แต่พระบางองค์ท่านยังกล่าวว่าเกินความจริง โดยท่านลืมนึกถึงคำว่า "อจินไตย" คือสิ่งไม่ควรคิดเพราะไม่สามารถนำเหตุผลทางโลกหรือทางทฤษฎีมาทำให้เกิดความ กระจ่างได้ เป็นเรื่องของผู้ปฏิบัติพึงรู้ได้เอง ถ้าคิดมากอาจเป็นบ้า สิ่งเหล่านี้ได้แก่
 
1. พุทธวิสัย วิสัยของพระพุทธเจ้า เช่น ทำไมท่านถึงตรัสรู้ได้ ท่านมีอิทธิปาฏิหาริย์จริงหรือ
2.วิสัยของกรรม เช่น ทำไมคนนั้นคนนี้รวย จน สมบูรณ์ กำพร้า
3.วิสัยของพระอรหันต์ เช่น ท่านหมดโลภ โกรธ หลงหรือ
4.วิสัยของโลก เช่น โลกเกิดมาได้อย่างไร
5.วิสัยของผู้ปฏิบัติธรรม เช่น ลักษณะที่สงบเป็นอย่างไร สงบจริงหรือไม่
 
Link ศึกษาเนื้อหาเพิ่มเติม
 
คาถาจักรพรรดิ
http://goo.gl/rLIYQ
 
ประวัติหลวงปู่ดู่
http://goo.gl/oABF7
 
ย้อนรอยคาถาจักรพรรดิ
http://goo.gl/8PElP
 
ศึกษาการนำไปใช้เพื่อการปฎิบัติ
http://www.watthummuangna.com/home/practice/
ผู้แสดงความคิดเห็น อาจารย์อุ๊ (au_karawek-at-yahoo-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2013-01-30 14:26:06 IP : 58.9.6.2


ความเห็นที่ 11 (3398677)

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อาจารย์อุ๊ (au_karawek-at-yahoo-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2013-02-04 23:26:09 IP : 58.9.17.175


ความเห็นที่ 12 (3398678)

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อาจารย์อุ๊ (au_karawek-at-yahoo-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2013-02-04 23:28:19 IP : 58.9.17.175


ความเห็นที่ 13 (3403015)

 พระคาถาชินบัญชรพร้อมคำแปล.....มีอานิสงส์และอานุภาพยิ่งนัก

 
ผู้ใดสวดภาวนาพระคาถาชินบัญชรนี้ 
เป็นประจำอยู่อย่างสม่ำเสมอ
จะทำให้เกิดความเป็นสิริมงคลสมบูรณ์พูนผล
ศัตรูหมู่พาลไม่กล้ามากกล้ำกราย
ไปทางใดย่อมเกิดเมตตามหานิยม
เกิดลาภผลพูนทวี ขจัดภัยจากภูตผีปีศาจ ตลอดจนคุณไสยต่างๆ
 
 
อานิสงค์พระคาถาชินบัญชร
 
พระคาถาชินบัญชรนี้ เป็นคาถาที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก 
ตกทอดมาจากลังกา เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒจารย์ (โต พรหมรังสี)
ได้ค้นพบในคัมภีร์โบราณ และได้ดัดแปลงแก้ไขแต่งเติมให้ดีขึ้น 
และมีเอกลักษณ์พิเศษได้เนื้อถ้อยกระทงความสมบูรณ์
แปลออกมาแล้วมีแต่สิ่งที่เป็นสิริมงคล แก่ผู้สวดภาวนาทุกประการ
พระคาถานี้เป็นการอัญเชิญพระพุทธานุภาพ
แห่งพระบรมศาสดา สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
และพระพุทธเจ้าที่ได้ทรงตรัสรู้มาก่อนหน้านั้นแล้ว
จากนั้นเป็นการอัญเชิญพระอรหันต์ขีณาสพ
อันสำเร็จคุณธรรมอันวิเศษ ซึ่งแต่ละองค์ไม่เหมือนกัน
นอกจากนั้นยังได้อัญเชิญพระสูตรต่างๆ
อันโบราณาจารย์เเจ้าถือว่าเป็นพุทธมนต์อันวิเศษ
โดยแต่ละสูตรมารวมกันสวดคล้องเป็นกำแพงแก้วคุ้มกัน
ตั้งแต่กระหม่อมจอมขวัญของผู้ภาวนาพระคาถา ลงมาจนล้อมรอบตัว จนหาช่องโหว่ให้อันตรายสอดแทรกเข้ามามิได้.
 
อานุภาพแห่งคาถาชินบัญชร.....
 
ผู้ใดสวดภาวนาพระคาถาชินบัญชรนี้ 
เป็นประจำอยู่อย่างสม่ำเสมอ
จะทำให้เกิดความเป็นสิริมงคลสมบูรณ์พูนผล
ศัตรูหมู่พาลไม่กล้ามากกล้ำกราย
ไปทางใดย่อมเกิดเมตตามหานิยม
เกิดลาภผลพูนทวี
ขจัดภัยจากภูตผีปีศาจ ตลอดจนคุณไสยต่างๆ
ทำน้ำมนต์รดแก้สรรพโรคภัยเป็นมงคลชีวิต
มีคุณานุภาพตามแต่จะปรารถนา 
จะเดินทาง สวด 10 จบ แล้วอธิษฐานจะสำเร็จสมดังใจ.
 
 
รูปภาพ : พระคาถาชินบัญชรพร้อมคำแปล.....มีอานิสงส์และอานุภาพยิ่งนัก
ผู้ใดสวดภาวนาพระคาถาชินบัญชรนี้
เป็นประจำอยู่อย่างสม่ำเสมอ
จะทำให้เกิดความเป็นสิริมงคลสมบูรณ์พูนผล
ศัตรูหมู่พาลไม่กล้ามากกล้ำกราย
ไปทางใดย่อมเกิดเมตตามหานิยม
เกิดลาภผลพูนทวี  ขจัดภัยจากภูตผีปีศาจ ตลอดจนคุณไสยต่างๆ
อานิสงค์พระคาถาชินบัญชร
พระคาถาชินบัญชรนี้ เป็นคาถาที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก
ตกทอดมาจากลังกา เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒจารย์ (โต พรหมรังสี)
ได้ค้นพบในคัมภีร์โบราณ และได้ดัดแปลงแก้ไขแต่งเติมให้ดีขึ้น
และมีเอกลักษณ์พิเศษได้เนื้อถ้อยกระทงความสมบูรณ์
แปลออกมาแล้วมีแต่สิ่งที่เป็นสิริมงคล แก่ผู้สวดภาวนาทุกประการ
พระคาถานี้เป็นการอัญเชิญพระพุทธานุภาพ
แห่งพระบรมศาสดา สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
และพระพุทธเจ้าที่ได้ทรงตรัสรู้มาก่อนหน้านั้นแล้ว
จากนั้นเป็นการอัญเชิญพระอรหันต์ขีณาสพ
อันสำเร็จคุณธรรมอันวิเศษ ซึ่งแต่ละองค์ไม่เหมือนกัน
นอกจากนั้นยังได้อัญเชิญพระสูตรต่างๆ
อันโบราณาจารย์เเจ้าถือว่าเป็นพุทธมนต์อันวิเศษ
โดยแต่ละสูตรมารวมกันสวดคล้องเป็นกำแพงแก้วคุ้มกัน
ตั้งแต่กระหม่อมจอมขวัญของผู้ภาวนาพระคาถา ลงมาจนล้อมรอบตัว จนหาช่องโหว่ให้อันตรายสอดแทรกเข้ามามิได้.
อานุภาพแห่งคาถาชินบัญชร.....
ผู้ใดสวดภาวนาพระคาถาชินบัญชรนี้
เป็นประจำอยู่อย่างสม่ำเสมอ
จะทำให้เกิดความเป็นสิริมงคลสมบูรณ์พูนผล
ศัตรูหมู่พาลไม่กล้ามากกล้ำกราย
ไปทางใดย่อมเกิดเมตตามหานิยม
เกิดลาภผลพูนทวี
ขจัดภัยจากภูตผีปีศาจ ตลอดจนคุณไสยต่างๆ
ทำน้ำมนต์รดแก้สรรพโรคภัยเป็นมงคลชีวิต
มีคุณานุภาพตามแต่จะปรารถนา
จะเดินทาง สวด 10 จบ แล้วอธิษฐานจะสำเร็จสมดังใจ.
พระคาถาชินบัญชร.....
ก่อนที่จะเจริญภาวนาให้ตั้งนะโม 3 จบ แล้วระลึกถึงและบูชาเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
ปุตตะกาโมละเภปปุตตตัง ธะนะะกาโมละเภธะนัง
อัตถิกาเยกายะญายะ เทวานังปิยะตัง สุตตะวา อิติปิโส ภะคะวา
ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ มรณังสุขัง อะระหังสุคะโต นะโมพุทธายะ
ชะยาสะนาคะตา พุทธา   เชตะวา มารัง สะวาหะนัง
จะตุสัจจาสะภัง ระสัง   เย ปิวิงสุ นะราสะภา
ตัณหังกะราทะโย พุทธา  อัฏฐะวีสะติ นายะกา
สัพเพ ปะติฏฐิตา  มัยหัง   มัตถะเก เต มุนิสสะรา
สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง  พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน
สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง  อุเร สัพพะคุณากะโร
หะทะเย เม อะนุรุทโธ สารีปุตโต  จะ ทักชิเณ
โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง   โมคคัลลาโน จะ วามะเก
ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง  อาสุง อานันทะราหุลา
กัสสะโป จะ มะหานาโม  อุภาสุง วามะโสตะเก
เกสันเต ปิฏฐิภาคัสมิง  สุริโย วะ ปะภังกะโร
นิสินโน สิริสัมปันโน  โสภิโต มุนิ ปุงคะโว
กุมาระกัสสะโป เถโร  มะเหสี จิตตะวาทะโก
โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง   ปะติฏฐาสิ คุณากะโร
ปุณโณ อังคุลิมาโล จะ  อุปาลี นันทะสีวะลี,
เถรา ปัญจะ ิอเม ชาตา  นะลาเต ติละกา มะมะ.
เสสาสีติ มะหาเถรา  วิชิตา ชินะสาวะกา เอตาสีติ  มะหาเถรา
ชิตะวันโต ชิโนระสา  ชะลันตา สีละเตเชนะ  อังคะมังเคสุ สัณฐิตา
ระตะนัง ปุระโต อาสิ  ทักขิเน เมตตะสุตตะกัง
ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ  วาเม อังคุลิมาละกัง
ขันธะโมระปะริตตัญจะ    อาฏานาฏิยะสุตตะกัง
อากาเส ฉะทะนัง อาสิ   เสสาปาการะสัณฐิตา
ชินาณา วะระสังยุตตา   สัตตะปาการะลังกะตา
วาตะปิตตาทิสัญชาตา   พาหิรัชฌัตตุปัททะวา
อะเสสา วินะยัง ยันตุ อะนันตะชินะเตชะสา
วะสะโต เม สะกิจเจนะ  สะเท สัมพุทธะปัญชะเร
ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ   วิหะรันตัง มะฮีตะเล
สะทาปาเลนตุ มัง สัพเพ เต มะหาปุริสาสะภา
อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโข ชินานุภาเวนะ ชิตูปัททะโว
ธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโฆ สังฆานุภาเวนะ ชิตันตะราโย
สัมธัมมานุภาวะปาลิโต   จะรามิ ชินะปัญชะเรติ ฯ
(ชินะปัญชะระคาถา นิฏฐิตา.)
คำแปลพระคาถาชินบัญชร...
พระพุทธเจ้าและพระนราสภะทั้งหลาย
ผู้นั่งประทับแล้วบนชัยบัลลังก์
ทรงพิชิตพระยามาราธิราช
ผู้พรั่งพร้อมด้วยเสนาราชพาหนะแล้ว
เสวย อมตรส คือ อริยสัจ ธรรมทั้งสี่ประการ
เป็นผู้นำสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้นจากกิเลส และกองทุกข์
มี 28 พระองค์ คือ พระผู้ทรงพระนามว่าตัณหังกร เป็นอาทิ
พระพุทธเจ้าผู้จอมมุนีทั้งหมดนั้น
ข้าพระพุทธเจ้าขออัญเชิญมาประดิษฐานอยู่บนศีรษะ
พระธรรมอยู่ที่ดวงตาทั้งสอง
พระสงฆ์ผู้เป็นอากรบ่อเกิดแห่งสรรพคุณอยู่ที่อก
พระอนุรุทธะ อยู่ที่ใจ
พระสารีบุตรอยู่เบื้องขาว
พระโมคคัลลาน์อยู่เบื้องซ้าย
พระอัญญาโกณฑัญญะ อยู่เบื้องหลัง
พระอานนท์กับพระราหุล อยู่หูขวา
พระกัสสปะกับพระมหานามะ อยู่ที่หูซ้าย
มุนีผู้ประเสริฐ คือ พระโสภิตะผู้สมบูรณ์ด้วย สิริดังพระอาทิตย์
ส่องแสงอยู่ที่ทุกเส้นขน ตลอดร่างทั้งข้างหน้าและข้างหลัง
พระเถระกุมารกัสสปะ ผู้แสวงบุญทรงคุณอันวิเศษ
มีวาทะอันวิจิตรไพเราะอยู่ที่ปากเป็นประจำ
พระปุณณะ พระอังคุลิมาล พระอุบาลี พระนันทะ และพระสีวะลี
พระเถระทั้ง 5 นี้ จงปรากฎเกิดเป็นกระแจะ จุณเจิมที่หน้าผาก
ส่วนพระอสีติมหาเถระที่เหลือ ผู้มีชัยและเป็นพระโอรส
เป็นพระสาวกของพระพุทธเจ้า ผู้ทรงชัยแต่ละองค์
ล้วนรุ่งเรืองไพโรจน์ด้วยเดชและศีล ให้ดำรงค์อยู่ทั่วอวัยวะน้อยใหญ่
พระรัตนสูตรอยู่เบื้องหน้า พระเมตตาอยู่เบื้องขวา
พระอังคุลิมาลปริตรอยู่เบื้องซ้าย พระธชัคคะสูตร อยู่เบื้องหลัง
พระขันธปริตร พระโมรปริตร และพระอาฏานาฏิยสูตร
เป็นเครื่องกางกั้น ดุจหลังคาอยู่บนนภากาศ
อนึ่งพระชินเเจ้าทั้งหลาย นอกจาที่ได้กล่าวมาแล้วนี้
ผู้ประกอบไปด้วยกำลังนานาชนิด มีศีลาทิคุณอันมั่นคง
คือสัตตะปราการ เป็นอาภรณ์มาตั้งล้อมเป็นกำแพงคุ้มครองเจ็ดชั้น
ด้วยเดชานุภาพแห่งพระอนันตชินเจ้า ไม่ว่าจะทำกิจการใดๆ
เมื่อข้าพระพุทธเจ้าเข้าอาศัยอยู่ในพระบัญชร
แวดวงกรงล้อมแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ขอโรคอุปัทวะทุกข์ภายนอกกและภายใน อันเกิดแต่โรคร้าย
คือ โรคลมและโรคดีเป็นต้น เป็นสมุฏฐาน
จงกำจัดให้พินาศไปอย่าให้เหลือ
ขอพระมหาบุรุษ ผู้ทรงคุณธรรมอันล้ำเลิศทั้งปวงนั้น
จงอภิบาลข้าพระพุทธเจ้า ผู้อยู่ในภาคพื้น ท่ามกลางพระชินบัญชร
ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการคุ้มครอง ปกปักรักษาภายในเป็นอันดีฉะนี้ แล
ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการอภิบาล ด้วยคุณานุภาพแห่งสัทธรรม
จึงชนะเสียได้ซึ่งอุปัทวอันตรายใดๆ ด้วยอานุภาพแห่งพระชินพุทธเจ้า
ชนะข้าศึกศัตรู ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม
ชนะอันตรายทั้งปวง ด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์
ข้าพระพุทธเจ้า จงได้ปฏิบัติ และรักษาดำเนินการไปโดยสวัสดีเป็นนิจนิรันดร เทอญ ฯ
 
 
พระคาถาชินบัญชร.....
 
ก่อนที่จะเจริญภาวนาให้ตั้งนะโม 3 จบ แล้วระลึกถึงและบูชาเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
 
ปุตตะกาโมละเภปปุตตตัง ธะนะะกาโมละเภธะนัง
อัตถิกาเยกายะญายะ เทวานังปิยะตัง สุตตะวา อิติปิโส ภะคะวา
ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ มรณังสุขัง อะระหังสุคะโต นะโมพุทธายะ
ชะยาสะนาคะตา พุทธา เชตะวา มารัง สะวาหะนัง
จะตุสัจจาสะภัง ระสัง เย ปิวิงสุ นะราสะภา
ตัณหังกะราทะโย พุทธา อัฏฐะวีสะติ นายะกา
สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง มัตถะเก เต มุนิสสะรา
สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน
สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง อุเร สัพพะคุณากะโร
หะทะเย เม อะนุรุทโธ สารีปุตโต จะ ทักชิเณ
โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง โมคคัลลาโน จะ วามะเก
ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง อาสุง อานันทะราหุลา
กัสสะโป จะ มะหานาโม อุภาสุง วามะโสตะเก
เกสันเต ปิฏฐิภาคัสมิง สุริโย วะ ปะภังกะโร
นิสินโน สิริสัมปันโน โสภิโต มุนิ ปุงคะโว
กุมาระกัสสะโป เถโร มะเหสี จิตตะวาทะโก
โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง ปะติฏฐาสิ คุณากะโร
ปุณโณ อังคุลิมาโล จะ อุปาลี นันทะสีวะลี,
เถรา ปัญจะ ิอเม ชาตา นะลาเต ติละกา มะมะ.
เสสาสีติ มะหาเถรา วิชิตา ชินะสาวะกา เอตาสีติ มะหาเถรา
ชิตะวันโต ชิโนระสา ชะลันตา สีละเตเชนะ อังคะมังเคสุ สัณฐิตา
ระตะนัง ปุระโต อาสิ ทักขิเน เมตตะสุตตะกัง
ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ วาเม อังคุลิมาละกัง
ขันธะโมระปะริตตัญจะ อาฏานาฏิยะสุตตะกัง 
อากาเส ฉะทะนัง อาสิ เสสาปาการะสัณฐิตา
ชินาณา วะระสังยุตตา สัตตะปาการะลังกะตา
วาตะปิตตาทิสัญชาตา พาหิรัชฌัตตุปัททะวา
อะเสสา วินะยัง ยันตุ อะนันตะชินะเตชะสา
วะสะโต เม สะกิจเจนะ สะเท สัมพุทธะปัญชะเร
ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ วิหะรันตัง มะฮีตะเล
สะทาปาเลนตุ มัง สัพเพ เต มะหาปุริสาสะภา
อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโข ชินานุภาเวนะ ชิตูปัททะโว
ธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโฆ สังฆานุภาเวนะ ชิตันตะราโย
สัมธัมมานุภาวะปาลิโต จะรามิ ชินะปัญชะเรติ ฯ
(ชินะปัญชะระคาถา นิฏฐิตา.)
 
คำแปลพระคาถาชินบัญชร...
 
พระพุทธเจ้าและพระนราสภะทั้งหลาย 
ผู้นั่งประทับแล้วบนชัยบัลลังก์ 
ทรงพิชิตพระยามาราธิราช
ผู้พรั่งพร้อมด้วยเสนาราชพาหนะแล้ว 
เสวย อมตรส คือ อริยสัจ ธรรมทั้งสี่ประการ 
เป็นผู้นำสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้นจากกิเลส และกองทุกข์ 
มี 28 พระองค์ คือ พระผู้ทรงพระนามว่าตัณหังกร เป็นอาทิ
 
พระพุทธเจ้าผู้จอมมุนีทั้งหมดนั้น 
ข้าพระพุทธเจ้าขออัญเชิญมาประดิษฐานอยู่บนศีรษะ 
พระธรรมอยู่ที่ดวงตาทั้งสอง 
พระสงฆ์ผู้เป็นอากรบ่อเกิดแห่งสรรพคุณอยู่ที่อก 
พระอนุรุทธะ อยู่ที่ใจ 
พระสารีบุตรอยู่เบื้องขาว 
พระโมคคัลลาน์อยู่เบื้องซ้าย 
พระอัญญาโกณฑัญญะ อยู่เบื้องหลัง 
พระอานนท์กับพระราหุล อยู่หูขวา 
พระกัสสปะกับพระมหานามะ อยู่ที่หูซ้าย 
 
มุนีผู้ประเสริฐ คือ พระโสภิตะผู้สมบูรณ์ด้วย สิริดังพระอาทิตย์ 
ส่องแสงอยู่ที่ทุกเส้นขน ตลอดร่างทั้งข้างหน้าและข้างหลัง 
พระเถระกุมารกัสสปะ ผู้แสวงบุญทรงคุณอันวิเศษ 
มีวาทะอันวิจิตรไพเราะอยู่ที่ปากเป็นประจำ 
พระปุณณะ พระอังคุลิมาล พระอุบาลี พระนันทะ และพระสีวะลี 
พระเถระทั้ง 5 นี้ จงปรากฎเกิดเป็นกระแจะ จุณเจิมที่หน้าผาก
 
ส่วนพระอสีติมหาเถระที่เหลือ ผู้มีชัยและเป็นพระโอรส 
เป็นพระสาวกของพระพุทธเจ้า ผู้ทรงชัยแต่ละองค์ 
ล้วนรุ่งเรืองไพโรจน์ด้วยเดชและศีล ให้ดำรงค์อยู่ทั่วอวัยวะน้อยใหญ่ 
พระรัตนสูตรอยู่เบื้องหน้า พระเมตตาอยู่เบื้องขวา 
พระอังคุลิมาลปริตรอยู่เบื้องซ้าย พระธชัคคะสูตร อยู่เบื้องหลัง 
พระขันธปริตร พระโมรปริตร และพระอาฏานาฏิยสูตร 
เป็นเครื่องกางกั้น ดุจหลังคาอยู่บนนภากาศ
 
อนึ่งพระชินเเจ้าทั้งหลาย นอกจาที่ได้กล่าวมาแล้วนี้ 
ผู้ประกอบไปด้วยกำลังนานาชนิด มีศีลาทิคุณอันมั่นคง 
คือสัตตะปราการ เป็นอาภรณ์มาตั้งล้อมเป็นกำแพงคุ้มครองเจ็ดชั้น 
ด้วยเดชานุภาพแห่งพระอนันตชินเจ้า ไม่ว่าจะทำกิจการใดๆ 
เมื่อข้าพระพุทธเจ้าเข้าอาศัยอยู่ในพระบัญชร 
แวดวงกรงล้อมแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 
ขอโรคอุปัทวะทุกข์ภายนอกกและภายใน อันเกิดแต่โรคร้าย 
คือ โรคลมและโรคดีเป็นต้น เป็นสมุฏฐาน 
จงกำจัดให้พินาศไปอย่าให้เหลือ
 
ขอพระมหาบุรุษ ผู้ทรงคุณธรรมอันล้ำเลิศทั้งปวงนั้น 
จงอภิบาลข้าพระพุทธเจ้า ผู้อยู่ในภาคพื้น ท่ามกลางพระชินบัญชร 
ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการคุ้มครอง ปกปักรักษาภายในเป็นอันดีฉะนี้ แล
 
ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการอภิบาล ด้วยคุณานุภาพแห่งสัทธรรม 
จึงชนะเสียได้ซึ่งอุปัทวอันตรายใดๆ ด้วยอานุภาพแห่งพระชินพุทธเจ้า
ชนะข้าศึกศัตรู ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม 
ชนะอันตรายทั้งปวง ด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์
 
ข้าพระพุทธเจ้า จงได้ปฏิบัติ และรักษาดำเนินการไปโดยสวัสดีเป็นนิจนิรันดร เทอญ ฯ
ผู้แสดงความคิดเห็น อาจารย์อุ๊ (au_karawek-at-yahoo-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2013-03-01 13:56:02 IP : 58.9.26.104



1


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล *
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2011 All Rights Reserved.